<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> FFA Issue 18 July 2003 -  อาหารและสารพันธุกรรม – มองไปในอนาคต การบริโภคเพื่อสุขภาพ t_Articles t_Articles AFIC
   
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

FFA Issue 18 July 2003 -  อาหารและสารพันธุกรรม มองไปในอนาคต การบริโภคเพื่อสุขภาพ

t_Articles

เหมือนกับที่ความแตกต่างทางกรรมพันธุ์เป็นตัวกำหนด ความแข็งแรงหรืออ่อนแอของร่างกายเราต่อโรค สารพันธุกรรมเองก็ยังอาจเป็นตัวกำหนดปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อสารอาหารที่เรารับประทาน มีการศึกษาใหม่ เรียกว่า นิวตริจีโนมิค ซึ่งเป็นการศึกษาเพื่อดูว่าอาหารกับสารพันธุกรรม มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไรและนำความรู้นี้ไปพัฒนาใช้ในการปรับการรับประทานให้เหมาะสมเพื่อสุขภาพของแต่ละคน โครงการศึกษาจีโนม ( องค์ประกอบสารพันธุกรรม ) ของมนุษย์ที่เสร็จสิ้นลงเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว (2545) ถือเป็นประตูสำคัญที่ทำให้เราก้าวเข้าไปล่วงรู้เข้าใจถึงวิธีการทำงานของสารพันธุกรรมต่างๆ ในร่างกาย และผลกระทบที่ได้รับจากสภาพแวดล้อม รวมถึงอาหารที่เรารับประทาน ดังนั้นน่าจะมีความเป็นไปได้ว่า สักวันหนึ่งนักโภชนาการและแพทย์ จะสามารถทำงานร่วมกันในการจัดรูปแบบการรับประทานอาหาร เพื่อความเหมาะสมกับความต้องการของโครงสร้างทางพันธุกรรมของแต่ละคน

จีน  ลิงค์ (Gene Link) หรือความเกี่ยวเนื่องทางพันธุกรรม

เมื่อปีที่ผ่านมา กลุ่มนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ได้ค้นพบสารพันธุกรรมตัวหนึ่งชื่อว่า SCD-1 ในหนู และถือได้ว่าเป็นสารพันธุกรรมในฝันเลยก็ว่าได้  เพราะหนูที่มีสารพันธุกรรมตัวนี้จะไม่อ้วนเลย ไม่ว่าจะกินอาหารไขมันสูงเข้าไปเท่าใดก็ตาม นอกจากนั้นยังไม่สะสมไขมันไม่ว่าจะเป็นในตับหรือในอวัยวะส่วนอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดปัญหากับสุขภาพอีกด้วย สารพันธุกรรมในมนุษย์ที่เทียบได้กับ SCD-1 ก็มีอยู่เช่นกัน และอาจจะเป็นเหตุผลในการอธิบายความเป็นไปได้ที่นำไปสู่การมีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในบางคน(แม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนน้อยก็ตาม) รวมถึงเหตุผลที่ว่า ทำไมบางคนมีร่างกายที่รับสภาวะการเป็นโรคอ้วนได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ 

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ประมาณร้อยละ 5 ของมะเร็งลำไส้ใหญ่จะมีสาเหตุเนื่องมาจากการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์โดยตรง แต่ก็มีสารพันธุกรรมบางตัวที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องทางตรง แต่จะไปมีผลทางอ้อม สามารถทำให้คนบางคนอ่อนแอต่อผลกระทบจากอาหารซึ่งอาจจะทั้งไปกระตุ้นหรือปกป้องคุ้มครองคนๆนั้นให้ปลอดภัยต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่นี้ มีรายงานว่าการผ่าเหล่าทางพันธุกรรมสามารถไปเปลี่ยนการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งนำไปสู่การมีธาตุเหล็กจากอาหารในลำไส้เล็กมากกว่าปกติประมาณร้อยละ10นั่นหมายความว่าร่างกายคนเหล่านี้มีความต้องการบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็กน้อยกว่าคนอื่นๆ และการที่เราสามารถวิเคราะห์ตรวจพบอาการผ่าเหล่าได้ตั้งแต่อายุยังน้อยเราจะสามารถให้ข้อมูลเป็นคำแนะนำในการเลือกรับประทานอาหารแก่คนเหล่านั้นได้  

นอกจากนี้ยังมีอีกมากมาย เช่น โรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน  เป็นต้น ความแตกต่างทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคลเป็นข้ออธิบายได้อย่างหนึ่งว่าทำไมคนที่มีพฤติกรรม การรับประทานคล้ายๆ กัน แต่กลับมีความแตกต่างกันอย่างมากในแนวโน้มเรื่องความอ่อนแอต่อโรคต่างๆ  

มองดูแล้วเหมือนว่าอาหารต่างๆ ที่มนุษย์เรารับประทานเข้าไป น่าจะเป็นสิ่งให้ประโยชน์ ทำหน้าที่ปกป้องดูแลสุขภาพของคนเรา กลับเป็นจริงสำหรับบางคน แต่กับบางคนแล้วไม่ได้รับผลประโยชน์หรืออาจก่อให้เกิดโทษด้วยซ้ำ ทั้งนี้เนื่องจากความแตกต่างทางพันธุกรรมของแต่ละคน ข้อมูลนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมคำแนะนำมาตรฐาน เรื่องการรับประทานอาหารหลักๆ เช่น การให้รับประทานอาหารประเภทเส้นใยมากๆ หรือให้ลดการรับประท่านเกลือ เป็นต้น เป็นผลดีกับบางคน แต่มีผลน้อยมากกับร่างกายของบางคน 

ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยในด้านนี้ยังค้นพบหลักฐานว่า อาหารที่เรารับประทาน สามารถมีปฏิกิริยาโดยตรงและมีผลกระทบกับการออกคำสั่งของสารพันธุกรรมในร่างกายคนเรา ความหลากหลายของโครงสร้างทางพันธุกรรมนี้ สามารถมีผลกับความช้าหรือเร็วของขบวนการเผาผลาญอาหารหรือขบวนการเมตาโบลิสซึมของร่างกาย อันจะนำไปสู่การสร้างสารพิษหรือสารก่อมะเร็ง หรือไปเพิ่มการสร้างสารช่วยปกป้องหัวใจ เช่น ไลโปโปรตีน 

ในอนาคตอันใกล้นี้ นิวตริจีโนมิคส์ หรือสายสัมพันธ์ระหว่างอาหารและพันธุกรรม น่าจะเข้ามามีบทบาทในการให้คำแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารเป็นส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมต่อการมีสุขภาพดี เหนืออื่นใดทางศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางด้านนิวตริชัน จีโนมิคส์ แห่งอเมริกา(US Centre of Excellence for Nutritional Genomics)ได้ระบุถึงผลที่ต้องการได้รับจาก นิวตริจีโนมิคส์ ก็คือการได้ใช้ข้อมูลเพื่อนำมากำหนดโภชนาการส่วนบุคคล หรืออีกนัยหนึ่งอาจจะเรียกว่าโภชนาการฉลาดก็ได้ (เช่น รู้ถึงสถานะของสารอาหาร ความต้องการสารอาหาร องค์ประกอบเฉพาะทางพันธุกรรม) ทั้งนี้เพื่อปกป้องหรือชะลอการเกิดโรค และพยายามรักษาสุขภาพของมนุษย์ให้อยู่ดีตามที่ควรจะเป็น 

อย่างไรก็ตามการค้นพบงานวิจัยใหม่ชิ้นนี้ ไม่ควรจะถูกนำไปแปรผลในลักษณะใช้เป็นเหตุผลเพื่อการไม่ทำตามคำแนะนำในการรับประทานเพื่อการมีสุขภาพดีที่มีอยุ่ในปัจจุบัน อาหารส่วนใหญ่ที่เรารับประทานจะมีผลต่อการทำงานของร่างกายหลายๆ ส่วนรวมกัน แต่ยังมีอีกมากมายที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่อาจเข้าใจได้ว่า องค์ประกอบของอาหารพิเศษบางอย่าง ไปมีผลกระทบการทำงานของร่างกายได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น คนที่มีความดันโลหิตปกติและคนที่มีความดันโลหิตสูง ที่เมื่อลดอาหารเค็มลงแล้วก็ยังไม่สามารถลดความดันลงได้ คนพวกนี้อาจได้รับประโยชน์ด้านอื่นต่อสุขภาพที่ยังวินิจฉัยไม่ได้ จากการจำกัดการบริโภคเกลือโซเดียมลง กรณีคล้ายๆ กันอีกเรื่อง คือในขณะที่อาหารที่มีไขมันต่ำ อาจจะไม่ช่วยให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้ในบางคนที่สารพันธุกรรมในร่างกายไม่ไว หรือไม่ตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคดังกล่าว แต่เชื่อได้เลยว่าเขาเหล่านั้นจะได้รับประโยชน์อย่างอื่นต่อสุขภาพในการรับประทานอาหารไขมันอิ่มตัวต่ำ เช่นจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่างๆ เช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งเต้านม และยังมีประสิทธิภาพมากในการควบคุมน้ำหนักตัว 

อนาคตของงานวิจัยและพัฒนาอาหาร

เกลียดรสชาติข้าวกล้องใช่หรือไม่  หรือเคยฝันว่าไอศกรีมจะเป็นมากกว่าความอร่อยบ้างไหม งานวิจัยเรื่องสารพันธุกรรมน่าจะเข้ามามีส่วนช่วยหาทางพัฒนาอาหารแบบพิเศษเพื่อสุขภาพของแต่ละบุคคลขึ้นมาได้ โดยการปรับปรุงอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพเหล่านั้นให้น่ารับประทานขึ้น เช่น รสชาติดีขึ้น หรืออาจเติมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายลงในอาหารที่เป็นที่โปรดปรานของคนๆนั้นไป เพื่อจะได้รับประทานอย่างอร่อยและและมีสุขภาพดีได้ด้วย 

ความรู้ความเข้าใจของเราเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของอาหารที่มีต่อสุขภาพนั้น เกิดขึ้นมาสักช่วงเวลาหนึ่งแล้ว อาหารที่เสริมประโยชน์ ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบทางชีวภาพ จะเข้าไปช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี ลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ได้นั้น อาจทำงานโดยการเข้าไปขัดขวาง หรือลบล้างผลของสารพันธุกรรมบางตัว หรือไปชะลอการพัฒนาการเกิดโรคเรื้อรังหรือปัญหาสุขภาพบางอย่าง ดังนั้นงานวิจัยนิวตริจีโนมิคนี้ อาจจะเป็นส่วนส่งเสริมที่สำคัญมากกับงานวิจัยและพัฒนาในด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในอนาคต ในทำนองเดียวกัน งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพของอาหารในอนาคต จะไม่เป็นเพียงแค่การเติมสารเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารลงไปในอาหารสำเร็จรูปเท่านั้น แต่บางทีอาจจะนำไปสู่การพัฒนาอยู่แบบอาหารที่มีการออกแบบโดยเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคล  

และมิใช่เพียงเฉพาะจีโนมของมนุษย์เท่านั้นที่ช่วยให้เรามีข้อมูล การศึกษา สารพันธุกรรมของพืชและจุลินทรีย์อย่างละเอียด ก็สามารถช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบโปรตีนหรือสารประกอบชนิดใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของคนเรา 

ในขณะเดียวกัน ความรู้ที่ว่าองค์ประกอบสารอาหารแต่ละชนิดนั้นทำงานได้อย่างไร อาจช่วยให้เราทราบได้ว่า เราควรเสริมสารอาหารตัวใด อาจจะเป็นในรูปสารสกัด และสารตัวใดที่ควรรับประทานในรูปอาหารจะดีกว่า ใครจะทราบว่าในวันหนึ่งนักวิทยาศาสตร์อาจพบว่า  สารแอนตี้ออกซิแดนท์บางตัวในรูปเม็ด อาจทำงานเป็นประโยชน์กับร่างกายได้ดีพอๆกันกับอาหารจริงๆ บางตัวอาจทำงานได้ดีถ้าปรุงให้สุก บางตัวอาจจะดีถ้ารับประทานดิบๆ หรือบางทีอาจมีสูตรอาหารพิเศษก็ได้ 

อนาคตการให้คำแนะนำด้านโภชนาการ

วันหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ นักโภชนาการอาจต้องทำการทดสอบพันธุกรรมเป็นสิ่งแรก ก่อนที่จะกำหนดรูปแบบโภชนาการให้กันแต่ละบุคคล ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาจีโนมของมนุษย์ อาจมีส่วนช่วยให้แพทย์และนักโภชนาการสามารถเข้าใจลักษณะจำเพาะทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคลในเรื่องความอ่อนแอต่อโรค และปฏิกิริยาที่มีต่อสารอาหาร เพื่อนำมาใช้สร้างรูปแบบโภชนาการเฉพาะตัว เพื่อการมีสุขอนามัยที่ดีและลดความเสี่ยงต่อการติดโรค แผนโภชนาการดังกล่าว จะไม่ใช่แผนที่คำนึงถึงเพียงแค่อายุ สภาวะและความต้องการสารอาหาร วิธีการดำเนินชีวิตเท่านั้น แต่จะคำนึงถึงแผนภูมิทางพันธุกรรมของคนๆ นั้นด้วย 

หนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับงานวิจัยนิวตริจีโนมิค ก็คือ การที่เราสามารถแยกแยะวิเคราะห์คนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมเรื้อรัง เช่น โรคลมปัจจุบัน โรคหัวใจ โรคเบาหวานได้ ก่อนที่จะมีการพัฒนาไปสู่การเป็นโรคนั้นๆ จริงๆ เมื่อทำได้เช่นนี้ เราจึงสามารถออกแบบโภชนาการและแนะนำวิธีการใช้ชีวิตให้คนๆ นั้นใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าวขึ้น หรืออย่างน้อยก็ช่วยชะลอไปให้นานๆ ปัจจุบันนี้ด้วยความเข้าใจที่มีจำกัดในเรื่องความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากความเสื่อม คนเป็นจำนวนมากจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพึ่งพาการแพทย์เมื่อเกิดอาการขึ้น ผลที่ตามมาคือความสูญเสียทางสรีระนั่นคือสุขภาพที่ทรุดโทรม ซึ่งไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ ดังนั้น การที่เราสามารถวินิจฉัยความเสี่ยงล่วงหน้าได้ก่อนที่อาการจะเกิดขึ้น และก่อนที่ร่างกายจะเสื่อมทรุดลง และสร้างรูปแบบเฉพาะของการรับประทานและการดำเนินชีวิต เพื่อการป้องกันโรคได้นี้ จะช่วยให้ผู้คนจำนวนมาก ไม่ต้องมีชีวิตที่ไร้คุณภาพเป็นเวลานานนับเป็นปีๆ และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐในเรื่องการสาธารณสุขอีกมหาศาล 

นอกจากนี้ยังมีแผนโภชนาการเฉพาะแบบเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเป้าหมายระยะสั้น ตัวอย่างเช่น นักกีฬา ซึ่งอาจต้องใช้อาหารแบบพิเศษให้สอดคล้องกับรูปแบบทางพันธุกรรม เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแกร่งมากขึ้น 

มีบริษัทมากมายที่เริ่มพัฒนาระบบขึ้นมา เพื่อติดตามศึกษาดูการทำงานของสารพันธุกรรมว่าสัมพันธ์กับอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รับประทานเข้าไปอย่างไร แล้วมีผลกระทบอย่างไรกับสุขภาพ ข้อมูลที่ได้จากการศึกษานี้ ถึงที่สุดแล้วเราอาจนำไปใช้ในการกำหนดสูตรส่วนผสมของอาหารสำหรบผู้ที่มีรูปแบบของพันธุกรรมเสี่ยง เพื่อไปช่วยปรับปรุงให้สภาวะสุขภาพดีขึ้น ป้องกันไม่ให้ป่วยได้ง่าย 

เอาเลย.ตามสบาย มีความสุขกับไอศกรีมได้เลย แต่แค่เพียง 1 ถ้วยเล็กๆ เท่านั้นนะ แล้วจำไว้ ต้องรับประทานอาหารเช้าที่อุดมไปด้วยใยอาหาร สารพันธุกรรมในตัวคุณต้องอนุมัติแน่นอน

เดี๋ยวก่อน, ก่อนที่คุณจะไปรื้อและเปลี่ยนแปลงอาหารในตู้กับข้าวของคุณทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมพร้อมสำหรับข้อมูลใหม่ นักวิชาการอาหารจำนวนมาก เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ว่าสารพันธุกรรมในร่างกายคุณจะเป็นอย่างไร การรับประทานอาหารอย่างมีสมดุลย์, มีความหลากหลาย, มีผัก ผลไม้ ให้มากๆ และรับประทานข้าวหรือขนมปังไม่ขัดขาว ขณะเดียวกันให้จำกัดอาหารพวกไขมันอิ่มตัว ควบคุมนักหนักตัวให้พอดี มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะถือเป็นยุทธวิธีที่ฉลาดที่สุดในการรักษาให้ตัวเองมีสุขภาพดีในระยะยาว 

 

 

 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.