|
t_Articles

เหมือนกับที่ความแตกต่างทางกรรมพันธุ์เป็นตัวกำหนด
ความแข็งแรงหรืออ่อนแอของร่างกายเราต่อโรค
สารพันธุกรรมเองก็ยังอาจเป็นตัวกำหนดปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อสารอาหารที่เรารับประทาน
มีการศึกษาใหม่ เรียกว่า
“นิวตริจีโนมิค”
ซึ่งเป็นการศึกษาเพื่อดูว่าอาหารกับสารพันธุกรรม
มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไรและนำความรู้นี้ไปพัฒนาใช้ในการปรับการรับประทานให้เหมาะสมเพื่อสุขภาพของแต่ละคน
โครงการศึกษาจีโนม ( องค์ประกอบสารพันธุกรรม )
ของมนุษย์ที่เสร็จสิ้นลงเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว (2545)
ถือเป็นประตูสำคัญที่ทำให้เราก้าวเข้าไปล่วงรู้เข้าใจถึงวิธีการทำงานของสารพันธุกรรมต่างๆ
ในร่างกาย และผลกระทบที่ได้รับจากสภาพแวดล้อม รวมถึงอาหารที่เรารับประทาน
ดังนั้นน่าจะมีความเป็นไปได้ว่า สักวันหนึ่งนักโภชนาการและแพทย์
จะสามารถทำงานร่วมกันในการจัดรูปแบบการรับประทานอาหาร
เพื่อความเหมาะสมกับความต้องการของโครงสร้างทางพันธุกรรมของแต่ละคน
จีน ลิงค์
(Gene Link)
หรือความเกี่ยวเนื่องทางพันธุกรรม
เมื่อปีที่ผ่านมา
กลุ่มนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
ได้ค้นพบสารพันธุกรรมตัวหนึ่งชื่อว่า
SCD-1
ในหนู
และถือได้ว่าเป็นสารพันธุกรรมในฝันเลยก็ว่าได้
เพราะหนูที่มีสารพันธุกรรมตัวนี้จะไม่อ้วนเลย
ไม่ว่าจะกินอาหารไขมันสูงเข้าไปเท่าใดก็ตาม
นอกจากนั้นยังไม่สะสมไขมันไม่ว่าจะเป็นในตับหรือในอวัยวะส่วนอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดปัญหากับสุขภาพอีกด้วย
สารพันธุกรรมในมนุษย์ที่เทียบได้กับ
SCD-1
ก็มีอยู่เช่นกัน
และอาจจะเป็นเหตุผลในการอธิบายความเป็นไปได้ที่นำไปสู่การมีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในบางคน(แม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนน้อยก็ตาม) รวมถึงเหตุผลที่ว่า
ทำไมบางคนมีร่างกายที่รับสภาวะการเป็นโรคอ้วนได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ
มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ประมาณร้อยละ 5
ของมะเร็งลำไส้ใหญ่จะมีสาเหตุเนื่องมาจากการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์โดยตรง
แต่ก็มีสารพันธุกรรมบางตัวที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องทางตรง แต่จะไปมีผลทางอ้อม
สามารถทำให้คนบางคนอ่อนแอต่อผลกระทบจากอาหารซึ่งอาจจะทั้งไปกระตุ้นหรือปกป้องคุ้มครองคนๆนั้นให้ปลอดภัยต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่นี้
มีรายงานว่าการผ่าเหล่าทางพันธุกรรมสามารถไปเปลี่ยนการดูดซึมธาตุเหล็ก
ซึ่งนำไปสู่การมีธาตุเหล็กจากอาหารในลำไส้เล็กมากกว่าปกติประมาณร้อยละ10นั่นหมายความว่าร่างกายคนเหล่านี้มีความต้องการบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็กน้อยกว่าคนอื่นๆ
และการที่เราสามารถวิเคราะห์ตรวจพบอาการผ่าเหล่าได้ตั้งแต่อายุยังน้อยเราจะสามารถให้ข้อมูลเป็นคำแนะนำในการเลือกรับประทานอาหารแก่คนเหล่านั้นได้
นอกจากนี้ยังมีอีกมากมาย
เช่น โรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน เป็นต้น
ความแตกต่างทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคลเป็นข้ออธิบายได้อย่างหนึ่งว่าทำไมคนที่มีพฤติกรรม
การรับประทานคล้ายๆ กัน
แต่กลับมีความแตกต่างกันอย่างมากในแนวโน้มเรื่องความอ่อนแอต่อโรคต่างๆ
มองดูแล้วเหมือนว่าอาหารต่างๆ ที่มนุษย์เรารับประทานเข้าไป
น่าจะเป็นสิ่งให้ประโยชน์ ทำหน้าที่ปกป้องดูแลสุขภาพของคนเรา
กลับเป็นจริงสำหรับบางคน
แต่กับบางคนแล้วไม่ได้รับผลประโยชน์หรืออาจก่อให้เกิดโทษด้วยซ้ำ
ทั้งนี้เนื่องจากความแตกต่างทางพันธุกรรมของแต่ละคน
ข้อมูลนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมคำแนะนำมาตรฐาน เรื่องการรับประทานอาหารหลักๆ
เช่น การให้รับประทานอาหารประเภทเส้นใยมากๆ หรือให้ลดการรับประท่านเกลือ
เป็นต้น เป็นผลดีกับบางคน แต่มีผลน้อยมากกับร่างกายของบางคน
ยิ่งไปกว่านั้น
นักวิจัยในด้านนี้ยังค้นพบหลักฐานว่า อาหารที่เรารับประทาน
สามารถมีปฏิกิริยาโดยตรงและมีผลกระทบกับการออกคำสั่งของสารพันธุกรรมในร่างกายคนเรา
ความหลากหลายของโครงสร้างทางพันธุกรรมนี้
สามารถมีผลกับความช้าหรือเร็วของขบวนการเผาผลาญอาหารหรือขบวนการเมตาโบลิสซึมของร่างกาย
อันจะนำไปสู่การสร้างสารพิษหรือสารก่อมะเร็ง
หรือไปเพิ่มการสร้างสารช่วยปกป้องหัวใจ เช่น ไลโปโปรตีน
ในอนาคตอันใกล้นี้
“นิวตริจีโนมิคส์”
หรือสายสัมพันธ์ระหว่างอาหารและพันธุกรรม
น่าจะเข้ามามีบทบาทในการให้คำแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารเป็นส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมต่อการมีสุขภาพดี
เหนืออื่นใดทางศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางด้านนิวตริชัน จีโนมิคส์
แห่งอเมริกา(US Centre of
Excellence for Nutritional Genomics)ได้ระบุถึงผลที่ต้องการได้รับจาก นิวตริจีโนมิคส์
ก็คือการได้ใช้ข้อมูลเพื่อนำมากำหนดโภชนาการส่วนบุคคล
หรืออีกนัยหนึ่งอาจจะเรียกว่าโภชนาการฉลาดก็ได้ (เช่น
รู้ถึงสถานะของสารอาหาร ความต้องการสารอาหาร องค์ประกอบเฉพาะทางพันธุกรรม)
ทั้งนี้เพื่อปกป้องหรือชะลอการเกิดโรค
และพยายามรักษาสุขภาพของมนุษย์ให้อยู่ดีตามที่ควรจะเป็น
อย่างไรก็ตามการค้นพบงานวิจัยใหม่ชิ้นนี้
ไม่ควรจะถูกนำไปแปรผลในลักษณะใช้เป็นเหตุผลเพื่อการไม่ทำตามคำแนะนำในการรับประทานเพื่อการมีสุขภาพดีที่มีอยุ่ในปัจจุบัน
อาหารส่วนใหญ่ที่เรารับประทานจะมีผลต่อการทำงานของร่างกายหลายๆ ส่วนรวมกัน
แต่ยังมีอีกมากมายที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่อาจเข้าใจได้ว่า
องค์ประกอบของอาหารพิเศษบางอย่าง ไปมีผลกระทบการทำงานของร่างกายได้อย่างไร
ยกตัวอย่างเช่น คนที่มีความดันโลหิตปกติและคนที่มีความดันโลหิตสูง
ที่เมื่อลดอาหารเค็มลงแล้วก็ยังไม่สามารถลดความดันลงได้
คนพวกนี้อาจได้รับประโยชน์ด้านอื่นต่อสุขภาพที่ยังวินิจฉัยไม่ได้
จากการจำกัดการบริโภคเกลือโซเดียมลง กรณีคล้ายๆ กันอีกเรื่อง
คือในขณะที่อาหารที่มีไขมันต่ำ
อาจจะไม่ช่วยให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้ในบางคนที่สารพันธุกรรมในร่างกายไม่ไว
หรือไม่ตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคดังกล่าว
แต่เชื่อได้เลยว่าเขาเหล่านั้นจะได้รับประโยชน์อย่างอื่นต่อสุขภาพในการรับประทานอาหารไขมันอิ่มตัวต่ำ
เช่นจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่างๆ เช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่,
มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งเต้านม
และยังมีประสิทธิภาพมากในการควบคุมน้ำหนักตัว
อนาคตของงานวิจัยและพัฒนาอาหาร
เกลียดรสชาติข้าวกล้องใช่หรือไม่
หรือเคยฝันว่าไอศกรีมจะเป็นมากกว่าความอร่อยบ้างไหม
งานวิจัยเรื่องสารพันธุกรรมน่าจะเข้ามามีส่วนช่วยหาทางพัฒนาอาหารแบบพิเศษเพื่อสุขภาพของแต่ละบุคคลขึ้นมาได้
โดยการปรับปรุงอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพเหล่านั้นให้น่ารับประทานขึ้น เช่น รสชาติดีขึ้น
หรืออาจเติมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายลงในอาหารที่เป็นที่โปรดปรานของคนๆนั้นไป
เพื่อจะได้รับประทานอย่างอร่อยและและมีสุขภาพดีได้ด้วย
ความรู้ความเข้าใจของเราเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของอาหารที่มีต่อสุขภาพนั้น
เกิดขึ้นมาสักช่วงเวลาหนึ่งแล้ว อาหารที่เสริมประโยชน์
ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบทางชีวภาพ จะเข้าไปช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี
ลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ได้นั้น อาจทำงานโดยการเข้าไปขัดขวาง
หรือลบล้างผลของสารพันธุกรรมบางตัว
หรือไปชะลอการพัฒนาการเกิดโรคเรื้อรังหรือปัญหาสุขภาพบางอย่าง
ดังนั้นงานวิจัยนิวตริจีโนมิคนี้
อาจจะเป็นส่วนส่งเสริมที่สำคัญมากกับงานวิจัยและพัฒนาในด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในอนาคต
ในทำนองเดียวกัน งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพของอาหารในอนาคต
จะไม่เป็นเพียงแค่การเติมสารเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารลงไปในอาหารสำเร็จรูปเท่านั้น
แต่บางทีอาจจะนำไปสู่การพัฒนาอยู่แบบอาหารที่มีการออกแบบโดยเฉพาะ
เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคล
และมิใช่เพียงเฉพาะจีโนมของมนุษย์เท่านั้นที่ช่วยให้เรามีข้อมูล การศึกษา
สารพันธุกรรมของพืชและจุลินทรีย์อย่างละเอียด
ก็สามารถช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบโปรตีนหรือสารประกอบชนิดใหม่ๆ
ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของคนเรา
ในขณะเดียวกัน
ความรู้ที่ว่าองค์ประกอบสารอาหารแต่ละชนิดนั้นทำงานได้อย่างไร
อาจช่วยให้เราทราบได้ว่า เราควรเสริมสารอาหารตัวใด อาจจะเป็นในรูปสารสกัด
และสารตัวใดที่ควรรับประทานในรูปอาหารจะดีกว่า
ใครจะทราบว่าในวันหนึ่งนักวิทยาศาสตร์อาจพบว่า
สารแอนตี้ออกซิแดนท์บางตัวในรูปเม็ด
อาจทำงานเป็นประโยชน์กับร่างกายได้ดีพอๆกันกับอาหารจริงๆ
บางตัวอาจทำงานได้ดีถ้าปรุงให้สุก บางตัวอาจจะดีถ้ารับประทานดิบๆ
หรือบางทีอาจมีสูตรอาหารพิเศษก็ได้
อนาคตการให้คำแนะนำด้านโภชนาการ
วันหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้
นักโภชนาการอาจต้องทำการทดสอบพันธุกรรมเป็นสิ่งแรก
ก่อนที่จะกำหนดรูปแบบโภชนาการให้กันแต่ละบุคคล
ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาจีโนมของมนุษย์
อาจมีส่วนช่วยให้แพทย์และนักโภชนาการสามารถเข้าใจลักษณะจำเพาะทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคลในเรื่องความอ่อนแอต่อโรค
และปฏิกิริยาที่มีต่อสารอาหาร เพื่อนำมาใช้สร้างรูปแบบโภชนาการเฉพาะตัว
เพื่อการมีสุขอนามัยที่ดีและลดความเสี่ยงต่อการติดโรค แผนโภชนาการดังกล่าว
จะไม่ใช่แผนที่คำนึงถึงเพียงแค่อายุ สภาวะและความต้องการสารอาหาร
วิธีการดำเนินชีวิตเท่านั้น แต่จะคำนึงถึงแผนภูมิทางพันธุกรรมของคนๆ
นั้นด้วย
หนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับงานวิจัยนิวตริจีโนมิค ก็คือ
การที่เราสามารถแยกแยะวิเคราะห์คนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมเรื้อรัง
เช่น โรคลมปัจจุบัน โรคหัวใจ โรคเบาหวานได้
ก่อนที่จะมีการพัฒนาไปสู่การเป็นโรคนั้นๆ จริงๆ เมื่อทำได้เช่นนี้
เราจึงสามารถออกแบบโภชนาการและแนะนำวิธีการใช้ชีวิตให้คนๆ นั้นใหม่
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าวขึ้น หรืออย่างน้อยก็ช่วยชะลอไปให้นานๆ
ปัจจุบันนี้ด้วยความเข้าใจที่มีจำกัดในเรื่องความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากความเสื่อม
คนเป็นจำนวนมากจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพึ่งพาการแพทย์เมื่อเกิดอาการขึ้น
ผลที่ตามมาคือความสูญเสียทางสรีระนั่นคือสุขภาพที่ทรุดโทรม
ซึ่งไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ ดังนั้น
การที่เราสามารถวินิจฉัยความเสี่ยงล่วงหน้าได้ก่อนที่อาการจะเกิดขึ้น
และก่อนที่ร่างกายจะเสื่อมทรุดลง
และสร้างรูปแบบเฉพาะของการรับประทานและการดำเนินชีวิต
เพื่อการป้องกันโรคได้นี้ จะช่วยให้ผู้คนจำนวนมาก
ไม่ต้องมีชีวิตที่ไร้คุณภาพเป็นเวลานานนับเป็นปีๆ
และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐในเรื่องการสาธารณสุขอีกมหาศาล
นอกจากนี้ยังมีแผนโภชนาการเฉพาะแบบเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเป้าหมายระยะสั้น
ตัวอย่างเช่น นักกีฬา
ซึ่งอาจต้องใช้อาหารแบบพิเศษให้สอดคล้องกับรูปแบบทางพันธุกรรม
เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแกร่งมากขึ้น
มีบริษัทมากมายที่เริ่มพัฒนาระบบขึ้นมา
เพื่อติดตามศึกษาดูการทำงานของสารพันธุกรรมว่าสัมพันธ์กับอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รับประทานเข้าไปอย่างไร
แล้วมีผลกระทบอย่างไรกับสุขภาพ ข้อมูลที่ได้จากการศึกษานี้
ถึงที่สุดแล้วเราอาจนำไปใช้ในการกำหนดสูตรส่วนผสมของอาหารสำหรบผู้ที่มีรูปแบบของพันธุกรรมเสี่ยง
เพื่อไปช่วยปรับปรุงให้สภาวะสุขภาพดีขึ้น ป้องกันไม่ให้ป่วยได้ง่าย
เอาเลย….ตามสบาย
มีความสุขกับไอศกรีมได้เลย แต่แค่เพียง 1 ถ้วยเล็กๆ เท่านั้นนะ แล้วจำไว้
ต้องรับประทานอาหารเช้าที่อุดมไปด้วยใยอาหาร
สารพันธุกรรมในตัวคุณต้องอนุมัติแน่นอน
เดี๋ยวก่อน …,
ก่อนที่คุณจะไปรื้อและเปลี่ยนแปลงอาหารในตู้กับข้าวของคุณทั้งหมด
เพื่อเตรียมพร้อมพร้อมสำหรับข้อมูลใหม่ นักวิชาการอาหารจำนวนมาก
เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ว่าสารพันธุกรรมในร่างกายคุณจะเป็นอย่างไร
การรับประทานอาหารอย่างมีสมดุลย์, มีความหลากหลาย, มีผัก ผลไม้ ให้มากๆ
และรับประทานข้าวหรือขนมปังไม่ขัดขาว
ขณะเดียวกันให้จำกัดอาหารพวกไขมันอิ่มตัว ควบคุมนักหนักตัวให้พอดี
มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ สิ่งต่างๆ
เหล่านี้จะถือเป็นยุทธวิธีที่ฉลาดที่สุดในการรักษาให้ตัวเองมีสุขภาพดีในระยะยาว
|