|
t_Articles
ผู้บริโภคทุกคนต้องเผชิญความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารแต่ในขณะเดียวกัน
การเกิดการเจ็บป่วยจากอาหารในทุกกรณีสามารถป้องกันได้
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทุกคนทำได้ เพื่อการป้องกันดังกล่าว
เริ่มตั้งแต่การผลิตพืชอาหารในระดับไร่นา จนถึงการนำเสนอสู่ผู้บริโภค
ขั้นแรก ก็คือ การให้ข้อมูลความรู้
เกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารขั้นพื้นฐานเป็นอย่างดี,
ให้ประชาชนได้รู้ถึงอันตรายและความเสี่ยง, การรู้จักสังเกต และ/หรือ
สามารถกำจัดอันตรายและความเสี่ยงเหล่านั้นได้โดยอาศัยวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด
เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารฉบับแรก ที่ร่วมกันจัดทำขึ้นกับ
SEAMEO
โดยสถาบัน
TropMed Nutrition
ในประเทศอินโดนีเซีย
และได้รับความร่วมมือทางด้านเทคนิคจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ
สำนักงานภาคพื้นเอเซียแปซิฟิค เพื่อจะสร้างความตระหนักในสังคม
และให้ประชาชนได้เรียนรู้วิธีการป้องกัน
และวิธีการที่จะเข้ามามีบทบาทร่วมในการป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารนี้ ได้อย่างไร
องค์การอนามัยโลกได้ให้คำจำกัดความของ
“การเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร”
ในลักษณะที่เป็นเชื้อโรค ซึ่งมักจะเป็นการติดเชื้อ
หรือการเป็นพิษในธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย
โดยการรับประทานอาหาร
ความเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร อาจเกิดจากสาเหตุทางกายภาพ, ทางเคมีหรือทางชีวภาพก็ได้ จากอันตราย ทั้ง 3 ประเภท สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ
การปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในอาหาร ทั้งๆ
ที่ความก้าวหน้าในเรื่องของวิทยาการอาหารมีอยู่มากมาย ทั้งทางเลือก
ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย แต่องค์การอนามัยโลก ก็ยังมีรายงานว่า
มีการเกิดการเจ็บป่วยจากการปนเปื้อนของอาหาร และยังเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา
การเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารมีผลกระทบกับทุกคน
การเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารมีผลกระทบอย่างรุนแรงกับสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่ ผู้สูงอายุ, สตรีมีครรภ์,
คนที่มีภูมิต้านทานต่ำ และเด็กเล็ก
จะเห็นได้ว่าความเจ็บป่วยจากอาหารนี้
จะลดความสามารถในการผลิตทางเศรษฐกิจอย่างเด่นชัด
หน่วยงานต่างๆ
ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างก็ลงทุนทั้งความพยายามและปัจจัยอย่างมหาศาล
ในการป้องกันการเกิดการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร
การเพิ่มพูนความรู้ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการเรื่องอาหารในทุกขั้นตอน น่าจะเป็นกุญแจพื้นฐานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
ความปลอดภัยในเรื่องของอาหารจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
มีความเข้าใจและรู้จักบทบาทของตนเอง ความปลอดภัยของอาหารเป็นธุระของทุกๆ คน
ดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของทุกๆ คนด้วย
การเจ็บป่วยที่เกิดอาหารกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ปัจจุบันมีอาหารให้ผู้คนเลือกรับประทานมากมายกว่าแต่ก่อนและการเพิ่มขึ้นของอาหารนี้ก็นำมาซึ่งความสลับ ซับซ้อน ตัวอย่าง เช่น
-
การเพิ่มขึ้นของชนิดของอาหารทำให้คนต้องมีความรู้มากขึ้น
ในการเก็บรักษา การเตรียม การปรุง และการรับประทาน เช่น
อาหารนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล
ผลิตภัณฑ์จากนม
การเลือกและการเตรียมอาหารสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการป่วยจากอาหารได้ง่าย
รวมถึง คนเป็นโรคแพ้อาหาร เช่น แพ้ถั่วลิสง, แพ้นม เป็นต้น
-
ผู้บริโภคมักเน้นเรื่องความสะดวก
ความรวดเร็วในการปรุงอาหาร
แต่อาหารที่เตรียมเพื่อความสะดวกและรวดเร็วนี้
ต้องมีการเก็บรักษาที่ดี และมีการปรุงให้สุกอย่างเหมาะสม
ซึ่งควรเป็นในบ้าน
-
กรรมวิธีการปรุงอาหารมีเพิ่มขึ้นมากมาย
ในวิถีชีวิตปัจจุบัน เช่น การใช้เตาไมโครเวฟ การปิ้งย่าง และการตุ๋น
วีธีการต่างๆ เหล่านี้
ก่อให้เกิดความหลากหลายของชนิดอาหารเพื่อการบริโภค
แต่สิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีก็คือ
ความเข้าใจในวีธีการปรุงอาหารเหล่านี้อย่างถูกต้อง
โดยต้องคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของการบริโภคเป็นพื้นฐาน
-
“ภูมิปัญญาเรื่องอาหาร”
ของคนในสมัยโบราณที่มีอยู่มากมาย และสืบทอดต่อๆ
กันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า กำลังจะกลายเป็นเรื่องล้าสมัย
และถูกลบเลือนออกไป แต่สำหรับประชากรบางกลุ่ม
ยังไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริงในเรื่องของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
ในเรื่องของโภชนาการ และความปลอดภัยของอาหาร
เพื่อจะมาแทนที่ภูมิปัญญาโบราณได้
-
การที่ผู้คนรับประทานอาหารนอกบ้านหรือซื้ออาหารปรุงสำเร็จมารับประทานมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นจากร้านข้างถนน ภัตตาคาร หรือสถานที่สาธารณะต่างๆ
ทำให้ยากต่อการที่จะทราบได้ว่า
อาหารเหล่านั้นปลอดภัยต่อการบริโภคหรือไม่
การเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมือง ทำให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้น ครึ่งหนึ่งของประชากรเมืองที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ในทวีปเอเชีย
มีความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้น แออัด ไม่มีสุขอนามัย
นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมมีผลเป็นอย่างมาก
ที่ทำให้ผู้คนซื้ออาหารนอกบ้านรับประทานมากขึ้น
และเมื่อไม่มีกฎข้อบังคับใดๆ เลยที่จะสามารถควบคุมการเตรียมอาหาร
การเก็บและการวางขาย
เชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนที่ติดมาทางอาหารจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร -
เป้าหมายที่สามารถทำให้สำเร็จได้
ความเจ็บป่วยที่มาทางอาหาร เรียกได้ว่า
เป็นสิ่งที่ป้องกันได้เกือบทั้งหมด กุญแจหรือหัวใจของการป้องกันก็คือ
การมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง
ในทุกขั้นตอนการจัดการเกี่ยวกับอาหาร
ตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงในจานของผู้บริโภค
เพื่อให้ความคุ้มครองเรื่องความปลอดภัยของอาหารแก่ประชาชน
และเพื่อสร้างความมั่นใจในความต้องการของตลาดส่งออก
และผู้บริโภคในต่างประเทศ รัฐบาลของประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการปรับปรุงความปลอดภัยอนามัยของอาหาร
ในวงการอุตสาหกรรมอาหารเองก็พยายามดูแลและปรับปรุงขั้นตอนวิธีการปฏิบัติในการผลิตอาหาร
เพื่อลดความเสี่ยง และสร้างความปลอดภัยสู่ผู้บริโภค
ในส่วนของผู้บริโภคเอง ก็มีบทบาทที่สำคัญในเรื่องนี้
ความรู้ความเข้าใจและการเอาใจใส่ของผู้บริโภคเอง
ไม่เพียงแต่จะเรียกร้องให้เกิดมาตรฐานความปลอดภัย
และอนามัยของอาหารให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่จะสามารถสร้างความมั่นใจได้ว่า
อาหารที่ซื้อมาแล้วนั้น จะยังปลอดภัยในการรับประทาน
และรู้จักสังเกตและไม่ซื้ออาหารที่มีแนวโน้มว่าอาจจะเสียได้
ความปลอดภัยของอาหาร
-
ความรับผิดชอบที่มีร่วมกัน
อาหารส่วนใหญ่ที่คนเราบริโภคอยู่ทุกวันนี้
จะถูกส่งผ่านอยู่ในวงจรจัดส่งอาหาร อาจะเป็นบางส่วน
หรืออาจทุกขั้นตอนเลยก็ได้ และแต่ละหน่วยที่จัดส่งอาหารก็ย่อมมีบทบาท
ซึ่งก็คือความรับผิดชอบนั่นเอง
ในการที่ต้องพยายามให้อาหารคงไว้ซึ่งคุณภาพและปลอดภัยต่อการบริโภค
ความปลอดภัยของอาหารและการป้องกันโรคที่ติดมาทางอาหารเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกๆ
คน
ความเข้าใจในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเรื่องความปลอดภัยของอาหารไม่เคยมีมากเท่านี้มาก่อนเลยตัวอย่างและแม่แบบของภาคปฏิบัติที่ดีที่สุดที่จะกำจัดหรือลดความเสี่ยงของเชื้อที่จะติดทางอาหารลงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
มีปรากฎให้เห็นในทุกขั้นตอนของวงจรการจัดส่งอาหาร
อาหารที่ปลอดภัยกว่า
-
ความรับผิดชอบของทุกคน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอาหารมีการเปลี่ยนแปลงมากมายหลายครั้ง
ซึ่งเป็นการเปลี่ยนไปทางที่ดี
และผู้บริโภคก็มีความตระหนักมากขึ้นในความเกี่ยวข้องกันระหว่างอาหารกับสุขภาพแต่อันตรายอันยิ่งใหญ่ต่อสุขภาพของคนเรา ส่วนหนึ่งกลับเกิดจากอาหาร
ซึ่งเกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจ
ในการที่จะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันไม่ให้ป่วยเนื่องจากอาหาร
ตลอดวงจรของการจัดส่งอาหาร ลำดับขั้นตอน
และวิธีการปฏิบัติที่ดีและถูกต้องได้ถูกนำมาใช้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ผู้บริโภคจะได้รับประทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ปลอดจากการติดเชื้อ
หรืออย่างน้อยก็พยายามลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในอาหารให้น้อยที่สุด
เท่าที่จะทำได้ เพื่อประชาชนจะได้มีสุขภาพดี
จากการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพแต่ความรับผิดชอบในด้านคุณภาพอาหารไม่ควรจะอยู่ในมือของผู้ประกอบการและภาครัฐเท่านั้นผู้บริโภคเอง
ก็มีความรับผิดชอบเท่าๆ กัน
ที่จะให้อาหารที่พวกเขารับประทานสะอาดปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน
หรือการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านก็ตาม
ท้ายที่สุดแล้ว ทุกๆ
คนก็จะได้รับประโยชน์จากการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารที่ปลอดภัย
เ อกสารฉบับนี้ได้เรียบเรียงขึ้นจาก ตอนที่ 1 ของบทความเรื่อง
“วิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด
เพื่อความปลอดภัยของอาหารจากในฟาร์มสู่ในจาน”
ซึ่งจัดทำขึ้นร่วมกันโดย
AFIC และ
TropMed Nutrition
แห่ง
SEAMEO
(โดยได้รับความเอื้อเฟื้อทางเทคนิคจาก
FAO
สำนักงานภาคพื้นเอเซียแปซิฟิค) ท่านสามารถเข้าชมเว็บไซท์ของ
AFIC
ได้ที่
www.afic.org
หากต้องการข้อมูลของตอนอื่นๆ ในบทความฉบับนี้
|