<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> FFA Issue 18 July 2003 - การป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารจากในฟาร์มสู่ในจาน - การประมวลวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด  t_Articles t_Articles AFIC
   
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

FFA Issue 18 July 2003 - การป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารจากฟาร์มสู่จานอาหาร - การประมวลวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด  

t_Articles

 

ผู้บริโภคทุกคนต้องเผชิญความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารแต่ในขณะเดียวกัน การเกิดการเจ็บป่วยจากอาหารในทุกกรณีสามารถป้องกันได้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทุกคนทำได้ เพื่อการป้องกันดังกล่าว เริ่มตั้งแต่การผลิตพืชอาหารในระดับไร่นา จนถึงการนำเสนอสู่ผู้บริโภค ขั้นแรก ก็คือ การให้ข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารขั้นพื้นฐานเป็นอย่างดี, ให้ประชาชนได้รู้ถึงอันตรายและความเสี่ยง, การรู้จักสังเกต และ/หรือ สามารถกำจัดอันตรายและความเสี่ยงเหล่านั้นได้โดยอาศัยวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารฉบับแรก ที่ร่วมกันจัดทำขึ้นกับ SEAMEO โดยสถาบัน TropMed Nutrition ในประเทศอินโดนีเซีย และได้รับความร่วมมือทางด้านเทคนิคจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ สำนักงานภาคพื้นเอเซียแปซิฟิค เพื่อจะสร้างความตระหนักในสังคม และให้ประชาชนได้เรียนรู้วิธีการป้องกัน และวิธีการที่จะเข้ามามีบทบาทร่วมในการป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารนี้ ได้อย่างไร         

องค์การอนามัยโลกได้ให้คำจำกัดความของ  การเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร ในลักษณะที่เป็นเชื้อโรค ซึ่งมักจะเป็นการติดเชื้อ หรือการเป็นพิษในธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย โดยการรับประทานอาหาร               

ความเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร อาจเกิดจากสาเหตุทางกายภาพ, ทางเคมีหรือทางชีวภาพก็ได้  จากอันตราย ทั้ง 3 ประเภท สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ การปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในอาหาร ทั้งๆ ที่ความก้าวหน้าในเรื่องของวิทยาการอาหารมีอยู่มากมาย ทั้งทางเลือก ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย แต่องค์การอนามัยโลก ก็ยังมีรายงานว่า มีการเกิดการเจ็บป่วยจากการปนเปื้อนของอาหาร  และยังเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา

 

การเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารมีผลกระทบกับทุกคน

การเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารมีผลกระทบอย่างรุนแรงกับสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่ ผู้สูงอายุ, สตรีมีครรภ์, คนที่มีภูมิต้านทานต่ำ และเด็กเล็ก  จะเห็นได้ว่าความเจ็บป่วยจากอาหารนี้ จะลดความสามารถในการผลิตทางเศรษฐกิจอย่างเด่นชัด 

หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างก็ลงทุนทั้งความพยายามและปัจจัยอย่างมหาศาล ในการป้องกันการเกิดการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร การเพิ่มพูนความรู้ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการเรื่องอาหารในทุกขั้นตอน   น่าจะเป็นกุญแจพื้นฐานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ความปลอดภัยในเรื่องของอาหารจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีความเข้าใจและรู้จักบทบาทของตนเอง ความปลอดภัยของอาหารเป็นธุระของทุกๆ คน ดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของทุกๆ คนด้วย 

การเจ็บป่วยที่เกิดอาหารกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ปัจจุบันมีอาหารให้ผู้คนเลือกรับประทานมากมายกว่าแต่ก่อนและการเพิ่มขึ้นของอาหารนี้ก็นำมาซึ่งความสลับ  ซับซ้อน ตัวอย่าง เช่น

  • การเพิ่มขึ้นของชนิดของอาหารทำให้คนต้องมีความรู้มากขึ้น ในการเก็บรักษา การเตรียม การปรุง และการรับประทาน เช่น อาหารนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากนม  การเลือกและการเตรียมอาหารสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการป่วยจากอาหารได้ง่าย รวมถึง คนเป็นโรคแพ้อาหาร เช่น แพ้ถั่วลิสง, แพ้นม เป็นต้น

  • ผู้บริโภคมักเน้นเรื่องความสะดวก ความรวดเร็วในการปรุงอาหาร แต่อาหารที่เตรียมเพื่อความสะดวกและรวดเร็วนี้ ต้องมีการเก็บรักษาที่ดี และมีการปรุงให้สุกอย่างเหมาะสม ซึ่งควรเป็นในบ้าน

  • กรรมวิธีการปรุงอาหารมีเพิ่มขึ้นมากมาย ในวิถีชีวิตปัจจุบัน เช่น การใช้เตาไมโครเวฟ การปิ้งย่าง และการตุ๋น วีธีการต่างๆ เหล่านี้ ก่อให้เกิดความหลากหลายของชนิดอาหารเพื่อการบริโภค แต่สิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีก็คือ ความเข้าใจในวีธีการปรุงอาหารเหล่านี้อย่างถูกต้อง โดยต้องคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของการบริโภคเป็นพื้นฐาน

  • ภูมิปัญญาเรื่องอาหาร ของคนในสมัยโบราณที่มีอยู่มากมาย และสืบทอดต่อๆ กันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า กำลังจะกลายเป็นเรื่องล้าสมัย และถูกลบเลือนออกไป แต่สำหรับประชากรบางกลุ่ม ยังไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริงในเรื่องของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ในเรื่องของโภชนาการ และความปลอดภัยของอาหาร เพื่อจะมาแทนที่ภูมิปัญญาโบราณได้

  • การที่ผู้คนรับประทานอาหารนอกบ้านหรือซื้ออาหารปรุงสำเร็จมารับประทานมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นจากร้านข้างถนน ภัตตาคาร หรือสถานที่สาธารณะต่างๆ ทำให้ยากต่อการที่จะทราบได้ว่า อาหารเหล่านั้นปลอดภัยต่อการบริโภคหรือไม่

 การเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมือง ทำให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้น   ครึ่งหนึ่งของประชากรเมืองที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ในทวีปเอเชีย มีความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้น แออัด ไม่มีสุขอนามัย นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมมีผลเป็นอย่างมาก ที่ทำให้ผู้คนซื้ออาหารนอกบ้านรับประทานมากขึ้น และเมื่อไม่มีกฎข้อบังคับใดๆ เลยที่จะสามารถควบคุมการเตรียมอาหาร การเก็บและการวางขาย เชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนที่ติดมาทางอาหารจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  

การป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร - เป้าหมายที่สามารถทำให้สำเร็จได้

ความเจ็บป่วยที่มาทางอาหาร เรียกได้ว่า เป็นสิ่งที่ป้องกันได้เกือบทั้งหมด กุญแจหรือหัวใจของการป้องกันก็คือ การมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ในทุกขั้นตอนการจัดการเกี่ยวกับอาหาร ตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงในจานของผู้บริโภค 

เพื่อให้ความคุ้มครองเรื่องความปลอดภัยของอาหารแก่ประชาชน และเพื่อสร้างความมั่นใจในความต้องการของตลาดส่งออก และผู้บริโภคในต่างประเทศ รัฐบาลของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการปรับปรุงความปลอดภัยอนามัยของอาหาร  ในวงการอุตสาหกรรมอาหารเองก็พยายามดูแลและปรับปรุงขั้นตอนวิธีการปฏิบัติในการผลิตอาหาร เพื่อลดความเสี่ยง และสร้างความปลอดภัยสู่ผู้บริโภค 

ในส่วนของผู้บริโภคเอง ก็มีบทบาทที่สำคัญในเรื่องนี้ ความรู้ความเข้าใจและการเอาใจใส่ของผู้บริโภคเอง ไม่เพียงแต่จะเรียกร้องให้เกิดมาตรฐานความปลอดภัย และอนามัยของอาหารให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่จะสามารถสร้างความมั่นใจได้ว่า อาหารที่ซื้อมาแล้วนั้น จะยังปลอดภัยในการรับประทาน และรู้จักสังเกตและไม่ซื้ออาหารที่มีแนวโน้มว่าอาจจะเสียได้ 

ความปลอดภัยของอาหาร - ความรับผิดชอบที่มีร่วมกัน

อาหารส่วนใหญ่ที่คนเราบริโภคอยู่ทุกวันนี้ จะถูกส่งผ่านอยู่ในวงจรจัดส่งอาหาร อาจะเป็นบางส่วน หรืออาจทุกขั้นตอนเลยก็ได้ และแต่ละหน่วยที่จัดส่งอาหารก็ย่อมมีบทบาท ซึ่งก็คือความรับผิดชอบนั่นเอง ในการที่ต้องพยายามให้อาหารคงไว้ซึ่งคุณภาพและปลอดภัยต่อการบริโภค ความปลอดภัยของอาหารและการป้องกันโรคที่ติดมาทางอาหารเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกๆ คน  

ความเข้าใจในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเรื่องความปลอดภัยของอาหารไม่เคยมีมากเท่านี้มาก่อนเลยตัวอย่างและแม่แบบของภาคปฏิบัติที่ดีที่สุดที่จะกำจัดหรือลดความเสี่ยงของเชื้อที่จะติดทางอาหารลงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีปรากฎให้เห็นในทุกขั้นตอนของวงจรการจัดส่งอาหาร 

อาหารที่ปลอดภัยกว่า - ความรับผิดชอบของทุกคน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอาหารมีการเปลี่ยนแปลงมากมายหลายครั้ง  ซึ่งเป็นการเปลี่ยนไปทางที่ดี และผู้บริโภคก็มีความตระหนักมากขึ้นในความเกี่ยวข้องกันระหว่างอาหารกับสุขภาพแต่อันตรายอันยิ่งใหญ่ต่อสุขภาพของคนเรา ส่วนหนึ่งกลับเกิดจากอาหาร   ซึ่งเกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการที่จะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันไม่ให้ป่วยเนื่องจากอาหาร  

ตลอดวงจรของการจัดส่งอาหาร ลำดับขั้นตอน และวิธีการปฏิบัติที่ดีและถูกต้องได้ถูกนำมาใช้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า    ผู้บริโภคจะได้รับประทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ปลอดจากการติดเชื้อ หรืออย่างน้อยก็พยายามลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในอาหารให้น้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพื่อประชาชนจะได้มีสุขภาพดี จากการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพแต่ความรับผิดชอบในด้านคุณภาพอาหารไม่ควรจะอยู่ในมือของผู้ประกอบการและภาครัฐเท่านั้นผู้บริโภคเอง ก็มีความรับผิดชอบเท่าๆ กัน ที่จะให้อาหารที่พวกเขารับประทานสะอาดปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว ทุกๆ คนก็จะได้รับประโยชน์จากการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารที่ปลอดภัย 

อกสารฉบับนี้ได้เรียบเรียงขึ้นจาก ตอนที่ 1 ของบทความเรื่อง วิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของอาหารจากในฟาร์มสู่ในจาน ซึ่งจัดทำขึ้นร่วมกันโดย AFIC และ TropMed Nutrition แห่ง SEAMEO (โดยได้รับความเอื้อเฟื้อทางเทคนิคจาก FAO สำนักงานภาคพื้นเอเซียแปซิฟิค) ท่านสามารถเข้าชมเว็บไซท์ของ AFIC ได้ที่ www.afic.org  หากต้องการข้อมูลของตอนอื่นๆ ในบทความฉบับนี้

 

 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.