t_Articles
เอเชียเป็นดินแดนแห่งความแตกต่าง ในมุมหนึ่งก็จะมีการกินดีอยู่ดี
ซึ่งนำไปสู่โรคอ้วน หรือปัญหาน้ำหนักเกินซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ในหมู่คนเอเชีย แต่ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานพ้องตรงกันมากมายว่าปัญหาเรื่อง
“ความหิวที่แฝงเร้น ”
ซึ่งก็คือ การขาดธาตุอาหารที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้
ยังคงเป็นปัญหาต่อสุขภาพของคนเอเชียอย่างต่อเนื่อง
ตามรายงานของธนาคารพัฒนาเอเชีย
( Asian Development Bank ) ระบุถึง การขาดวิตามินเอ,ไอโอดีนและธาตุเหล็ก
ว่ายังคงเป็นปัญหาใหญ่ทั่วเอเชีย
แม้ว่าอาการขาดวิตามินเอประเภทรุนแรง
( ซึ่งสามารถนำไปสู่อาการตาบอดได้ )
จะไม่เป็นปัญหาสำคัญแล้วก็ตาม
แต่การขาดโดยที่มองไม่เห็นอาการ ยังตรวจพบอยู่เป็นประจำ
ในพื้นที่ที่ไม่มีโครงการเกลือเติมไอโอดีน
เราพบว่ายังมีผู้คนมีอาการขาดไอโอดีน เช่นเป็นโรคคอหอยพอก
และถ้าเป็นในเด็กอาจทำให้เป็นปัญญาอ่อน
โรคโลหิตจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็ก
อาจเป็นอาการที่พบมากที่สุดในเรื่องของการขาดธาตุอาหารรองที่พบในเอเชีย
และเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เพียงทวีปเดียวเราพบว่าเกิดกับผู้หญิงและเด็กมากถึง 600 ล้านคน
ผลที่เกิดจากโลหิตจาง เนื่องจากขาดธาตุเหล็กนี้
ทำให้อัตราการตายของแม่และเด็กสูงขึ้น ความสามารถในขบวนการเรียนรู้จำกัด
รวมจนถึงระบบภูมิคุ้มกันโรคต่ำ
ระดับความสามารถของร่างกายในการทำหน้าที่ต่าง ๆ ก็ลดลงด้วย
การต่อสู้การขาดธาตุอาหารรองจะต้องทำในหลายทิศทาง
วิธีการหนึ่งก็คือการเติมสารอาหารลงในอาหารที่มีการบริโภคกันบ่อยๆ
และประชากรเป็นจำนวนมากนิยมกิน
มีการค้นพบกลยุทธที่ใช้ได้ผลดีในประเทศที่พัฒนาแล้ว
เมื่อประมาณต้นศตวรรษที่ผ่านมา ในยุโรปและอเมริกา
พบว่าอัตราการขาดธาตุอาหารรองลดลงมาก
เมื่อมีการเติมสารอาหารลงในอาหารหลักที่กินกันเป็นประจำ เช่น แป้งขนมปัง
และผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลี
ต่างจาก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
การที่เราเติมสารอาหารลงในอาหารที่กินประจำวัน
การที่จะกินถึงระดับปริมาณที่มากเกินไป
( overdose )
เกินนั้นจะเป็นไปได้ยาก
ซึ่งนับว่าเป็นการเสริมสารอาหารอย่างปลอดภัย นอกจากนี้
ผลการประเมินของหน่วยงานนานาชาติพบว่า
การเติมสารอาหารวิธีนี้เป็นวิธีที่ราคาถูกที่สุดในการแก้ปัญหาขาดสารอาหาร
ยกตัวอย่างเช่น การเติมธาตุเหล็กลงในซีอิ้ว ใช้เงินเพียง 0.03
USD ( 1.20 บาท )
ต่อซีอิ้ว
1 ลิตร
การเติมสารอาหารในประเทศในเอเชีย
เนื่องด้วยประโยชน์ที่จะได้รับอย่างมหาศาลนี้เอง
รัฐบาลของแต่ละประเทศในเอเชียได้ใช้วิธีการต่าง ๆ
เพื่อที่จะเติมสารอาหารรองที่จำเป็นลงในอาหาร แต่ละประเทศใส่ในอาหาร
แตกต่างกันไปแล้วแต่ความนิยมและอุปนิสัยการกินของคนในประเทศ
ในประเทศมาเลเซีย มีการเติมวิตามิน เอ และ ดี ลงในมาการีน
ซึ่งคนนิยมใช้แทนเนยกันในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้
นมข้นหวานคนจะใช้กันเยอะมากในการชงเครื่องดื่มต่าง ๆ
รัฐบาลก็เลยให้เติมวิตามินเอลงไป
หลังจากที่มีการสำรวจเขตชุมชน ชนบทในซาราวัคช่วงปี พ.ศ. 2513- พ.ศ. 2523
พบตัวเลขที่ค่อนข้างน่าตกใจว่ามีผู้คนมีอาการขาดธาตุไอโอดีนกันมาก
รัฐบาลจึงสั่งนำเกลือไอโอดีน เข้ามาในซาราวัคเมื่อปี พ.ศ. 2525
การตรวจสอบต่อมา พบว่าประชาชนบริโภคเกลือไอโอดีน จากร้อยละ 28 ในปี 2531
เพิ่มเป็นร้อยละ 65 ในปี 2538
ในประเทศไทย เรามีโครงการเติมวิตามินเอ, ธาตุไอโอดีน และธาตุเหล็ก
ลงในซองเครื่องปรุงของบะหมี่สำเร็จรูป มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539
ซึ่งสารอาหารที่เติมลงไปนี้เป็นปริมาณ 1 ใน 3 ของที่ร่างกายต้องการต่อวัน
ในปัจจุบันร้อยละ 80
ของบะหมี่สำเร็จรูปในประเทศไทยอยู่ในโครงการเติมสารอาหารนี้
ตามการเชิญชวนของรัฐบาล
ในประเทศฟิลิปปินส์ มีโครงการเสริมวิตามินเอ ลงในมาการีน แบบสมัครใจ
โดยการสนับสนุนอย่างมหาศาลจากรัฐบาล รวมถึงความตระหนักของผู้บริโภคเอง
จึงทำให้ประชากรจำนวนมากหันมาบริโภคมาการีน
เสริมวิตามินเอกันมากขึ้น
แม้กระทั่งในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด
การศึกษาในชุมชนที่มีผลกระทบ แสดงให้เห็นว่า
การกินมาการีนทำให้ระดับวิตามิน เอ ในเด็กเพิ่มขึ้น
ผู้ผลิตเองก็ลดขนาดของสินค้าเพื่อให้ราคาถูกลงจะได้แน่ใจว่าประชากรในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
สามารถซื้อหามารับประทานได้
ในฟิลิปปินส์ ยังมีโครงการข้าวเสริมธาตุเหล็ก
เพื่อลดความรุนแรงของโรคโลหิตจาง เนื่องจากการขาดธาตุเหล็กในประชากร
ประเทศจีน เลือกใช้วิธีการต่างออกไปในการลดโรคโลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็ก
โดยเดินตามงานวิจัยที่นำโดย
Dr.Junshi Chen
แห่งวิทยาลัยเวชศาสตร์ป้องกัน (Chinese Academy for
Preventive Medicine) และสถาบัน International Life
Sciences Institute Focal Point China
ประเทศได้เริ่มต้นโครงการขนาดใหญ่ร่วมมือกับผู้ผลิตซอสถั่วเหลืองจำนวนมาก
โดยการสนับสนุนจากโครงการ GAIN
เพื่อผลิตซอสถั่วเหลืองเสริมธาตุเหล็ก ในปริมาณที่มากพอเพียง
ต่อการบริโภคของพลเมืองทั้งประเทศ โครงการนี้เริ่มเห็นถึงความเป็นไปได้แล้ว
การศึกษานำร่อง ซึ่งทำในพื้นที่ที่มีประชากรเป็นโรคโลหิตจางสูง
พบว่าเมื่อตรวจร่างกายเด็กนักเรียนที่บริโภคซอสถั่วเหลืองเสริมธาตุเหล็ก
จะพบว่ามีปริมาณธาตุเหล็กสูงกว่ากลุ่มที่มิได้บริโภค
นวัตกรรมการเสริมสารอาหารรอง
การเติมสารอาหารรองลงในอาหารระหว่างขบวนการผลิต ไม่ใช่วิธีเดียวที่เราทำได้
เราสามารถทำได้จากภายในโดยการเสริมธาตุอาหารทางชีวภาพ
(Biofortification)
วิธีหนึ่งที่ทำกัน ก็โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ
เพื่อสร้างพันธุ์พืชที่มีสารอาหารที่ต้องการ อยู่ภายในพืชนั้นเลย
โครงการหนึ่งซึ่งถือว่าก้าวหน้ามากที่สุดขณะนี้ คือ ข้าวทอง (Golden
Rice)ซึ่งคือข้าวที่มีวิตามินเอและยังมีพัฒนาวิตามินเอกับพืชอื่น
ได้แก่มัสตาร์ด,คาโนลา,มันเทศ ,ข้าวฟ่าง
และมันสำปะหลัง รวมทั้งการเติมธาตุเหล็กและสังกะสีลงในข้าวและพืชตระกูลถั่ว
สถาบันวิจัยนโยบายอาหารนานาชาติ
(The
International Food Policy Research Institute)
ได้เริ่มโครงการสนับสนุนนักปรับปรุงพันธุ์พืช (ผู้ที่พัฒนาพืชพันธุ์ใหม่
ให้ทำการวิจัยและพัฒนาพืชอาหารหลักเพื่อหาพันธุ์ที่มี
เกลือแร่และวิตามินสูง พืชเป้าหมายได้แก่ wheat,
ข้าวโพด ,
มันสำปะหลัง ,
ถั่ว และสารอาหารเป้าหมายคือ ธาตุเหล็ก, สังกะสี, วิตามินเอ และมันสำปะหลัง
มีสารอาหารเป้าหมาย คือ ไอโอดีน
สรุป
มีการประมาณการณ์กันว่า มีประชากรโลกถึง 2 พันล้านคน หรือ 1 ใน 3
ของประชากรโลกทั้งหมด ต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการขาดสารอาหารรอง
รัฐบาลได้ประกาศตั้งแต่ปี 2533 และ ปี 2535 ว่าจะกำจัดอาการขาดไอโอดีน
และวิตามินเอของประชาชนในชาติ ให้หมดสิ้นในปี พ.ศ. 2543
แต่ปรากฎว่ายังไม่บรรลุเป้าหมาย
การต่อสู้เรื่องการขาดสารอาหารรองนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ฝ่ายรัฐจะต้องมีความตั้งใจจริง,
ร่วมมือกับฝ่ายเอกชนด้านอุตสาหกรรม อาหาร
และผู้บริโภคเองก็ต้องมีความตระหนักอย่างถูกต้องด้วย
การบริโภคเพื่อให้ได้สารอาหารอุดมเต็มที่
อาจด้วยการเสริมทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบเม็ดก็ตาม
แต่มีรายงานทั่วโลกว่า การเติมสารอาหารลงในอาหารที่คนกินเป็นประจำ
มีบทบาทสำคัญในการเอาชนะปัญหาการขาดสารอาหารรอง
มีเหตุผลมากกว่านี้อีกที่เราควรเติมสารอาหาร
การเติมสารอาหารที่จำเป็นลงในอาหาร
เพื่อแก้ปัญหาหรือป้องกันการขาดสารอาหารรอง
ไม่ได้เป็นเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น
มีอาหารหลายประเภท ที่เราต้องเติมสารอาหารลงไป
เพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไปในขบวนการผลิตและการเก็บ
ในบางกรณีอาจเติมเพื่อให้มีปริมาณสารอาหารมากกว่าระดับเดิมด้วยซ้ำ
ตัวอย่างเช่น เราเติมวิตามินบี ลงในเมล็ดข้าว เพราะที่เราสีข้าว
ฝัดข้าววิตามินบี จะสูญเสียไปหรือการเติมวิตามินซี ลงในน้ำส้มคั้น
เป็นต้น
บางครั้งเราเติมสารอาหารลงไปเพื่อให้มีคุณสมบัติเหมือนอาหารที่กินในชีวิตประจำวัน
เช่น นมถั่วเหลือง เสริมแคลเซียมและวิตามินดี
เพื่อให้คุณสมบัติเหมือนนมวัว หรือเนยมาการีน ที่เสริมวิตามิน เอ และ ดี
ให้เหมือนกับที่พบในเนยที่ทำจากนมวัว