<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> FFA Issue 20 - การเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพดี – ข้อแนะนำบางประการสำหรับพ่อแม่ t_Articles t_Articles AFIC
   
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 

     

Journalist access

to expert database

FFA Issue 20 - การเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพดี ข้อแนะนำบางประการสำหรับพ่อแม่ (Raising Healthy Kids – Some Tips for Parents)

March 2004

t_Articles

การเลี้ยงลูกให้มีคุณภาพดีนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นการแพ้ในการต่อสู้ และไม่ต้องเสียเวลามาก มีข่าวดี คือ ในการสำรวจของ AFIC เมื่อปีที่แล้ว พบว่าเด็ก 10 ถึง 12 ขวบมองพ่อแม่เป็นแบบอย่างในการทำสิ่งต่าง ๆ และเห็นคุณค่าของการใช้เวลาอยู่กับครอบครัว สิ่งนี้เปิดโอกาสให้พ่อแม่และผู้ที่เลี้ยงดูสามารถหล่อหลอมพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ที่ดีให้กับลูกของตนได้

ถึงแม้ว่า ที่ชีวิตความเป็นอยู่สมัยใหม่จะเต็มไปด้วยความสะดวกสบายนานับประการ แต่ชีวิตของผู้ที่เป็นพ่อแม่กลับมีสิ่งที่ท้าทายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน การที่จะต้องทำสิ่งต่าง ๆ ตามเวลามีเส้นตายมาเป็นตัวบังคับ   งานบ้าน   กิจกรรมเกี่ยวกับโรงเรียนและกิจกรรมนอกหลักสูตร บางครั้งก็ทำให้กิจกรรมด้านโภชนาการและสุขภาพ ของทั้งพ่อแม่และลูกถูกลดอันดับความสำคัญลง

แย่ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งดูเหมือนว่าเด็กจะมีปฎิกิริยาต่อต้านพ่อแม่ที่พยายามจัดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ  ไม่มีผู้ใดที่ต้องการให้เวลาอาหารต้องถูกเปลี่ยนไปเป็นการต่อสู้ระหว่างความต้องการของเด็กเมื่อเด็กปฎิเสธที่จะกินอาหารที่พ่อแม่ของตนได้วางแผนและเตรียมเอาไว้อย่างรอบคอบ ดังนั้นมันอาจจะชักนำให้พ่อแม่ละความพยายามที่จะปลูกฝังนิสัยการกินอย่างถูกสุขลักษณะให้กับลูก

นอกจากนั้น เด็กในปัจจุบันใช้เวลามากมายให้หมดไปกับการดูโทรทัศน์ หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์และวิดีทัศน์ต่าง ๆ แทนที่จะวิ่งเล่นในสนามเด็กเล่นเหมือนกับที่พ่อแม่ของเขาทำในสมัยเด็ก  กิจกรรมด้านกายภาพที่ลดลงได้กลายเป็นปัญหาร้ายแรงที่ขยายวงออกไปอย่างกว้างขวางแม้แต่สำหรับเด็ก ๆ มีหลักฐานปรากฎอย่างมากมายว่า ระดับของการมีน้ำหนักตัวมากเกินไปและโรคอ้วนที่พุ่งขึ้นสูงทั่วโลกนั้น เกี่ยวข้องกันอย่างมากกับระดับของกิจกรรมด้านกายภาพที่ลดลง เรื่องการกินอย่างฉลาดๆ นั้น กุญแจสำคัญอาจเป็นการปรับให้ลูกของท่านกินอย่างถูกต้อง      แทนการบอกอาหารนั้น ดี หรือ ไม่ดี การสอนให้ลูกท่านทราบเรื่องอาหารว่าควรรับประทาน อาหารประเภทใดเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการกินประจำวัน เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว โรตี หรืออาหารประเภทแป้ง  พาสต้า ผลไม้และผัก ปลา ไก่ เนื้อแดงไม่ติดมัน เต้าหู้ และอาหารประเภทใดที่สามารถรับประทานได้แต่ไม่ควรกินบ่อยนัก เช่น อาหารผัดหรือทอด ลูกกวาดหรือขนมหวาน อาหารว่าง และเครื่องดื่ม ในการสำรวจครั้งล่าสุดของ AFIC เป็นที่ชัดเจนว่าเด็กส่วนใหญ่สามารถบอกหรือเข้าใจถึงความแตกต่างของอาหาร เด็กๆได้รับประทานอาหารเหล่านั้นในปริมาณที่พอเหมาะ และตั้งกฎเกณฑ์พื้นฐานเรื่องความถี่และการปล่อยเวลาในการกิน ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงการสร้างสิ่งต้องห้ามหรือจุดของความขัดแย้ง

อีกสิ่งหนึ่งซึ่งได้พบจากการสำรวจดังกล่าว ก็คือ เด็กพอใจที่จะใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่ของตน ซึ่งเป็นลักษณะที่เราสามารถฉวยโอกาสประกันให้เด็กมีกิจกรรมด้านกายภาพที่น่าจะทำ (หรือที่ได้รับการเสนอแนะ)

ต่อไปนี้คือข้อแนะนำ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ในการสร้างความสมดุลย์ รูปแบบชีวิตเพื่อสุขภาพ

การเริ่มที่ถูกต้อง   การศึกษาได้แสดงว่าเด็กที่รับประทานอาหารเช้าเรียนหนังสือได้ดีกว่า  ตั้งใจฟังคำสอนในชั้นเรียนได้ดีกว่า และมักจะไม่มีปัญหาด้านความประพฤติ  การรับประทานอาหารเช้า ยังช่วยทำให้เด็กได้รับสารอาหารตามความจำแป็นและหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องน้ำหนักได้ ไม่มีเวลาที่จะประกอบอาหารเช้าใช่ไหม?  สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นวิธีแก้ไขเพื่อช่วยประหยัดเวลาบางประการ

·        ให้ซื้ออาหารว่างที่เป็นประโยชน์ไขมันต่ำ เช่น ข้าวอบกรอบอัดแท่ง หรือผลไม้ ซึ่งเด็ก ๆ สามารถนำติดตัวไปกินตอนไปโรงเรียนได้

·        อาหารเช้าที่ประกอบด้วยธัญพืช (cereal drinks ) และนมสดใช้เวลาเตรียมเพียงเล็กน้อยมากและเป็นวิธีการเริ่มต้นวันใหม่ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร หรือจะลองเครื่องดื่ม ประเภทธัญพืช (cereal) ซึ่งสามารถดื่มได้หลังจากออกจากบ้านแล้ว

·        ทำหรือซื้อเค้กมัฟฟินหรือแยมโรลผลไม้ไว้หลาย ๆ  อย่างในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งเด็กสามารถหยิบฉวยติดมือก่อนจะออกเดินทางไปโรงเรียน

อาหารจานโปรด    เด็กไม่ยอมรับประทานอาหารเมื่อถึงเวลา หรือรบเร้าขอรับประทานที่ด้อยคุณค่าทางอาหารไหม? ลองทำตามข้อแนะนำต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อความสงบสุขในเวลาอาหาร ดูซิ

·        ส่งเสริมให้ลูก ๆ ช่วยในการประกอบอาหาร จากการศึกษาวิจัยและประสบการณ์การเป็นพ่อแม่แสดงว่าเด็กมักจะรับประทานสิ่งที่ตนมีส่วนช่วยในทำการให้ลูกๆ เข้ามาช่วยอาจยุ่งยากมากขึ้นในระยะเริ่มต้น แต่พอนานเข้าก็จะทำให้เวลาประกอบอาหารสั้นลงได้อย่างแท้จริงกับผู้ช่วยใหม่ ในครัวของท่าน

·        ต้องทำให้แน่ใจว่าเด็กจะไม่รับประทานอาหารว่างใกล้เวลาอาหารมากเกินไป

·        ต้องรับความจริงเกี่ยวกับสัดส่วนของอาหารและระดับความหิวของเด็ก การบังคับให้ลูกรับประทานอาหารจนหมดจานแม้ว่าจะไม่หิวก็ตามนั้นอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำหนักเกินตลอดชีวิตได้

·        ต้องห้ามไม่ให้ลูกดูโทรทัศน์ในเวลาอาหาร การทำเช่นนี้จะทำให้เด็กมีใจจดจ่อกับอาหารมากขึ้นและรับประทานอาหารได้อร่อยขึ้นนจนอิ่ม

พลังผัก นักโภชนาการเสนอแนะว่าอาหารประจำวันควรประกอบด้วยผลไม้และผักรวมกันอย่างน้อย 5 หน่วยบริโภค

·        พาลูก ๆ ของท่านไป ซื้อของที่ร้านชำ และปล่อยให้เขาเลือกผลไม้และผักที่เขาต้องการจะรับประทาน

·        ซ่อนผัก เช่น เพิ่มแครอท มะเขือเทศ กระเจี๊ยบรวมถึงผักชนิดอื่น ๆ ลงไปในแกง ,สตูว์ , ซอสราดก๋วยเตี๋ยว ,ไข่ยัดไส้ เป็นต้น หรือสั่งให้เพิ่มผักลงไปบนอาหาร เช่นโรยเพิ่มลงไปบนหน้าพิซซ่า ใส่ผักลงในแซนด์วิช มาก ๆ เช่น แตงกวา ผักกาดหอม และมะเขือเทศ

·        เก็บน้ำผลไม้แท้ 100% ไว้ในตู้เย็นตลอดเวลา

ต้องฉลาดกับอาหารว่าง   การรับประทานอาหารว่างอาจจะเป็นวิธีการที่ถูกสุขลักษณะสำหรับเด็ก ในอันที่จะได้รับพลังงานและธาตุอาหารอย่างเพียงพอตลอดทั้งวัน  มีหลักฐานใหม่ เกิดขึ้นว่าการรับประทานอาหารว่างอย่างฉลาดจะพอช่วยแก้หิวได้   ทั้งนี้จะช่วยป้องกันมิให้น้ำหนักตัวสูงขึ้น อาจจะโดยการป้องกันมิให้รับประทานอาหารตามใจปากอย่างมากมายเพื่อสนองความหิว

แต่อย่างไรก็ตามอาหารว่างแต่ละอย่างไม่ได้มีคุณค่าที่เท่ากัน

·        จัดหาผลไม้ที่จะหยิบฉวยมารับประทานได้อย่างง่ายดายไว้ในบ้านอย่าให้ขาด เช่น กล้วย , แอปเปิ้ล , ชมพู

·        ซื้อผลไม้จัดเตรียมไว้พร้อมรับประทานจากซุปเปอร์มาเก็ต

·        เก็บผลไม้แห้ง ถั่วทอด ขนมปังกรอบโฮลวีท (Whole wheat biscuits) เนยแข็งหั่นเป็นชิ้น ๆ และโยเกิต พร้อมสำหรับให้เด็กหยิบฉวยมารับประทานเป็นอาหารว่าง

กำหนดเวลาหน้าจอ เวลาของเด็กที่ใช้อยู่หน้าจอจะทำให้เด็กไม่มีกิจกรรมทางกายภาพตามปกติ เช่น การเล่นกีฬา เกมต่าง ๆ และการเล่นที่ต้องเคลื่อนไหว ข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้จะช่วยให้ท่านและลูกของท่านจำกัดเวลา อยู่หน้าจอลงได้

·        กำหนดเวลาที่ใช้อยู่หน้าจอให้หนึ่งหรือสองชั่วโมงต่อวัน ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิดีโอเกม หรือคอมพิวเตอร์ก็ตาม ปล่อยให้ลูกเลือกว่าต้องการจะใช้เวลาทำอะไร

·        ให้สิ่งเผื่อเลือกแก่ลูกในการใช้เวลาหลังเวลาเรียน  จัดทำรายการกิจกรรมต่าง ๆ ติดไว้ให้เห็น เช่น การขี่จักรยาน การกระโดดเชือก การเล่นกับสัตว์เลี้ยง การทำงานบ้าน หรือแม้กระทั่งการช่วยประกอบอาหารมื้อเย็น

·        ส่งเสริมให้ลูก ๆ เต้นรำ กระโดด หรือเคลื่อนไหวในขณะที่ดูโทรทัศน์

·        ตัดเวลาอยู่หน้าจอของท่านเองลง และให้ทั้งครอบครัวเข้าร่วมในกิจกรรมด้านกายภาพแทน

ผู้นำให้ครอบครัวกระตือรือร้น (Family Movers)  ครอบครัวที่เคลื่อนไหวไปด้วยกันจะทำให้ทุกคนในครอบครัวมีสุขภาพดีด้วยกัน  Dr. Poh Bee Koon แห่งมหาวิทยาลัยเกบังซาน มาเลเซีย (Universiti Kebangsaan Malaysia) กล่าวว่าเด็กจำนวนร้อยละ 90 ที่สำรวจในประเทศมาเลเซียบอกว่าชอบให้พ่อแม่ของตนพาไปเล่นกีฬาหรือดูพวกตนเล่น

กิจกรรมด้านกายภาพไม่จำเป็นต้องเป็นการออกกำลังกายอย่างเอาจริงเอาจัง เช่น การวิ่งเหยาะๆ หรือจ๊อกกิ้ง     การวิ่ง หรือการเล่นกีฬา แต่ให้มุ่งเน้นกิจกรรมออกกำลังกาย ซึ่งรวมถึงการเล่นอย่างอิสระที่เด็กได้สัมผัสกับความสนุกสนานด้วย

·  พาครอบครัวออกทำกิจกรรมนอกบ้านที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านกายภาพซึ่งอาจจะเป็นการออกไปเที่ยวสวนสาธารณะ สวนสัตว์ หรือพิพิธภัณฑ์ ที่จะมีการเดินไกล ๆ หรือการเล่นเกม เช่น เกมจานร่อน (Frisbee) การเล่นเกมลิงชิงบอลหรือโยนรับลูกบอล ในสวนสาธารณะ

·       ให้ทุกคนในครอบครัวร่วมกันเดินหลังอาหารมื้อเย็น แทนที่จะมารวมตัวกันอยู่หน้าเครื่องรับโทรทัศน์ ซึ่งจะเป็นวิธียอดเยี่ยมในการส่งเสริมการพูดคุยกันในครอบครัวด้วย

·        ซื้อจักรยานให้ทุก ๆ คนและออกขี่จักรยานกันในวันสุดสัปดาห์

·       จัดให้ทุก ๆ คนในครอบครัวทำงานบ้าน ทำสวน หรือล้างรถด้วยกัน โดยวิธีนี้ งานบ้านจะกลายเป็นความสนุกสนานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็กก่อนวัยรุ่นอีก ซึ่งจะสามารถหาอ่านได้ใน ใบเอกสารแนะนำ ของ AFIC เรื่องข้อแนะนำ 10 ประการสำหรับการกินเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมด้านกายภาพ ซึ่งจะสามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซด์ของ AFIC หรือจะสามารถเขียนจดหมายหรือส่งอีเมล์ไปที่ AFIC เพื่อขอเอกสารดังกล่าวได้

 

 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.