|
t_Articles
อาหารของเราปลอดภัยแค่ไหน?
การพาดหัวข่าวเกี่ยวกับอาหารที่มีอย่างท่วมท้นเมื่อเร็วๆ นี้
ได้นำไปสู่ความสงสัยของผู้บริโภคเรื่องความปลอดภัยของอาหารของเรา
ในขณะที่ยังมีบางส่วนจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่
อาหารของเรามีความปลอดภัยมากกว่าที่เป็นในอดีต โดยทั่วไปแล้ว
ผู้บริโภคควรทำตามคำแนะนำจากหลักฐานที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
และไม่ควรเปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหารโดยยึดตามหัวข้อข่าวที่หวือหวาในหน้าหนังสือพิมพ์
โรคไข้หวัดนก โรควัวบ้า สารปรอทในปลาทูน่ากระป๋อง
ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นความหวาดกลัวด้านสุขภาพ
และมีผลกระทบอย่างมากกับรูปแบบการบริโภคอาหารในเอเชีย
ในขณะที่ยังไม่มีหลักฐานว่าอาจมีการติดเชื้อไข้หวัดนกจากการรับประทานไก่
ผู้บริโภคในเอเชียก็ถอยห่างจากไก่ เมื่อมีการระบาดของโรคไข้หวัดนก
ในหลายๆ ประเทศทั่วเอเชีย
การพบว่ามีวัวเพียงตัวเดียวติดเชื้อวัวบ้าในสหรัฐอเมริกาเป็นผลทำให้มีการสั่งห้ามมิให้มีการนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐอเมริกาในหลายประเทศ
เช่นญี่ปุ่น และเกาหลี
ซึ่งทำให้เกิดการขาดแคลนเนื้อวัวในภัตตาคารหลายแห่ง
นั่นก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความกลัวที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
มันสามารถทำให้การจัดหาอาหารวุ่นวาย
ทั่วทุกส่วนจนเกินระดับความเสี่ยงที่ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินได้
กลัวหรือปลอดภัย?
ความกลัวเรื่องอาหารทำให้เกิดคำถามขึ้นประการหนึ่งคือ
การจัดหาอาหารของเรากำลังจะไม่ปลอดภัยขึ้นหรือ?
การจัดหาอาหารของเรานั้นมีความปลอดภัยกว่าที่เคยเป็นมา
ความรู้ที่ดีขึ้น การออกกฎหมายและการบังคับใช้ที่เพิ่มขึ้น
รวมทั้งการที่คนมีการศึกษาดีขึ้นและการปฏิบัติด้านสุขอนามัยที่ดีขึ้น
ก่อให้เกิดระบบต่างๆ ที่ได้รับการออกแบบไว้
ให้ลดสาเหตุที่จะก่อให้เกิดการเจ็บป่วยขึ้นจากอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้ผลิตเชิงพาณิชย์
นอกจากนี้
ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็เป็นเครื่องมือที่ทรงคุณค่า
เช่นการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน
(pasteurization)
การอบแห้งแบบแช่แข็ง
(Freeze-drying)
การฆ่าเชื้อในน้ำ
รวมทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์การปนเปื้อนทั่วไป
ซึ่งช่วยทำให้อาหารและน้ำดื่มปลอดภัยยิ่งขึ้น
แล้วทำไมเล่าจึงดูเหมือนว่ามีความกลัวเรื่องอาหารเพิ่มขึ้น?
มันอาจดูขัดกับความรู้หรือความเข้าใจ
แต่การเฝ้าระวังเรื่องวิธีการและกระบวนการผลิตอาหารที่ดีกว่าอันที่จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผล
ด้วยวิธีการวิเคราะห์ที่ละเอียดและดีกว่า สิ่งต่างๆที่เป็นไปได้
ซึ่งเป็นสิ่งที่เรากังวลก็ถูกพบบ่อยขึ้น
และจึงปรากฏเป็นข่าวสำคัญอยู่บ่อยครั้ง
การวิเคราะห์ด้านเคมีที่ลักษณะอ่อนไหวมากขึ้นหมายถึงสิ่งปนเปื้อนที่มีจำนวนน้อยลงและน้อยลงก็ถูกค้นพบได้
มีการรายงาน และดำเนินการแก้ไข
ตัวอย่างเช่น อคริลาไมด์(acrylamide)
ซึ่งเป็นผลพลอยได้ด้านเคมีที่เกิดขึ้นในอาหารประเภทแป้ง
ซึ่งถูกปรุงในอุณหภูมิที่สูงๆ ก็เป็นข่าวพาดหัวในปี พ.ศ.2545
เมื่อนักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนได้รายงานว่า
พวกเขาได้พบสารเคมีดังกล่าวในอาหารทอดและอาหารที่อบในเตาอบ
ในขณะที่อคริลาไมด์
ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นความเสี่ยงที่แฝงอยู่ในด้านความปลอดภัยของอาหาร
แต่ก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นสารก่อมะเร็งเพียงในสัตว์ทดลองเท่านั้นโดยที่ต้องได้รับสารดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่าจะมีผลอย่างเดียวกันกับมนุษย์หรือไม่
เมื่อปกติแล้วพบว่ามีอยู่ในอาหารในระดับต่ำ ยิ่งไปกว่านั้น
เนื่องจากสารนี้อยู่ในอาหารมาแล้วเป็นพันๆ ปี
(ตั้งแต่มนุษย์เริ่มทำอาหารของตนให้สุกก่อนกิน)
มันมิใช่ความเสี่ยงใหม่แต่อย่างใด และด้วยเหตุนี้
จึงยังไม่มีการประกันว่าจะต้องมีการเปลี่ยนรูปแบบการรับประทานอาหารจนกว่าการประเมินความเสี่ยง
ที่ดำเนินการอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนแล้วเสร็จ ปัจจุบัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การอาหารกำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่อย่างเป็นเครือข่าย
นอกจากนี้ เรื่องความกลัวต่างๆ เกี่ยวกับอาหาร
ก็มักจะมีการรายงานไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น
รายงานชิ้นหนึ่งกล่าวว่าอาหารบางอย่างมีสารเคมีอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่อนุญาตให้มี
ก็ไม่ได้หมายความว่าระดับที่สูงกว่านั้น เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคน
ในขณะที่เกิดมีกรณีหลายๆ กรณีที่ผู้ผลิตอาหารที่ไม่ค่อยจะพิถีพิถัน
โกงโดยการใช้ส่วนประกอบที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้
กรณีเหล่านี้เป็นข้อยกเว้น
มากกว่าจะเป็นการปฏิบัติแบบปกติสำหรับอาหารของเราส่วนใหญ่
ความกลัวเกี่ยวกับอาหารบางประการเป็นแค่ความเข้าใจ เช่นในกรณีของไข้หวัดนก
ในขณะที่หลายคนตายเพราะโรคไข้หวัดนก
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเหล่านั้นล้วนได้รับไวรัสโดยตรงจากสัตว์ปีกที่เป็นหรือตาย
และมิได้ตายไปเพราะการรับประทานเนื้อไก่
แม้กระนั้นการเข้าไปเกี่ยวข้องกับโรคสัตว์ที่เกิดขึ้นกับการเลี้ยงสัตว์ก็นำไปสู่การลดการบริโภคไก่อย่างมากมาย
แม้แต่ในประเทศที่ไม่พบว่ามีการระบาดของโรค เช่น
ประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลย์เซียก็ตาม
ความเสี่ยงที่แท้จริงและการตอบสนองอย่างชาญฉลาด
สาเหตุหลักของการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารก็ยังคงเป็นการปนเปื้อนของจุลินทรีย์
ความจริงคือมักจะไม่มีการเสนอข่าวตามที่ควรจะทำกัน
เว้นแต่ในกรณีที่มีผู้เคราะห์ร้ายหลายราย
ในส่วนของทวีปเอเชียที่ยังไม่ค่อยได้รับการพัฒนา น้ำที่มีการปนเปื้อน
การขาดความรู้และมาตรฐานที่ไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องสุขอนามัยในการผลิตอาหาร
ก็ยังเป็นสาเหตุสำคัญๆ ของการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารอยู่ ดังนั้น
ผู้บริโภคสามารถป้องกันตนเองได้อย่างมาก
ด้วยการทำตามแนวทางสุขอนามัยโดยใช้สามัญสำนึกของตน เช่น การล้างมือบ่อยๆ
และอย่างทั่วถึง ต้มน้ำเพื่อใช้ดื่ม เก็บอาหารไว้ในอุณหภูมิที่ถูกต้อง
เป็นต้น ทั้งที่บ้านและที่ร้านอาหาร
ล้างผักและผลไม้สดอย่างทั่วถึงในน้ำผสมน้ำส้มสายชูหรือโซดาไบคาร์บอเนต
แล้วการล้างต่อด้วยน้ำสะอาดจะช่วยขจัดสิ่งปนเปื้อนส่วนใหญ่ที่อาจมีอยู่
เช่น ดิน และสารตกค้างต่างๆ ออกไป
การตกอยู่ในความกลัวเรื่องอาหาร
อันที่จริง อาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
การใช้สารเคมีเกษตรหรือยาปราบศัตรูพืชได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดมากโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
ในขณะที่ยังคงมีกรณีของการใช้สารเคมีหรือยาปราบศัตรูพืชที่ผิดหรือเกินขนาดอยู่บ้าง
รายงานของหน่วยงานของรัฐก็แสดงว่ากรณีเหล่านั้นเป็นข้อยกเว้นมากกว่าจะเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นทั่วไป
นอกจากนี้
การใช้สารเคมีเกษตรหรือยาปราบศัตรูพืชที่ได้รับการคิดค้นขึ้นอย่างรอบคอบก็ช่วยทำให้พืชอาหารที่สำคัญมีราคาต่ำ
ดังนั้นจึงมีเพียงพอให้ผู้บริโภคในวงกว้างมีบริโภค
เรื่องราวที่เกี่ยวกับการใช้สารเคมีเกษตร และ การเกิดสารตกค้าง
ทำให้บางคนลดการรับประทานผักและผลไม้ซึ่งมีคุณค่าสูงต่อสุขภาพลง
เนื่องจากคิดว่า จะได้ลดการรับสารเคมีเกษตรเข้าสู่ร่างกาย
อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกกล่าวว่าการบริโภคผลไม้และผักในปริมาณต่ำ
เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ คือ 1ใน
10
ปัจจัยเสี่ยงของอัตราการตายของโลก ถ้าจะพูดกันอย่างประชดประชัน
คนที่กลัวว่าตนจะเป็นมะเร็งจากการได้รับสารเคมีเกษตร
อาจกำลังเสี่ยงต่อมะเร็งและโรคหัวใจมากกว่า เนื่องจากบริโภคผักและผลไม้
ไม่เพียงพอ ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นตรงกันว่า
ระดับสารตกค้างจากสารเคมีเกษตรในพืชผักและผลไม้ที่มีอยู่ในระดับต่ำนั้น
ไม่พบว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง
ความวิตกกังวลเรื่องสิ่งปนเปื้อน เช่น สาร PCB
และสารปรอท อาจทำให้คนลดปริมาณการบริโภคปลาที่มีคุณค่าต่อสุขภาพลง
เช่นปลาแซลมอนเลี้ยง
ในขณะที่ยังมีข้อโต้แย้งเรื่องระดับของสิ่งปนเปื้อนเหล่านี้
หน่วยงานด้านความปลอดภัยต่างๆ
ในประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศสหรัฐอเมริกาก็ออกมาเตือนผู้บริโภคว่า
ประเด็นปัญหาเรื่องสิ่งปนเปื้อนที่มีอยู่ในระดับต่ำมากนั้นอาจถูกหักล้างกับประโยชน์ของการรับประทานปลาต่างๆ
เหล่านี้ ทั้งนี้
มีข้อยกเว้นที่สำคัญอยู่ประการหนึ่งเกี่ยวกับข้อเสนอแนะนี้ นั่นก็คือ
หญิงมีครรภ์และมารดาที่กำลังให้นมบุตร รวมทั้งเด็กเล็ก
ซึ่งควรจำกัดการบริโภคปลาที่มีขนาดใหญ่ เช่นปลา
swordfish
ที่มีปากด้านบนยื่นออกไปยาวเหมือนดาบ
และปลาฉลาม โดยถือเป็นมาตรการป้องกันเบื้องต้น
เพื่อลดการบริโภคสารปรอท (สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนี้
เปิดเข้าไปดูที่
www.afic.org
)
อนาคตที่สดใส
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐ ผู้แปรรูปอาหาร
ผู้ประกอบขนส่ง และผู้ค้าปลีก
ก็กำลังตระหนักถึงปัญหาเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร
และกำลังดำเนินมาตรการอย่างแข็งขันในอันที่จะป้องกันการละเลยหรือแก้ไขในสิ่งที่ยังขาดส่วนประกอบและสารที่ใส่เพิ่มในอาหารและการเกษตรจะต้องผ่านกระบวนการการอนุมัติที่เข้มงวดกวดขัน
เพื่อประกันว่าสิ่งดังกล่าวนั้นปลอดภัย
ราวต้นปีหน้า
ผู้ผลิตอาหารในประชาคมยุโรปจะถูกกฎหมายบังคับให้ตรวจสอบย้อนกลับรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารของตนทั้งหมดตลอดกระบวนการจัดส่งหรือจัดหา(Supply
Chain)
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องมีรหัสติดและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนของการผลิต
เพื่อให้ผู้ผลิตแน่ใจว่าจะสามารถทราบแหล่งกำเนิดของส่วนประกอบแต่ละชนิดที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละชนิดของตน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะให้เกิดความมั่นใจในความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้นโดยตลอด
สำหรับผู้ผลิต และจะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารให้สูงขึ้น
เครื่องมือชนิดใหม่ๆ เช่น ซอฟแวร์ที่ใช้ในการติดตามตรวจสอบ
(traceability software)
รหัสแท่ง
(Bar Code)
และเครื่องหมายบอกความถี่วิทยุ
(Radio Frequency Identification Tag)
และการนำเอาเครื่องมือเหล่านั้นมาใช้อย่างรวดเร็วในห่วงโซ่การผลิตอาหารจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตอาหารดีขึ้น
นอกจากนั้น
แนวทางและมาตรฐานหลายประการ เช่น
HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Point)
ซึ่งได้รับการนำมาถือปฏิบัติแล้วโดยผู้ประกอบการแปรรูปและผู้จัดส่งอาหารที่สำคัญๆ
หลายราย และกำลังได้การนำมาใช้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น
โดยผู้ประกอบการรายย่อยในอุตสาหกรรมอาหาร
ก็จะช่วยให้ผู้ผลิตอาหารสามารถใช้มาตรฐานความปลอดภัยได้ตลอดทั้งกระบวนการผลิต
ผลกระทบของโรควัวบ้าที่เกิดขึ้นในยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น
ทำให้มีการตรวจสอบวัวอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น
รวมทั้งการห้ามการใช้ซากของวัวไปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์
ในขณะที่กรณีโรควัวบ้า ยังคงเป็นข่าวอยู่เป็นครั้งคราว
ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินการในอดีต
การห้ามใช้ส่วนของซากสัตว์ไปทำอาหารเลี้ยงสัตว์
ปรากฎว่าได้ช่วยให้การเกิดกรณีใหม่ๆ ลดลงอย่างมากมาย
ในขณะเดียวกัน
แม้ว่าจะยังมีคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอยู่เช่น
ปัญหาเรื่องระดับของอคริลาไมด์ที่ยอมรับได้ หน่วยงานต่างๆ
ด้านสาธารณสุขทั่วโลกก็ให้คำแนะนำแก่ผู้บริโภคเป็นเอกฉันท์ว่า:
รับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ อย่างสมดุล
โดยรวมเอาผักและผลไม้เป็นจำนวนมากไว้ในเมนูประจำวัน
:
การลดความหลากหลายในอาหาร เช่น
การงดรับประทานอาหารบางกลุ่มนั้น เป็นการเสี่ยง
เพราะจะทำให้โอกาสของการขาดสมดุลของอาหารเพิ่มมากขึ้น
หรืออาจถึงขั้นทำให้เกิดอาการขาดสารอาหาร
ไม่ควรเปลี่ยนการรับประทานอาหารโดยยึดตามการประโคมข่าว
ความน่ากลัวด้านอาหารที่มีออกมามากมาย
แต่จริงๆแล้วผู้บริโภคควรหาข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี
ก่อนที่จะดำเนินการเปลี่ยนที่ไม่มีความจำเป็นหรืออาจเป็นการเปลี่ยนที่ก่ออันตราย |