โภชนาการวิทยาศาสตร์ได้ระบุไว้ว่าสารอาหารที่มีความสำคัญแก่ร่างกายของมนุษย์นั้นมีจำนวนอยู่เกือบ50
ประเภท
สารอาหารคือสารเคมี เช่น วิตามิน กรดอมิโน แร่ธาตุ และกรดไขมันที่สำคัญต่างๆ
ที่มีความสำคัญต่อร่างกายแต่ร่างกายของเราไม่สามารถที่จะสังเคราะห์สารเหล่านี้ขึ้นได้เอง
ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องพึ่งสารอาหารจากอาหารที่รับประทาน
ตามที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าสาร Phytochemical (ในพืชผักผลไม้และอาหารธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในการป้องกันและต่อต้านมะเร็งนั้นจะมีสารที่เกิดจากธรรมชาติบางประเภทเป็นองค์ประกอบสารนี้
เรียกว่า Phytochemical) ที่มีอยู่ในผลไม้ ผัก ถั่ว
เมล็ดพืช และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 1,200
ประเภท ถึงแม้ว่าสารเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีความสำคัญมากนัก
แต่ยังคงมีประโยชน์และส่งผลในทางบวกต่อสุขภาพของมนุษย์
และแน่นอนว่าสารอาหารเหล่านี้ไม่สามารถพบได้จากอาหารจานใดจานหนึ่งหรือแม้กระทั่งจากหมวดอาหารเพียงหมวดเดียว
(เช่น แป้ง, ผักและผลไม้,
เนื้อสัตว์) และการมุ่งรับประทานอาหารที่จัดอยู่ในหมวดอาหารเพียงหมวดเดียวนั้น
ย่อมมีความเสี่ยงสูง เพราะการบริโภคสารอาหาร และ Phytochemical
ในประมาณที่มากเกินไป
สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของคนเราได้
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมแนวทางการบริโภคอาหาร (Dietary Guideline)
ต่างๆ จึงได้แนะนำให้ “รับประทานอาหารให้หลากหลายประเภท”
และทำไมนักวิจัย
และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพถึงได้มีความสนใจในเรื่องความหลากหลายทางโภชนาการเพิ่มมากขึ้น
เชิญอ่านบทความนี้ต่อไปเพื่อค้นคว้าหาว่าทำอย่างไรเราจึงจะแน่ใจได้ว่าอาหารที่เรารับประทานนั้นจะให้คุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญอย่างครบถ้วนเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่สุขภาพ
อะไรคือสิ่งทำให้เกิดการรับประทานอาหารที่หลากหลาย?
การรับประทานอาหารที่หลากหลายคือการเลือกรับประทานอาหารข้ามหมวดประเภทอาหารหรือเกือบทั้งหมดของกลุ่มอาหาร
เช่น ผัก ผลไม้ ธัญญาหาร เนื้อสัตว์ ปลา และผลิตภัณฑ์นมเนยต่างๆ
การรับประทานอาหารที่หลากหลายนั้นยังครอบคลุมถึงการรับประทานอาหารภายในกลุ่มอาหารผสมกัน
เช่น การรับประทานกล้วย
2 ใบ และ แครอท 3 หัวในทุกๆ
มื้อเป็นประจำทุกวัน ซึ่งจะเท่ากับการบริโภคผลไม้และผักจำนวน 5
หน่วยบริโภคต่อวัน ตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ แต่ปริมาณสาร
Phytochemical ที่ร่างกายได้รับนั้น
ยังมีปริมาณไม่ถึงครึ่งตามที่นักวิทยาศาสตร์ได้กำหนดไว้ในหมวดอาหารประเภทผลไม้และผัก
การวิจัยได้แนะนำว่าการบริโภคอาหารให้หลากหลายประเภท
โดยรับประทานให้ได้มากกว่า
30 ประเภทอาหารต่ออาทิตย์
หรือมากกว่า 12
ประเภทต่อวันนั้นจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารหลายๆ
ประเภทที่สำคัญในปริมาณที่เพียงพอ
ซึ่งแนวทางการบริโภคอาหารของประเทศญี่ปุ่นได้แนะนำการบริโภคอาหารให้หลากหลายประเภทโดยควรบริโภคให้ได้
30 ประเภทต่อวัน
การประเมินความหลากหลายในการบริโภคอาหารนั้น เริ่มต้นโดยการจัดอาหารที่คล้ายคลึงกันให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันเสียก่อน
(ดูตัวอย่างประเภทอาหารในตาราง) ดังนั้น หากคุณรับประทานข้าวต้มเป็นอาหารเช้า
ขนมปังที่ผลิตจากแป้งสาลีและแป้งข้าวไรน์สำหรับมื้อกลางวันและตามด้วยก๋วยเตี๋ยวที่ทำจากแป้งบักวีต(เส้นโซบุ)สำหรับอาหารมื้อเย็น
ทั้งหมดนี้เป็นการบริโภคอาหารถึง 4 กลุ่มในวันนั้น
แต่อย่างไรก็ตามการดื่มน้ำผลไม้ส้มโอใน มื้อเช้า
รับประทานส้มเขียวหวานในช่วงสายเป็นของในวันและสลัดส้มโอจะนับเป็นการบริโภคอาหารเพียง 1
ประเภทของวัน
การบริโภคอย่างหลากหลาย,
การบริโภคอย่างสมดุลย์ และการบริโภคในปริมาณที่พอดี มีส่วนช่วยส่งเสริมกัน
การเลือกบริโภคอาหารที่หลากหลายประเภททุกวันช่วยเสริมและสามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับคำแนะนำทางโภชนาการที่เน้นการบริโภคเพื่อให้เกิดความสมดุลย์และในปริมาณที่พอดีการรับประทานอาหารอย่างสมดุลย์หมายถึงการบริโภคอาหารที่รวมสารอาหารแต่ละชนิดและอาหารแต่ละหมวดไว้ในปริมาณกำลังพอดี แต่ไม่มากเกินไป เช่น โปรตีนอาหารที่ได้จาก สัตว์เนื้อแดง ปลา
และสัตว์ปีกนั้นอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แต่มีปริมาณแคลเซียมอยู่ในระดับต่ำ
นมและผลิตภัณฑ์จากนมนั้นอุดมไปด้วยสารโปรตีนที่มีคุณภาพสูง
และมีแคลเซียมอยู่มากมาย แต่มีปริมาณธาตุเหล็กต่ำ ดังนั้น
การนำอาหารทั้งสองกลุ่มนี้มาบริโภครวมกันเป็นประจำจึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการสร้างความสมดุลย์ทั้งปริมาณแคลเซี่ยมและเหล็กให้แก่ร่างกาย
หลักการบริโภคอาหารในปริมาณที่พอดีนั้น
ยังสามารถใช้ร่วมกันกับหลักการรับประทานอาหารอย่างสมดุลย์และบริโภคอย่างหลากหลายด้วย
เช่น การบริโภคไขมันในปริมาณที่พอดีนั้นเป็นหลักโภชนาการเพื่อการมีสุขภาพที่ดี
เนื่องจากไขมันบางประเภท (ประมาณ
15%
ของปริมาณพลังงานทั้งหมดที่มีในอาหาร) นั้นมีความสำคัญต่อสุขภาพ
แต่หากบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปแล้วสามารถนำไปสู่การมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปและโรคหัวใจ
สำหรับกรณีนี้ การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงเป็นบางครั้งบางคราว
ถือเป็นการบริโภคที่หลากหลายโดยปราศจาก คุณภาพแต่ร่างกายของการรับประทานอาหารทั่วๆ
ไปโดยเฉพาะหากไขมัน (Fat)
หรือ น้ำมัน (Oil) ที่บริโภคนั้นแตกต่างประเภทกัน
หลักฐานจากการศึกษาวิจัยเท่าที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นแสดงให้เห็นว่าการบริโภคอาหารหลากหลายประเภทนั้น
ช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น เช่น มีชีวิตที่ยาวนานขึ้น
ลดสภาพการเสื่อมถอยและความรุนแรงของโรคหรือความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น
มะเร็ง เบาหวาน
และช่วยให้ร่างกายฟื้นจากภาวะความเจ็บป่วยหรือช่วยรักษาบาดแผลให้หายเร็วยิ่งขึ้น
แนวทางการบริโภคอาหารของนานาประเทศได้แนะนำให้ประชาชนของตนเเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายประเภท
“จงเลือกและมีความสุขในการรับประทานอาหารที่หลากหลาย”
เป็นสาร (message)
ที่ยังคงมีอยู่ใช้อยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลงในแนวทางการบริโภคอาหารของนานาประเทศทั่วโลก
ประเทศมาเลเซีย ประเทศไทย ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศจีน ประเทศฟิลิปปินส์
ประเทศเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างในอีกหลายๆ ประเทศในทวีปเอเชีย
ที่ได้ระบุข้อความนี้ไว้ในแนวทางการบริโภคอาหารของประเทศอย่างเป็นทางการ
วิธีการบริโภคอาหารโดยให้มีความรู้สึกสนุกสนานและตื่นเต้นนั้นได้รับการส่งเสริมและถูกรวบรวมไว้ในแนวทางการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีให้แก่ครอบครัวรุ่นใหม่ในนานาประเทศทั่วโลก
การนำเสนออาหารใหม่ๆ และวิธีการปรุงอาหารวิธีใหม่ๆ จึงมีอยู่เป็นประจำให้แก่เด็กๆ และสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการปลูกฝังนิสัยการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและวิถีการดำเนินชีวิตที่ดีแบบยั่งยืนให้แก่เด็กๆ
แน่นอนว่าเด็กๆ ทั่วไป
มักจะมีความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งอย่างรุนแรง
ซึ่งสำหรับผู้ปกครองที่พบว่าลูกหลานของตนนั้นเป็น
“เด็กเรื่องมาก”
จะรู้สึกว่าการที่จะส่งเสริมให้เด็กๆ
หันมารับประทานอาหารที่หลากหลายประเภทนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
วิธีการแก้ปัญหาสำหรับสถานะการณ์เช่นนี้นั้น คือไม่ควรบังคับให้เด็กๆ
รับประทานอาหารประเภทที่พวกเขาไม่ชอบหรือไม่ต้องการรับประทาน แต่ควรที่จะค่อยๆ
สร้างความรู้สึกที่ดีโดยการสร้างความดึงดูด และทำให้เด็กๆ
รู้สึกสนในและมีความสุขในการรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มนั้นๆ ขึ้นมาเอง
(
เช่น
ให้มีส่วนร่วมในการเลือกประเภทอาหาร ให้เข้าครัวและช่วยจัดเตรียมและประกอบอาหาร
หรือไปช้อปปิ้งร่วมกัน ฯลฯ
)
และสิ่งต่อไปที่ผู้ปกครองควรจะปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง คือ แนะนำให้เด็กทานอาหารอาหารประเภทใหม่ๆ
ในปริมาณแต่น้อยร่วมกับอาหารจานโปรดที่ชื่นชอบอยู่แล้ว และควรจำไว้เสมอว่าความชอบส่วนตัวนั้นจะค่อยๆ
ลดน้อยลงไปเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ
สาร Phytochemical เช่น สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids),
สารไอโซไธโอยาเนท (Isothiocyanates),
สารลูเทอิน (Lutein), สารเบต้า และ อัลฟ่า แคโรทีน (Beta
& Alpha-Carotene)
ปริมาณเล็กน้อยมีส่วนช่วยหยุดยั้งการลุกลามของโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ
ประโยชน์ของการรับประทานอาหารหลากหลายประเภท
การรับประทานอาหารหลากหลายประเภทนั้นมีประโยชน์อยู่หลายประการ
คือช่วยให้เกิดความสมดุลย์ของการเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารหรือส่วนประกอบในอาหาร
ทั้งปฏิกิริยาในทางบวกและลบ
นอกจากนี้ยังช่วยก่อให้เกิดความสมดุลย์ของสารอาหารที่ร่างกายพึงจะได้รับในรูปแบบที่ต่างกันซึ่งได้รับมาจากแหล่งของอาหารที่ต่างประเภทกัน
การบริโภคอาหารที่หลากหลายนั้นยังช่วยเพิ่มความรู้สึกสนุกสนานและมีความสุขระหว่างการรับประทานอาหารด้วย
ความสนใจเพิ่มมากขึ้นอยากค้นหาคำตอบในความลี้ลับของอาหารที่เรารับประทาน
ได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในระหว่างมื้ออาหาร
นอกจากนี้ยังเป็นการเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม และประเพณีของผู้คนที่มาจากส่วนอื่นๆ
ของโลกด้วย
การศึกษาวิจัยในเรื่องประโยชน์ของการรับประทานอาหารที่หลากหลายประเภทนั้น
ยังคงอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้น แต่ตามหลักฐานเท่าที่มีปรากฎอยู่ในปัจจุบันนี้
ได้ค้นพบว่ามีประโยชน์ดังนี้
-
การรับประทานอาหารที่หลากหลายประเภทนั้น
ดูเหมือนว่าจะเป็นการป้องกันการก่อตัวของเบาหวานประเภทที่
2 มะเร็งบางชนิด และโรคหลอดเลือดหัวใจ
-
การศึกษาเรื่องเบาหวานประเภท
2 นั้น
ค้นพบว่าการรับประทานอาหารอย่างหลากหลายประเภทนั้นจะช่วยลดอัตราความเสี่ยงของความเสื่อมสภาพของเส้นเลือดใหญ่ความเสื่อมถอยของอวัยวะ
และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น
-
ผลการติดตามกรณีศึกษาอย่างต่อเนื่องของ
US
National Health and Nutrition Examination Survey (NHANES) I Epidemiological
พบว่ากลุ่มของผู้ที่รับประทานอาหารหลากหลายประเภทนั้นโดยปกติแล้วจะมีอัตราการมีชีวิตที่ยาวนานขึ้น
-
การรับประทานอาหารหลากหลายประเภทที่อุดมไปด้วยสารอาหาร แต่ให้พลังงานน้อย
เช่นผักและผลไม้นั้นช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
เคล็ดลับการเพิ่มความหลากหลายของประเภทอาหาร
-
อาหารที่มีความหลากหลายอยู่ในตัวเอง เช่นขนมปังผสมธัญญาพืชหลายๆ ชนิดและมูสลี (Mueslis)
-
เสริฟเครื่องเคียง เช่นผลไม้
ผักสลัด แตงกวาดอง
ถั่ว
ผัก/ผลไม้ดอง พร้อมกับอาหารจานหลัก
-
อาหารประเภทผัด,
ซุป และสลัด เป็นวิธีง่ายๆ
ที่ทำให้ได้รับประทานผักหลากหลายประเภท โดยการใช้ส่วนผสมที่หลากหลาย
-
สร้างความรู้สึกที่อยากลองในสิ่งใหม่ๆ
การทดลองชิมรสชาดอาหารใหม่ๆ ช่วยทำให้เรารู้สึกสนุกและตื่นเต้น
-
ตั้งเป้าไว้ว่าจะลองทานผลไม้หรือผักแปลกๆ ที่เราไม่คุ้นเคยให้เป็นประจำ
เช่นเมื่อไปจ่ายตลาด
พยายามเลือกซื้ออาหารที่ไม่ได้ซื้อเป็นประจำมาลองรับประทานและลองหมุนเปลี่ยนลองทานผักแปลกๆ
ใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ
-
หัดลองและสนุกกับการลองอาหารประจำชาติของประเทศอื่นๆ ดูบ้าง
-
นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ให้ลองเผื่อเวลาที่จะมีความสนุกสนานกับการได้ลองรับประทานอาหาร
เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยว
และลองแบ่งความสนใจในวิธีการปรุงอาหารที่มีอยู่มากมายเหล่านั้นเป็นอย่างสม่ำเสมอ
เนื่องจากทวีปเอเชียมีข้อได้เปรียบด้านฤดูกาล
ผู้บริโภคในแถบทวีปเอเชียจึงมีโอกาสได้มีความสุขกับการรับประทานอาหารทั้งในรูปของอาหารสดและอาหารแปรรูปที่มาจากแหล่งทรัพยากรอาหารมากมายหลายประเภทได้ตลอดทั้งปี
ดังนั้น
จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะปรับกลยุทธ์การรับประทานอาหารให้หลากหลายประเภทเป็นประจำและรวมถึงทดลองปรุงอาหารในวิธีอื่นๆ
บ้าง แต่ยังคงสามารถเลือกใช้วัตถุดิบอาหารและคงรสชาดอาหารตามแบบที่ชอบในมื้ออาหารปกติของเราไว้เช่นเดิม