|
t_Articles
t_Articles
7
มีนาคม 2548
การคาดการสถานการณ์ข้าวในทางบวกในปีแห่งข้าวสากล
(Optimistic Rice nutrition Forecasts, at close of the International Year of
Rice)
ปีพ.ศ.
2547 ถือเป็นปีแห่งข้าวสากล (IYR)
ผลผลิตข้าวโดยรวมทั้งโลกอยู่ที่ประมาณ 569 ล้านตัน
ซึ่งน้อยกว่าผลผลิตในปี 2543 อยู่ 20
ล้านตัน
สาเหตุที่ผลผลิตน้อยลงนั้นคิดว่าเป็นเพราะการลดลงของพื้นที่เพาะปลูก
แต่อย่างไรก็ตาม Dr. He Chang Chui รองผู้อำนวยการ
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)
ยังคงมีมุมมองที่ดีและได้สรุปไว้ในรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า FAO
ยังคงมีความเชื่อมั่นว่าถ้าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจังแล้ว
ผลผลิตข้าวของโลกจะยังคงมีปริมาณเพียงพอที่จะเลี้ยงประชากรของโลกซึ่งกำลังเพิ่มมากขึ้นในอนาคตได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้
Dr. He ยังได้เน้นถึงความสำคัญทางโภชนาการของข้าวในด้านสารอาหารรอง
"การต่อสู้กับความหิวโหยและความยากจนไม่ได้จบลงที่แค่การรับประทานเพื่อให้อิ่มท้องเท่านั้น
แต่จะจบลงได้ต่อเมื่อคนเหล่านั้นได้รับคุณค่าทางอาหารอย่างเพียงพอด้วย
ดังนั้นเราต้องนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ
เข้ามาใช้เพื่อหาทางเพิ่มคุณค่าทางด้านโภชนาการของพืชซึ่งเป็นอาหารหลักที่สำคัญนี้ "
ความมั่นใจของ
Dr. He ในเรื่องนี้นั้น
ได้มาจากประสบการณ์ในการนำพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงมาใช้พร้อมๆ
กับการมีเทคโนโลยีการจัดการพืชที่ดี ที่ได้รับการปรับปรุงมาตลอดช่วง 30
ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2513 ถึง พ.ศ.
2543
"ประสบการณ์ที่ได้รับในช่วงดังกล่าวได้พิสูจน์ว่าความสามารถในการผลิตข้าวของโลกนั้นมีอย่างพอเพียง
เมื่อได้รับการสนับสนุนรวมถึงการลงทุนจากรัฐบาลของแต่ละประเทศด้วย" Dr. He
ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จในการผลิตข้าวของประเทศจีนและเวียดนามซึ่งนับเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้นโยบายร่วมกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ทั้งๆ
ที่แหล่งทรัพยากรธรรมชาตินั้นมีอยู่อย่างจำกัดและปริมาณลดน้อยลงด้วยซ้ำ
ต้องการข้องมูลเพิ่มเติม
ดูได้ในข่าวจากศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย เรื่อง
IYR
http://afic.org/Press%20Release-World%20Food%20Day%20Celebrates%20Rice_English.htm
--------------------------------------------
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิตเพื่อการมีสุขภาพดีในประเทศจีน
-
รายงานจากการศึกษาประชากรขนาดใหญ่
(Changing Patterns of Health and Wellness in China Highlighted by Large Scale
Population Study)
ผลของการสำรวจสภาวะทางโภชนาการและสุขภาพของชาวจีนภายใต้การนำของกระทรวงสาธารณะสุข,
กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
และสำนักงานสถิติแห่งชาติของประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2545
ซึ่งทำการสำรวจประชากรจำนวนกว่า 272,000 คนจากทั้งเขต
เมืองและชนบทจากในทุกๆส่วนของประเทศจีนและจาก กลุ่มประชากรที่มีรายได้แตกต่างกัน จากการรายงานผลการสำรวจดังกล่าวที่ได้เผยแพร่ไปเมื่อไม่นานมานี้
ข้อมูลที่ได้นั้นเป็นที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง
เพราะทำให้เราสามารถมองเห็นรูปแบบของการเปลี่ยนแปลงในสังคมของประเทศจีนได้อย่างชัดเจน
จากผลการสำรวจพบว่า เด็กอายุ
3-18 ปี มีความสูงเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.3
ซม. เมื่อได้เปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งสุดท้ายในปี
พ.ศ. 2535
พบว่าในกรณีเด็กแรกที่เกิดมีน้ำหนักตัวต่ำได้ลดจำนวนลงมากจนเหลือเท่าๆ
กับสถิติเปรียเทียบกับประเทศอุตสาหกรรม
ส่วนอัตราการเกิดโรคโลหิตจางเนื่องจากการขาดธาตุเหล็กได้ลดลงจากร้อยละ 23.3
เหลือร้อยละ 17
ในสตรีที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ส่วนสตรีที่อยู่ในชนบทมีอัตราการเกิดโรคโลหิตจางนี้ลดลงไปอีกร้อยละ 2
ตัวเลขจากการสำรวจดังกล่าวประกอบกับผลจากงานวิจัยอื่นๆ
ทำให้มีหลักฐานยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าอาหารประจำวันที่ชาวจีนรับประทานนั้นมีการพัฒนาด้านคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก
จากการสำรวจปริมาณการบริโภคโปรตีนซึ่งทำการสำรวจในระยะเวลาห่างกัน
10 ปี พบว่าการบริโภคโปรตีนนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ
17 เป็น ร้อยละ 31
ของพลังงานที่ได้จากอาหาร และในด้านคุณภาพโปรตีนในอาหารก็ปรับปรุงดีขึ้นด้วยเช่นกัน
โดยมีการรายงานถึงการบริโภคโปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์ สัตว์ปีกไข่ ถั่วเหลือง ปลา
และกุ้งเพิ่มมากขึ้น
และยังพบว่าปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกได้เพิ่มขึ้นจาก 34
กรัม เป็น 59 กรัมต่อวัน
ปลาและกุ้งเพิ่มจาก 11 เป็น 27.5
กรัมต่อวัน ส่วนการบริโภคน้ำมันและไขมันได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
โดยจำนวนการบริโภคน้ำมันจากพืชเพิ่มขึ้นจาก 13
กรัมต่อวันเป็น 22 กรัมต่อวัน ส่วนไขมันจากสัตว์เพิ่มจาก
5 เป็น 7
กรัมต่อวันซึ่งส่งผลให้การบริโภค ไขมันโดยเฉลี่ยต่อวันของชาวจีนสูงถึงร้อยละ
35 ของพลังงานในอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน (แนวทางการบริโภคอาหารของประเทศจีนได้แนะนำเรื่องปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคไขมันคือร้อยละ
20-30 ของพลังงานในอาหารต่อวัน)
นอกจากนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกินว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ
39 ตัวเลขนี้ก็เน้นให้ชัดมากขึ้นอีก
ถึงการเปลี่ยนแปลงจากโภชนาการไม่พอ (less-nutrition)
กลายเป็นโภชนาการเกิน (over-nutrition)
และจากการเปลี่ยนแปลงทางวิถีการดำเนินชีวิตจากชีวิตที่ต้องกระตือรือร้นเคลื่อนไหวทำงานตลอดเวลา
กลายมาเป็นวิถีชีวิตที่ต้องนั่งอยู่กับที่เสียเป็นส่วนมาก
ในปี พ.ศ. 2545 พบว่า
ประชากรจีนวัยผู้ใหญ่มีน้ำหนักตัวเกินถึงร้อยละ 22
และเป็นโรคอ้วนร้อยละ 7
รวมถึงอัตราการเกิดความผิดปกติของไขมันในเลือด
เช่นระดับโคเลสเตอรอลและไตรกรีเซอไรด์สูง มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกด้วย
สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สมาคมโภชนาการจีน
(Chinese Nutrition Society)
cnsoc@public3.bta.net.cn
สถาบันโภชนาการและอนามัยอาหาร( Chinese Academy of
Medicine) 29, Nan Wei Road, Beijing 100050, China Fax.: 86-10-63041352
|