<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> ข่าวสั้น FFA Issue 23 - March 2005 - NewsBites t_Articles AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

ข่าวสั้น FFA Issue 23 - March 2005 - NewsBites

 

t_Articles t_Articles

 7 มีนาคม 2548

การคาดการสถานการณ์ข้าวในทางบวกในปีแห่งข้าวสากล

(Optimistic Rice nutrition Forecasts, at close of the International Year of Rice)

ปีพ.ศ. 2547 ถือเป็นปีแห่งข้าวสากล (IYR) ผลผลิตข้าวโดยรวมทั้งโลกอยู่ที่ประมาณ 569 ล้านตัน ซึ่งน้อยกว่าผลผลิตในปี 2543 อยู่ 20 ล้านตัน  สาเหตุที่ผลผลิตน้อยลงนั้นคิดว่าเป็นเพราะการลดลงของพื้นที่เพาะปลูก  แต่อย่างไรก็ตาม Dr. He Chang Chui รองผู้อำนวยการ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ยังคงมีมุมมองที่ดีและได้สรุปไว้ในรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า FAO ยังคงมีความเชื่อมั่นว่าถ้าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจังแล้ว ผลผลิตข้าวของโลกจะยังคงมีปริมาณเพียงพอที่จะเลี้ยงประชากรของโลกซึ่งกำลังเพิ่มมากขึ้นในอนาคตได้อย่างแน่นอน 

นอกจากนี้ Dr. He ยังได้เน้นถึงความสำคัญทางโภชนาการของข้าวในด้านสารอาหารรอง "การต่อสู้กับความหิวโหยและความยากจนไม่ได้จบลงที่แค่การรับประทานเพื่อให้อิ่มท้องเท่านั้น แต่จะจบลงได้ต่อเมื่อคนเหล่านั้นได้รับคุณค่าทางอาหารอย่างเพียงพอด้วย ดังนั้นเราต้องนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อหาทางเพิ่มคุณค่าทางด้านโภชนาการของพืชซึ่งเป็นอาหารหลักที่สำคัญนี้ "

ความมั่นใจของ Dr. He ในเรื่องนี้นั้น ได้มาจากประสบการณ์ในการนำพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงมาใช้พร้อมๆ กับการมีเทคโนโลยีการจัดการพืชที่ดี ที่ได้รับการปรับปรุงมาตลอดช่วง 30 ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2513 ถึง พ.ศ. 2543 "ประสบการณ์ที่ได้รับในช่วงดังกล่าวได้พิสูจน์ว่าความสามารถในการผลิตข้าวของโลกนั้นมีอย่างพอเพียง เมื่อได้รับการสนับสนุนรวมถึงการลงทุนจากรัฐบาลของแต่ละประเทศด้วย" Dr. He ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จในการผลิตข้าวของประเทศจีนและเวียดนามซึ่งนับเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้นโยบายร่วมกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ทั้งๆ ที่แหล่งทรัพยากรธรรมชาตินั้นมีอยู่อย่างจำกัดและปริมาณลดน้อยลงด้วยซ้ำ 

ต้องการข้องมูลเพิ่มเติม ดูได้ในข่าวจากศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย เรื่อง IYR

http://afic.org/Press%20Release-World%20Food%20Day%20Celebrates%20Rice_English.htm

--------------------------------------------

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิตเพื่อการมีสุขภาพดีในประเทศจีน -

 รายงานจากการศึกษาประชากรขนาดใหญ่

(Changing Patterns of Health and Wellness in China Highlighted by Large Scale Population Study)

ผลของการสำรวจสภาวะทางโภชนาการและสุขภาพของชาวจีนภายใต้การนำของกระทรวงสาธารณะสุข, กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และสำนักงานสถิติแห่งชาติของประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2545 ซึ่งทำการสำรวจประชากรจำนวนกว่า 272,000 คนจากทั้งเขต เมืองและชนบทจากในทุกๆส่วนของประเทศจีนและจาก กลุ่มประชากรที่มีรายได้แตกต่างกัน จากการรายงานผลการสำรวจดังกล่าวที่ได้เผยแพร่ไปเมื่อไม่นานมานี้ ข้อมูลที่ได้นั้นเป็นที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เพราะทำให้เราสามารถมองเห็นรูปแบบของการเปลี่ยนแปลงในสังคมของประเทศจีนได้อย่างชัดเจน

จากผลการสำรวจพบว่า เด็กอายุ 3-18 ปี มีความสูงเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.3 ซม.  เมื่อได้เปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2535 พบว่าในกรณีเด็กแรกที่เกิดมีน้ำหนักตัวต่ำได้ลดจำนวนลงมากจนเหลือเท่าๆ กับสถิติเปรียเทียบกับประเทศอุตสาหกรรม ส่วนอัตราการเกิดโรคโลหิตจางเนื่องจากการขาดธาตุเหล็กได้ลดลงจากร้อยละ 23.3 เหลือร้อยละ 17 ในสตรีที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง    ส่วนสตรีที่อยู่ในชนบทมีอัตราการเกิดโรคโลหิตจางนี้ลดลงไปอีกร้อยละ 2 ตัวเลขจากการสำรวจดังกล่าวประกอบกับผลจากงานวิจัยอื่นๆ ทำให้มีหลักฐานยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าอาหารประจำวันที่ชาวจีนรับประทานนั้นมีการพัฒนาด้านคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก

จากการสำรวจปริมาณการบริโภคโปรตีนซึ่งทำการสำรวจในระยะเวลาห่างกัน 10 ปี พบว่าการบริโภคโปรตีนนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 17 เป็น ร้อยละ 31 ของพลังงานที่ได้จากอาหาร และในด้านคุณภาพโปรตีนในอาหารก็ปรับปรุงดีขึ้นด้วยเช่นกัน โดยมีการรายงานถึงการบริโภคโปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์  สัตว์ปีกไข่ ถั่วเหลือง ปลา และกุ้งเพิ่มมากขึ้น และยังพบว่าปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกได้เพิ่มขึ้นจาก 34 กรัม เป็น 59 กรัมต่อวัน ปลาและกุ้งเพิ่มจาก 11 เป็น 27.5 กรัมต่อวัน ส่วนการบริโภคน้ำมันและไขมันได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยจำนวนการบริโภคน้ำมันจากพืชเพิ่มขึ้นจาก 13 กรัมต่อวันเป็น 22 กรัมต่อวัน ส่วนไขมันจากสัตว์เพิ่มจาก 5 เป็น 7 กรัมต่อวันซึ่งส่งผลให้การบริโภค ไขมันโดยเฉลี่ยต่อวันของชาวจีนสูงถึงร้อยละ 35 ของพลังงานในอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน (แนวทางการบริโภคอาหารของประเทศจีนได้แนะนำเรื่องปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคไขมันคือร้อยละ 20-30 ของพลังงานในอาหารต่อวัน) นอกจากนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกินว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 39 ตัวเลขนี้ก็เน้นให้ชัดมากขึ้นอีก ถึงการเปลี่ยนแปลงจากโภชนาการไม่พอ (less-nutrition) กลายเป็นโภชนาการเกิน (over-nutrition)  และจากการเปลี่ยนแปลงทางวิถีการดำเนินชีวิตจากชีวิตที่ต้องกระตือรือร้นเคลื่อนไหวทำงานตลอดเวลา กลายมาเป็นวิถีชีวิตที่ต้องนั่งอยู่กับที่เสียเป็นส่วนมาก  ในปี พ.ศ. 2545 พบว่า ประชากรจีนวัยผู้ใหญ่มีน้ำหนักตัวเกินถึงร้อยละ 22 และเป็นโรคอ้วนร้อยละ 7 รวมถึงอัตราการเกิดความผิดปกติของไขมันในเลือด เช่นระดับโคเลสเตอรอลและไตรกรีเซอไรด์สูง มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกด้วย

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สมาคมโภชนาการจีน (Chinese Nutrition Society) cnsoc@public3.bta.net.cn  สถาบันโภชนาการและอนามัยอาหาร( Chinese Academy of Medicine)  29, Nan Wei Road, Beijing 100050, China Fax.: 86-10-63041352

t_Articles

 

 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.