<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> เทคโนโลยีใหม่เพื่อการปรับปรุงพืชอาหารหลัก t_Articles AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

ทคโนโลยีใหม่เพื่อการปรับปรุงพืชอาหารหลัก
FFA Issue 24, July 2005, "New Technology Twists for Some Favourite Staples"

 

t_Articles t_Articles

 19 กรกฏาคม 2005

นักปรับปรุงพันธุ์พืชได้ทำการปรับปรุงพันธุ์พืชอาหารที่เราปลูกและรับประทานอยู่ทุกวันนี้ มาเป็นเวลาพันๆปีแล้ว เทคนิคดั้งเดิมที่ใช้กันก็คือ การผสมข้ามพันธุ์ (โดยปกติหมายถึงลักษณะเฉพาะ trait) โดยพยายามคัดเลือกลักษณะที่ต้องการให้มาอยู่ในลูกผสม  ทำเช่นนี้ซ้ำๆหลายครั้ง  ซึ่งต้องใช้เวลานับแรมปี  กว่าจะได้พันธุ์พืชที่มีลักษณะตามต้องการได้   หรือบางที อาจไม่ได้ผลอะไรเลยก็ได้     เพิ่งจะมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้เองเท่านั้น ที่นักปรับปรุงพันธุ์ได้มีโอกาสใช้เทคนิคใหม่ อันทรงพลังมหาศาล   นั่นก็คือ   เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่   ต่อไปนี้  เป็นตัวอย่างพืชที่เกิดขึ้นโดยใช้วิธีทางเทคโนโลยีชีวภาพ  โครงการต่างๆเหล่านี้ มีจำนวนมากทีเดียวที่เกิดจากการนำของนักวิทยาศาสตร์ชาวเอเชีย  หรืองานวิจัยนั้นๆ ทำในสถาบันในเอเชีย จึงทำให้พืชที่ได้จากการวิจัยนี้ ได้ชื่อว่า  ทำในเอเชียอย่างแท้จริง

 

ข้าวโพดพันธุ์ใหม่

Bt cornข้าวโพดบีที เป็นข้าวโพดที่ได้ยีนจากบักเตรีชนิดหนึ่ง ที่สามารถไปกระตุ้นให้ข้าวโพดสร้างความต้านทานต่อหนอนขึ้นในตัวเองได้ เกษตรกรได้รับประโยชน์จากการปลูกข้าวโพดบีที อย่างแรกก็คือ ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชลงได้อย่างมาก ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลา และลดการสัมผัสกับสารเคมี ประเด็นที่สอง ข้าวโพดบีที มีความต้านทานต่อแมลงได้ในตัวเอง ซึ่งดีกว่าการใช้ยาฆ่าแมลง บ่อยครั้งจึงพบว่า เกษตรกรได้ผลผลิตมากกว่าเมื่อเทียบกับพันธุ์ที่ปลูกอยู่เดิม และราคาจะดีขึ้น เมื่อข้าวโพดมีตำหนิจากโรคแมลงน้อยกว่า

 

นอกจากนี้ ข้าวโพดบีที ยังมีผลดีต่อสุขภาพมนุษย์และสัตว์อีกด้วย ข้าวโพดที่ถูกแมลงทำลาย มักจะมีเชื้อราเข้าร่วมทำลายด้วย เช่น ฟูมิโนซิน เชื้อราชนิดนี้สามารถทำลายตับและไต และอาจก่อเกิดความเสี่ยงต่อมะเร็ง ส่วนของพืชที่ถูกแมลงทำลาย จะมีร่องรอยหรือมีแผลซึ่งจะอ่อนแอ ต่อการเข้าทำลายซ้ำซ้อนได้ ดังนั้น ในกรณีของข้าวโพดบีที ซึ่งค่อยไม่มีแมลงทำลาย โอกาสที่จะมีเชื้อราเข้าทำลายร่วมก็จะน้อยลง จึงเท่ากับว่าอาจเป็นการช่วยลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อราที่เป็นพิษได้ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกในเอเชียที่ปลูกข้าวโพดบีที เป็นการค้า ส่วนที่อื่นๆ ของโลก ก็ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สเปน และแอฟริกาใต้

 

ข้าวโพดโปรตีนสูง ข้าวโพดเป็นอาหารเลี้ยงปศุสัตว์ที่สำคัญ และบ่อยครั้งที่พบก็คือ ปศุสัตว์ที่ใช้ข้าวโพดเลี้ยงเป็นอาหารหลัก มักด้อยโภชนาการ เนื่องจากว่า พันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกกันโดยปกติ คุณภาพของโปรตีนต่ำ และปริมาณกรดอมิโนไม่สมดุลย์ (กรดอมิโน คือ หน่วยย่อยของโปรตีน) เป็นเวลานานหลายปีทีเดียว ที่นักปรับปรุงพันธุ์ได้พยายาม ที่จะพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดเพื่อให้มีปริมาณโปรตีนสูง แต่กระบวนการที่จะปรับปรุงเรื่องโปรตีน เพื่อให้มีทั้งคุณภาพและปริมาณในข้าวโพดพันธุ์เดิมๆ นั้น ช้ามาก ความสำเร็จจึงค่อนข้างจำกัด เมื่อไม่นานมานี้ นักปรับปรุงพันธุ์พืชได้พยายามใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีชีวภาพหลายอย่าง      เพื่อจะเติมสาร    พันธุกรรมที่มีผลในการกระตุ้นการสร้างกรดอมิโนคุณภาพดีลงในข้าวโพด โครงการวิจัยเหล่านี้หลายโครงการ ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีโครงการหนึ่งพบว่า เราสามารถเพิ่มระดับของกรดอมิโน ไลซีนขึ้นได้เฉลี่ยร้อยละ 35 และโปรตีนโดยรวมร้อยละ 26 ซึ่งนับว่าเป็นนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่ไลซีนเพิ่มขึ้น จะมีผลช่วยปรับปรุงคุณภาพ และคุณค่าจากโภชนาการของโปรตีนโดยรวมอย่างมหาศาล ในขณะที่ข้าวโพดพันธุ์เดิมๆ มีปริมาณกรดอมิโนจำเป็นตัวนี้น้อยมาก นักวิทยาศาสตร์จึงมีความมั่นใจว่าจากการค้นพบวิธีดังกล่าวนี้ พวกเขาจะสามารถพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดให้มีปริมาณโปรตีนสูงขึ้นกว่านี้ได้อีก ในอนาคตอันใกล้

 

 การปรับปรุงพันธุ์เร็วขึ้นเมื่อมี  marker gene  เป็นตัวช่วย

การใช้เทคนิคของเทคโนโลยีชีวภาพอย่างเช่น genetic marker นี้เป็นสิ่งที่ทำให้นักปรับปรุงพันธุ์ สามารถย่นระยะเวลาในการหาพันธุ์พืชใหม่ได้เร็วกว่าวิธีการดั้งเดิม เป็นเดือนๆ  หรืออาจเป็นปีๆ ด้วยซ้ำ การใช้ genetic marker  สามารถช่วยให้นักปรับปรุงพันธุ์พืช เริ่มต้นการคัดเลือกได้ ตั้งแต่ในระดับเซลล์  โดยการค้นหาสารพันธุกรรมหรือยีนส์ ที่ควบคุมลักษณะที่เราต้องการและตรวจสอบได้ ตั้งแต่ระยะแรกของการผสมข้ามพันธุ์  ว่าลักษณะดังกล่าวถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกหรือไม่   แทนที่จะต้องผ่านขบวนการผสมเกสรข้ามพันธุ์  แล้วนำลูกผสมที่ได้ไปปลูก  แล้วจึงจะคัดเลือกลักษณะพันธุ์ได้ว่ามีลักษณะที่เราต้องการหรือไม่  และถ้าไม่  ก็ต้องเริ่มใหม่หมด.......

 

เมล็ดพืชน้ำมัน

น้ำมันมัสตาร์ดอุดมวิตามินเอ วิตามินเอมีความสำคัญต่อภูมิต้านทานของมนุษย์ (ภูมิต้านทานก็คือ ความสามารถของร่างกายคนที่จะต่อสู้กับโรคติดเชื้อได้) การขาดวิตามินเอ จะมีผลต่อการเติบโตและพัฒนาของวัยเด็ก มีผลไปลดภูมิคุ้มกันต่อโรคบางชนิด เช่น การติดเชื้อทางเดินอาหาร โรคหัด และกรณีที่รุนแรงอาจถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ ที่แย่ก็คือ เด็กเป็นล้านๆ คนในเอเชีย ต้องประสบปัญหาการขาดวิตามินเอนี้ เนื่องจากไม่ได้รับจากอาหารที่เขาบริโภคในชีวิตประจำวัน น้ำมันปรุงอาหารที่ทำจากเมล็ดมัสตาร์ด เป็นน้ำมันที่ใช้กันเป็นอันดับสองในประเทศอินเดีย เทคโนโลยีชีวภาพได้ถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาพันธุ์พืชให้มีสารเบตา-แคโรทีนสูง สารนี้ร่างกายมนุษย์สามารถเปลี่ยนให้เป็นวิตามินเอได้ เมื่อร่างกายต้องการ น้ำมันมัสตาร์ดซึ่งอุดมด้วย สารเบตา-แคโรทีน น่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพตัวหนึ่ง ที่จะนำพาวิตามินสำคัญนี้ไปสู่ชาวอินเดียนับล้านๆ และคาดว่าจะสามารถช่วยลดภาวะการขาดวิตามินเอในประชากรแถบชานเมืองได้

 

ได้มีการนำเอาวิธีการทางเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในพืชน้ำมันคาโนลา เพื่อเพิ่มปริมาณสารเบตา-แคโรทีน ในน้ำมันพืชนี้เป็นเวลานานปีมาแล้ว การรับประทานน้ำมันคาโนลา 1 ช้อนชาในอาหาร ก็เพียงพอที่จะให้ร่างกายคนในวัยผู้ใหญ่ได้รับวิตามินเอต่อวันตามคำแนะนำแล้ว ปัจจุบันมีบริษัทการค้าบริษัทหนึ่ง ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิชิแกน หน่วยงานกลางสหรัฐเพื่อการพัฒนานานาชาติ และสถาบันวิจัยพลังงานทาทา (Tata Energy Research Institute (TERI)) ในประเทศอินเดีย กำลังดำเนินงานเพื่อนำเอาเทคโนโลยี พร้อมความชำนาญการนี้ มาใช้กับน้ำมันมัสตาร์ดซึ่งเป็นพันธุ์พืชที่ใกล้ชิด กับน้ำมันคาโนลา Dr.Vibha Dhawan หัวหน้าโครงการของ TERI กล่าวว่า เราหวังว่าความสำเร็จนี้จะช่วยขจัดปัญหาการขาดวิตามินเอในประชากรของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็ก ท่านยังได้เพิ่มเติมอีกว่า น้ำมันมัสตาร์ด น่าจะเป็นสิ่งช่วยนำที่นำวิตามินเอมาสู่ผู้คน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและราคาย่อมเยาว์ เนื่องจากเป็นเครื่องปรุงอาหารในครัวของชาวอินเดียโดยส่วนใหญ่อยู่แล้ว

 

น้ำมันคาโนลาที่มีโอเลอิคสูง - น้ำมันคาโนลามาจากต้น rapeseed    ซึ่งในพันธุ์ดั้งเดิมนั้น น้ำมันที่สกัดได้จะมีปริมาณของกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (polyunsaturated fatty acid) สูง   กรดไขมันประเภทนี้จะคงตัวในรูปของเหลวได้ดี ณ อุณหภูมิห้องปกติ  แต่ในขณะเดียวกัน จะแตกตัวได้ง่ายหากได้รับความร้อน  อันเป็นสาเหตุให้น้ำมันเหม็นหืน  การจะทำให้น้ำมันแข็งตัวดีขึ้น เพื่อที่จะช่วยให้เหม็นหืนช้าลง  เราทำได้โดยขบวนการที่เรียกว่า partial hydrogenation  แต่ผลเสียก็คือ  ขบวนการนี้ทำให้เกิดไขมันที่เรียกว่าทรานส์  (trans fats)   ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมีความเชื่อว่า เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ ด้วยเทคนิคการคัดเลือกพันธุ์โดยใช้ marker เป็นตัวช่วย  นักปรับปรุงพันธุ์จึงสามารถเอาชนะปัญหาทั้งสองเรื่องนี้ได้  โดยการพัฒนาน้ำมันคาโนลาให้มีปริมาณกรดโอเลอิคสูงกรดโอเลอิคเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวหนึ่งตำแหน่ง(monounsaturated fatty acid)  และเป็นกรดไขมันที่ประกอบอยู่ในน้ำมันมะกอก ซึ่งเชื่อว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคมะเร็งต่างๆได้   นอกจากนี้ การเพิ่มปริมาณกรดโอเลอิคยังไปมีผลช่วยลดปริมาณกรดไขมันอิ่มตัวในน้ำมันคาโนลาลง  ซึ่งเป็นผลพลอยได้ต่อสุขภาพอีกทางหนึ่ง

 

การลดปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งลง จะทำให้น้ำมันเหลวน้อยลง  โอกาสที่จะเหม็นหืนก็น้อยลงด้วย    ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่จำเป็นต้องทำ  partial hydrogenation  โอกาสที่ต้องเกิดไขมันทรานส์ จะมีน้อยมากหรือไม่มีเลย    นี่จึงเป็นประโยชน์ข้อที่สามของการดัดแปลงสารพันธุกรรมในพืชน้ำมันชนิดนี้

 

ปัจจุบันนี้ บริษัทผู้ผลิตอาหารได้นำเอาน้ำมันคาโนลาที่มีกรดโอเลอิคสูงมาใช้แทนน้ำมันพืชที่ผ่านขบวนการไฮโดรจีเนท  เนื่องจากมีความคงตัวดีกว่า    ต้องขอบคุณน้ำมันคาโนลาที่มีกรดโอเลอิคสูง ที่ทำให้เรามีโอกาสรับประทานอาหารพวกขนมปัง พวกเค็ก หรือแม้แต่มันฝรั่งทอด  อย่างมีสุขภาพดีขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง

 

การดัดแปลงสารพันธุกรรมช่วยเพิ่มชนิดของพันธุ์พืช

วิธีการของเทคโนโลยีชีวภาพอีกวิธีหนึ่งคือ เราสามารถนำสารพันธุกรรมที่มีลักษณะที่เราต้องการใส่ลงในพืชโดยตรง  เพื่อสร้างให้เกิดพืชพันธุ์ใหม่   วิธีการนี้ เรียกว่า การดัดแปลงพันธุกรรม  ในช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา  นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เทคโนโลยีนี้มาพัฒนาพันธุ์พืชเพื่อให้มีลักษณะต่างๆดีขึ้นตามที่ต้องการ  นั่นหมายความว่า พวกเขาได้สร้างประโยชน์โดยตรงให้กับเกษตรกร   ตัวอย่างของพืช ที่เกิดมาจากเทคโนโลยีเหล่านี้ ได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง ฝ้าย และคาโนลา  โดยมีการสร้างยีนส์ต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืชในตัวของพืชเอง การปรับปรุงพันธุ์ดังกล่าวนี้ ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์หลายอย่าง เช่น ลดการใช้แรงงานและการควบคุมวัชพืชจะง่ายขึ้น

 

ข้าว

ข้าวที่มีธาตุเหล็กสูง -  การขาดธาตุเหล็กเป็นสิ่งที่พบบ่อยที่สุดในประชากรทั่วโลก  ประเมินกันว่ามีผลกระทบต่อประชากรโลกถึงร้อยละ 30 ปัจจุบันนี้  เราเอาชนะการขาดธาตุเหล็ก โดยการให้เป็นอาหารเสริม  และ โดยการเติมลงในอาหารในช่วงการผลิต  อย่างไรก็ตาม ในประเทศที่กำลังพัฒนา ความสำเร็จของทั้งสองวิธีนี้ค่อนข้างจะจำกัด  ตัวอย่างเช่น ปัญหาเรื่องการผสมธาตุเหล็กลงในเมล็ดข้าว แต่นักปรับปรุงพันธุ์ก็ได้รับความสำเร็จอยู่บ้างกับวิธีการดั้งเดิม  ที่สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ  ประเทศฟิลิปปินส์ ได้มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวได้พันธุ์หนึ่งที่สามารถเพิ่มปริมาณธาตุเหล็กได้ประมาณร้อยละ 10

 

นอกจากนี้  ยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่โดยใช้วิธีเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น การดัดแปลงสารพันธุกรรมเพื่อเพิ่มธาตุเหล็กในเมล็ดข้าว  ข้าวพันธุ์หนึ่งที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก ประกอบด้วยสารพันธุกรรมที่มาจากถั่ว ที่สามารถไปช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในข้าวได้ 2  เท่า   นอกเหนือจากนั้น ข้าวพันธุ์นี้ยังมีสารพันธุกรรมอีกตัวหนึ่ง ที่ทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ง่ายขึ้น หลังการย่อย Vitamin A rice  -  ข้าวสีทอง ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ประกอบด้วยวิตามินเอสูง  ได้รับความสนใจจากคนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากข้าวพันธุ์นี้ มีศักยภาพในการช่วยลดอาการตาบอดในเด็กได้  อาการนี้มีสาเหตุมาจากการขาดวิตามินเอในอาหาร   เนื่องจากประชากรใน หลายๆภูมิภาคของโลกที่มีปัญหาการขาดวิตามินเอ บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก  ข้าวจึงได้รับการยอมรับว่าน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อการนำเอาวิตามินเอไปสู่เด็ก

 

ข้าวพันธุ์สีทองแรกเริ่มนั้นพัฒนาขึ้นโดย  Dr.Ingo Potrykus  ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์  มักจะถูกวิจารณ์ว่า มีวิตามินเอเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการสร้างความแตกต่าง  ดังนั้น ตอนนี้ทีมงานกลุ่มหนึ่งในสหราชอาณาจักรได้ผลิต  ข้าวสีทอง 2 “  ซึ่งเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งของข้าวสีทอง ที่มีวิตามินเอ มากขึ้น ถึง  20  เท่า   นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้เชื่อว่า  ข้าวสายพันธุ์ใหม่นี้จะให้วิตามินเออย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ของปริมาณที่แนะนำ  (RDI)

 

การดัดแปลงสารพันธุกรรมเพื่อเพิ่มสารอาหาร

เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้การดัดแปลงทางพันธุกรรมเพื่อแก้ปัญหาของมนุษย์ หนึ่งในการใช้เทคโนโลยีนี้และน่าตื่นแต้นมาก คือ การที่สามารถทำให้พืชผลิตสารอาหารเพิ่มขึ้นในตัวเองได้ นักวิทยาศาสตร์สามารถพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ที่ผลิตสารอาหารที่เราต้องการให้เพิ่มขึ้นได้ โดยการเติมยีนจากพืชชนิดอื่นลงไป เทคนิคนี้เรียกว่า “Biofortification” เป็นเทคนิคที่มีศักยภาพในการช่วยแก้ปัญหาการขาดธาตุอาหารของชาวเอเชีย หลายต่อหลายล้านคน ซึ่งมีปัญหาเรื่องการขาดสารอาหารขนาดเล็ก เช่น พวกเกลือแร่และวิตามิน

 

References:

  • Mackey, M. (2002) The Application of Biotechnology to Nutrition: An overview. Journal of the American College of Nutrition 21(3): 157S-160S.

  • PBI Bulletin 2002 Issue 1: Diversificatoin of Canadian seed oils. Part 1: Adding value to the oil. http://www.pbi.nrc.ca/en/bulletin/2002issue1/page3.htm

t_Articles

 

 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.