t_Articles
19 กรกฏาคม 2005
นักปรับปรุงพันธุ์พืชได้ทำการปรับปรุงพันธุ์พืชอาหารที่เราปลูกและรับประทานอยู่ทุกวันนี้
มาเป็นเวลาพันๆปีแล้ว เทคนิคดั้งเดิมที่ใช้กันก็คือ การผสมข้ามพันธุ์ (โดยปกติหมายถึงลักษณะเฉพาะ
trait)
โดยพยายามคัดเลือกลักษณะที่ต้องการให้มาอยู่ในลูกผสม ทำเช่นนี้ซ้ำๆหลายครั้ง
ซึ่งต้องใช้เวลานับแรมปี กว่าจะได้พันธุ์พืชที่มีลักษณะตามต้องการได้ หรือบางที
อาจไม่ได้ผลอะไรเลยก็ได้ เพิ่งจะมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้เองเท่านั้น
ที่นักปรับปรุงพันธุ์ได้มีโอกาสใช้เทคนิคใหม่ อันทรงพลังมหาศาล นั่นก็คือ
เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ ต่อไปนี้
เป็นตัวอย่างพืชที่เกิดขึ้นโดยใช้วิธีทางเทคโนโลยีชีวภาพ โครงการต่างๆเหล่านี้
มีจำนวนมากทีเดียวที่เกิดจากการนำของนักวิทยาศาสตร์ชาวเอเชีย หรืองานวิจัยนั้นๆ
ทำในสถาบันในเอเชีย จึงทำให้พืชที่ได้จากการวิจัยนี้ ได้ชื่อว่า
“ทำในเอเชีย”
อย่างแท้จริง
ข้าวโพดพันธุ์ใหม่
Bt corn
– ข้าวโพดบีที เป็นข้าวโพดที่ได้ยีนจากบักเตรีชนิดหนึ่ง
ที่สามารถไปกระตุ้นให้ข้าวโพดสร้างความต้านทานต่อหนอนขึ้นในตัวเองได้
เกษตรกรได้รับประโยชน์จากการปลูกข้าวโพดบีที อย่างแรกก็คือ
ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชลงได้อย่างมาก ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลา
และลดการสัมผัสกับสารเคมี ประเด็นที่สอง ข้าวโพดบีที
มีความต้านทานต่อแมลงได้ในตัวเอง ซึ่งดีกว่าการใช้ยาฆ่าแมลง บ่อยครั้งจึงพบว่า
เกษตรกรได้ผลผลิตมากกว่าเมื่อเทียบกับพันธุ์ที่ปลูกอยู่เดิม และราคาจะดีขึ้น
เมื่อข้าวโพดมีตำหนิจากโรคแมลงน้อยกว่า
นอกจากนี้
ข้าวโพดบีที ยังมีผลดีต่อสุขภาพมนุษย์และสัตว์อีกด้วย ข้าวโพดที่ถูกแมลงทำลาย
มักจะมีเชื้อราเข้าร่วมทำลายด้วย เช่น ฟูมิโนซิน เชื้อราชนิดนี้สามารถทำลายตับและไต
และอาจก่อเกิดความเสี่ยงต่อมะเร็ง ส่วนของพืชที่ถูกแมลงทำลาย
จะมีร่องรอยหรือมีแผลซึ่งจะอ่อนแอ ต่อการเข้าทำลายซ้ำซ้อนได้ ดังนั้น
ในกรณีของข้าวโพดบีที ซึ่งค่อยไม่มีแมลงทำลาย
โอกาสที่จะมีเชื้อราเข้าทำลายร่วมก็จะน้อยลง
จึงเท่ากับว่าอาจเป็นการช่วยลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อราที่เป็นพิษได้
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกในเอเชียที่ปลูกข้าวโพดบีที เป็นการค้า ส่วนที่อื่นๆ ของโลก
ก็ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สเปน และแอฟริกาใต้
ข้าวโพดโปรตีนสูง
–
ข้าวโพดเป็นอาหารเลี้ยงปศุสัตว์ที่สำคัญ และบ่อยครั้งที่พบก็คือ
ปศุสัตว์ที่ใช้ข้าวโพดเลี้ยงเป็นอาหารหลัก มักด้อยโภชนาการ เนื่องจากว่า
พันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกกันโดยปกติ คุณภาพของโปรตีนต่ำ
และปริมาณกรดอมิโนไม่สมดุลย์ (กรดอมิโน คือ หน่วยย่อยของโปรตีน)
เป็นเวลานานหลายปีทีเดียว ที่นักปรับปรุงพันธุ์ได้พยายาม
ที่จะพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดเพื่อให้มีปริมาณโปรตีนสูง
แต่กระบวนการที่จะปรับปรุงเรื่องโปรตีน
เพื่อให้มีทั้งคุณภาพและปริมาณในข้าวโพดพันธุ์เดิมๆ นั้น ช้ามาก
ความสำเร็จจึงค่อนข้างจำกัด เมื่อไม่นานมานี้
นักปรับปรุงพันธุ์พืชได้พยายามใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีชีวภาพหลายอย่าง เพื่อจะเติมสาร
พันธุกรรมที่มีผลในการกระตุ้นการสร้างกรดอมิโนคุณภาพดีลงในข้าวโพด
โครงการวิจัยเหล่านี้หลายโครงการ ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีโครงการหนึ่งพบว่า
เราสามารถเพิ่มระดับของกรดอมิโน “ไลซีน”
ขึ้นได้เฉลี่ยร้อยละ 35 และโปรตีนโดยรวมร้อยละ 26
ซึ่งนับว่าเป็นนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่ไลซีนเพิ่มขึ้น
จะมีผลช่วยปรับปรุงคุณภาพ และคุณค่าจากโภชนาการของโปรตีนโดยรวมอย่างมหาศาล
ในขณะที่ข้าวโพดพันธุ์เดิมๆ มีปริมาณกรดอมิโนจำเป็นตัวนี้น้อยมาก
นักวิทยาศาสตร์จึงมีความมั่นใจว่าจากการค้นพบวิธีดังกล่าวนี้
พวกเขาจะสามารถพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดให้มีปริมาณโปรตีนสูงขึ้นกว่านี้ได้อีก
ในอนาคตอันใกล้
|
การปรับปรุงพันธุ์เร็วขึ้นเมื่อมี
marker gene
เป็นตัวช่วย
การใช้เทคนิคของเทคโนโลยีชีวภาพอย่างเช่น
genetic marker
นี้เป็นสิ่งที่ทำให้นักปรับปรุงพันธุ์
สามารถย่นระยะเวลาในการหาพันธุ์พืชใหม่ได้เร็วกว่าวิธีการดั้งเดิม
เป็นเดือนๆ หรืออาจเป็นปีๆ ด้วยซ้ำ การใช้ genetic marker
สามารถช่วยให้นักปรับปรุงพันธุ์พืช เริ่มต้นการคัดเลือกได้
ตั้งแต่ในระดับเซลล์ โดยการค้นหาสารพันธุกรรมหรือยีนส์
ที่ควบคุมลักษณะที่เราต้องการและตรวจสอบได้
ตั้งแต่ระยะแรกของการผสมข้ามพันธุ์
ว่าลักษณะดังกล่าวถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกหรือไม่
แทนที่จะต้องผ่านขบวนการผสมเกสรข้ามพันธุ์ แล้วนำลูกผสมที่ได้ไปปลูก
แล้วจึงจะคัดเลือกลักษณะพันธุ์ได้ว่ามีลักษณะที่เราต้องการหรือไม่
และถ้าไม่ ก็ต้องเริ่มใหม่หมด....... |
เมล็ดพืชน้ำมัน
น้ำมันมัสตาร์ดอุดมวิตามินเอ
–
วิตามินเอมีความสำคัญต่อภูมิต้านทานของมนุษย์ (ภูมิต้านทานก็คือ
ความสามารถของร่างกายคนที่จะต่อสู้กับโรคติดเชื้อได้) การขาดวิตามินเอ
จะมีผลต่อการเติบโตและพัฒนาของวัยเด็ก มีผลไปลดภูมิคุ้มกันต่อโรคบางชนิด เช่น
การติดเชื้อทางเดินอาหาร โรคหัด และกรณีที่รุนแรงอาจถึงขั้นทำให้ตาบอดได้
ที่แย่ก็คือ เด็กเป็นล้านๆ คนในเอเชีย ต้องประสบปัญหาการขาดวิตามินเอนี้
เนื่องจากไม่ได้รับจากอาหารที่เขาบริโภคในชีวิตประจำวัน
น้ำมันปรุงอาหารที่ทำจากเมล็ดมัสตาร์ด
เป็นน้ำมันที่ใช้กันเป็นอันดับสองในประเทศอินเดีย
เทคโนโลยีชีวภาพได้ถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาพันธุ์พืชให้มีสารเบตา-แคโรทีนสูง
สารนี้ร่างกายมนุษย์สามารถเปลี่ยนให้เป็นวิตามินเอได้ เมื่อร่างกายต้องการ
น้ำมันมัสตาร์ดซึ่งอุดมด้วย สารเบตา-แคโรทีน
น่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพตัวหนึ่ง
ที่จะนำพาวิตามินสำคัญนี้ไปสู่ชาวอินเดียนับล้านๆ
และคาดว่าจะสามารถช่วยลดภาวะการขาดวิตามินเอในประชากรแถบชานเมืองได้
ได้มีการนำเอาวิธีการทางเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในพืชน้ำมันคาโนลา
เพื่อเพิ่มปริมาณสารเบตา-แคโรทีน ในน้ำมันพืชนี้เป็นเวลานานปีมาแล้ว
การรับประทานน้ำมันคาโนลา 1 ช้อนชาในอาหาร
ก็เพียงพอที่จะให้ร่างกายคนในวัยผู้ใหญ่ได้รับวิตามินเอต่อวันตามคำแนะนำแล้ว
ปัจจุบันมีบริษัทการค้าบริษัทหนึ่ง ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิชิแกน
หน่วยงานกลางสหรัฐเพื่อการพัฒนานานาชาติ และสถาบันวิจัยพลังงานทาทา
(Tata
Energy Research Institute (TERI)) ในประเทศอินเดีย
กำลังดำเนินงานเพื่อนำเอาเทคโนโลยี พร้อมความชำนาญการนี้
มาใช้กับน้ำมันมัสตาร์ดซึ่งเป็นพันธุ์พืชที่ใกล้ชิด กับน้ำมันคาโนลา Dr.Vibha Dhawan หัวหน้าโครงการของ TERI
กล่าวว่า “เราหวังว่าความสำเร็จนี้จะช่วยขจัดปัญหาการขาดวิตามินเอในประชากรของเรา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็ก” ท่านยังได้เพิ่มเติมอีกว่า
“น้ำมันมัสตาร์ด น่าจะเป็นสิ่งช่วยนำที่นำวิตามินเอมาสู่ผู้คน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพและราคาย่อมเยาว์
เนื่องจากเป็นเครื่องปรุงอาหารในครัวของชาวอินเดียโดยส่วนใหญ่อยู่แล้ว
น้ำมันคาโนลาที่มีโอเลอิคสูง - น้ำมันคาโนลามาจากต้น
rapeseed
ซึ่งในพันธุ์ดั้งเดิมนั้น
น้ำมันที่สกัดได้จะมีปริมาณของกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (polyunsaturated
fatty acid) สูง กรดไขมันประเภทนี้จะคงตัวในรูปของเหลวได้ดี ณ
อุณหภูมิห้องปกติ แต่ในขณะเดียวกัน จะแตกตัวได้ง่ายหากได้รับความร้อน
อันเป็นสาเหตุให้น้ำมันเหม็นหืน การจะทำให้น้ำมันแข็งตัวดีขึ้น
เพื่อที่จะช่วยให้เหม็นหืนช้าลง เราทำได้โดยขบวนการที่เรียกว่า partial
hydrogenation แต่ผลเสียก็คือ
ขบวนการนี้ทำให้เกิดไขมันที่เรียกว่าทรานส์ (trans fats)
ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมีความเชื่อว่า เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ
ด้วยเทคนิคการคัดเลือกพันธุ์โดยใช้ marker เป็นตัวช่วย
นักปรับปรุงพันธุ์จึงสามารถเอาชนะปัญหาทั้งสองเรื่องนี้ได้
โดยการพัฒนาน้ำมันคาโนลาให้มีปริมาณกรดโอเลอิคสูงกรดโอเลอิคเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวหนึ่งตำแหน่ง(monounsaturated fatty acid)
และเป็นกรดไขมันที่ประกอบอยู่ในน้ำมันมะกอก ซึ่งเชื่อว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคมะเร็งต่างๆได้ นอกจากนี้
การเพิ่มปริมาณกรดโอเลอิคยังไปมีผลช่วยลดปริมาณกรดไขมันอิ่มตัวในน้ำมันคาโนลาลง
ซึ่งเป็นผลพลอยได้ต่อสุขภาพอีกทางหนึ่ง
ปัจจุบันนี้
บริษัทผู้ผลิตอาหารได้นำเอาน้ำมันคาโนลาที่มีกรดโอเลอิคสูงมาใช้แทนน้ำมันพืชที่ผ่านขบวนการไฮโดรจีเนท
เนื่องจากมีความคงตัวดีกว่า ต้องขอบคุณน้ำมันคาโนลาที่มีกรดโอเลอิคสูง
ที่ทำให้เรามีโอกาสรับประทานอาหารพวกขนมปัง พวกเค็ก หรือแม้แต่มันฝรั่งทอด
อย่างมีสุขภาพดีขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง
|
การดัดแปลงสารพันธุกรรมช่วยเพิ่มชนิดของพันธุ์พืช
วิธีการของเทคโนโลยีชีวภาพอีกวิธีหนึ่งคือ
เราสามารถนำสารพันธุกรรมที่มีลักษณะที่เราต้องการใส่ลงในพืชโดยตรง
เพื่อสร้างให้เกิดพืชพันธุ์ใหม่ วิธีการนี้ เรียกว่า การดัดแปลงพันธุกรรม
ในช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา
นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เทคโนโลยีนี้มาพัฒนาพันธุ์พืชเพื่อให้มีลักษณะต่างๆดีขึ้นตามที่ต้องการ
นั่นหมายความว่า พวกเขาได้สร้างประโยชน์โดยตรงให้กับเกษตรกร ตัวอย่างของพืช
ที่เกิดมาจากเทคโนโลยีเหล่านี้ ได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง ฝ้าย และคาโนลา
โดยมีการสร้างยีนส์ต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืชในตัวของพืชเอง
การปรับปรุงพันธุ์ดังกล่าวนี้ ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์หลายอย่าง เช่น
ลดการใช้แรงงานและการควบคุมวัชพืชจะง่ายขึ้น |
ข้าว
ข้าวที่มีธาตุเหล็กสูง -
การขาดธาตุเหล็กเป็นสิ่งที่พบบ่อยที่สุดในประชากรทั่วโลก
ประเมินกันว่ามีผลกระทบต่อประชากรโลกถึงร้อยละ 30 ปัจจุบันนี้
เราเอาชนะการขาดธาตุเหล็ก โดยการให้เป็นอาหารเสริม และ
โดยการเติมลงในอาหารในช่วงการผลิต อย่างไรก็ตาม ในประเทศที่กำลังพัฒนา
ความสำเร็จของทั้งสองวิธีนี้ค่อนข้างจะจำกัด ตัวอย่างเช่น
ปัญหาเรื่องการผสมธาตุเหล็กลงในเมล็ดข้าว
แต่นักปรับปรุงพันธุ์ก็ได้รับความสำเร็จอยู่บ้างกับวิธีการดั้งเดิม
ที่สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ ประเทศฟิลิปปินส์
ได้มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวได้พันธุ์หนึ่งที่สามารถเพิ่มปริมาณธาตุเหล็กได้ประมาณร้อยละ
10
นอกจากนี้
ยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่โดยใช้วิธีเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น
การดัดแปลงสารพันธุกรรมเพื่อเพิ่มธาตุเหล็กในเมล็ดข้าว
ข้าวพันธุ์หนึ่งที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก ประกอบด้วยสารพันธุกรรมที่มาจากถั่ว
ที่สามารถไปช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในข้าวได้ 2 เท่า นอกเหนือจากนั้น
ข้าวพันธุ์นี้ยังมีสารพันธุกรรมอีกตัวหนึ่ง
ที่ทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ง่ายขึ้น หลังการย่อย
Vitamin A rice -
ข้าวสีทอง
ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ประกอบด้วยวิตามินเอสูง ได้รับความสนใจจากคนเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากข้าวพันธุ์นี้ มีศักยภาพในการช่วยลดอาการตาบอดในเด็กได้
อาการนี้มีสาเหตุมาจากการขาดวิตามินเอในอาหาร เนื่องจากประชากรใน
หลายๆภูมิภาคของโลกที่มีปัญหาการขาดวิตามินเอ บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก
ข้าวจึงได้รับการยอมรับว่าน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อการนำเอาวิตามินเอไปสู่เด็ก
ข้าวพันธุ์สีทองแรกเริ่มนั้นพัฒนาขึ้นโดย
Dr.Ingo Potrykus
ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มักจะถูกวิจารณ์ว่า
มีวิตามินเอเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการสร้างความแตกต่าง ดังนั้น
ตอนนี้ทีมงานกลุ่มหนึ่งในสหราชอาณาจักรได้ผลิต “ข้าวสีทอง
2 “ ซึ่งเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งของข้าวสีทอง ที่มีวิตามินเอ
มากขึ้น ถึง 20 เท่า นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้เชื่อว่า
ข้าวสายพันธุ์ใหม่นี้จะให้วิตามินเออย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ของปริมาณที่แนะนำ (RDI)
|
การดัดแปลงสารพันธุกรรมเพื่อเพิ่มสารอาหาร
เมื่อไม่นานมานี้
นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้การดัดแปลงทางพันธุกรรมเพื่อแก้ปัญหาของมนุษย์
หนึ่งในการใช้เทคโนโลยีนี้และน่าตื่นแต้นมาก คือ
การที่สามารถทำให้พืชผลิตสารอาหารเพิ่มขึ้นในตัวเองได้
นักวิทยาศาสตร์สามารถพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ที่ผลิตสารอาหารที่เราต้องการให้เพิ่มขึ้นได้
โดยการเติมยีนจากพืชชนิดอื่นลงไป เทคนิคนี้เรียกว่า
“Biofortification”
เป็นเทคนิคที่มีศักยภาพในการช่วยแก้ปัญหาการขาดธาตุอาหารของชาวเอเชีย
หลายต่อหลายล้านคน ซึ่งมีปัญหาเรื่องการขาดสารอาหารขนาดเล็ก เช่น
พวกเกลือแร่และวิตามิน |
References:
-
Mackey, M. (2002)
The Application of Biotechnology to Nutrition: An overview. Journal of the
American College of Nutrition 21(3): 157S-160S.
-
PBI Bulletin 2002
Issue 1: Diversificatoin of Canadian seed oils. Part 1: Adding value to the
oil.
http://www.pbi.nrc.ca/en/bulletin/2002issue1/page3.htm