|
t_Articles
t_Articles
11
พฤศจิกายน 2548
ความคลั่งไคล้เรื่องสุขภาพล่าสุดที่มาแรงดูเหมือนว่าจะเกี่ยวกับคาร์โบไฮเดรต
(คาร์บ) เกิดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งตัว คุณไม่อาจหลีกเลี่ยงคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับ”คาร์บต่ำ”ไปได้
ไม่ว่าคุณจะเปิดอ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์
เปิดทีวีหรือเดินเข้าไปในร้านขายของชำ ประการแรก สูตรลดน้ำหนักแอทคินส์ไดเอท
(Atkins Diet)
ได้ยกย่องข้อดีของโภชนาการแบบคาร์โบไฮเดรตต่ำ
ในขณะที่ให้คำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการรับประทานอาหารโดยไม่จำกัดจำนวนปริมาณโปรตีนและไขมัน
ส่วนสูตรลดน้ำหนักอื่นๆ เช่น โซนไดเอท (Zone
Diet)
และเซ้าท์
บีทไดเอท
(South Beach Diet)
จะเน้นเรื่องการกินคาร์โบไฮเดรต
‘ที่ดี’
และ จำกัดคาร์โบไฮเดรต
‘ที่เลว’
ตอนนี้คำแนะนำหันไปเน้นดัชนีชี้วัดคาร์บไกลเคมิค
(Glycaemic Index of
Carbs)
คุณคิดว่าคุณควรจะกระโจนเข้าสู่กระแสคลื่นความนิยมคาร์บหรือไม่
AFIC
จับตาดูความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดที่เกี่ยวกับคาร์โบไฮเดรตและบทบาทต่อการมีโภชนาการที่ดี
ความเป็นมาของคาร์บ
อันดับแรก
คาร์บ (หรือคาร์โบไฮเดรต) คืออะไรและสิ่งเหล่านี้มีหน้าที่อย่างไร
?
คาร์โบไฮเดรต
คือ 1
ใน
3
ชนิดสารอาหารที่สำคัญมากต่อการบำรุงรักษาร่างกาย
(ส่วนอีกสองชนิดคือไขมันและโปรตีน)
ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้รับพลังงานมาจากส่วนนี้
(หน่วยวัดเป็นกิโลแคลอรี่
(Kcalories)
หรือโคจูเลส (Kjoules)
ตัวอย่างของคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ น้ำตาล
(ดังเช่นในตารางน้ำตาลรวมทั้งสารอาหารที่พบในผลไม้และเมล็ดธัญพืช)
และแป้งมัน (พบในข้าว
ข้าวสาลี อาหารที่ทำมาจากธัญญาหาร
เช่น ขนมปัง)
คาร์โบไฮเดรตบางชนิดมีสารอาหารผสมอยู่ เช่น เมล็ดธัญพืชทุกชนิด ผลไม้
และผักก็มีใยอาหารซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของเราอยู่ด้วย
ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยใยอาหารได้เองและใยอาหารก็ไม่ได้ให้พลังงานอะไรต่อร่างกายในการบริโภค
แต่มันช่วยลดการเสี่ยงต่อการเพิ่มน้ำหนัก โรคหัวใจ และโรคมะเร็งลำไส้
ผู้ทำการควบคุมสุขภาพส่วนมากแนะนำให้กินอาหารที่เส้นใยอย่างน้อยที่สุด
25 – 30
กรัมในการรับประทานอาหารแต่ละครั้งและปริมาณใยอาหารนี้ก็สามารถจะได้มาโดยง่ายโดยการรับประทานคาร์โบไฮเดรตที่มีสารอาหารในรูปเมล็ดธัญพืชทุกชนิด
ผักประเภทฝักถั่ว ผลไม้และผัก ในปริมาณที่พอเหมาะ
ปริมาณที่หลากหลายของคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ซับซ้อน
(เช่นน้ำตาล)
และคาร์โบไฮเดรตที่ซับซ้อน
ตัวอย่างเช่น คาร์โบไฮเดรตที่มีสารอาหารประเภทแป้งมันอยู่ด้วย)
โดยธรรมชาติแล้วจะมีอยู่ในผลไม้ ผัก อาหารพวกเมล็ดธัญพืช
และผลิตภัณฑ์อาหารประเภทนมหลายๆอย่าง
อาจนำคาร์โบไฮเดรตมาใส่เพิ่มลงไปในกระบวนการประกอบอาหาร เช่น
เป็นตัวทำให้ซอสหรือน้ำเกรฟวี่ข้นขึ้น เป็นต้น
คุณสมบัติของคาร์บ
นอกจากการจัดประเภทของคาร์โบไฮเดรตเป็นแบบไม่ซับซ้อนและแบบซับซ้อนแล้ว
เมื่อเร็วๆ
นี้ เกิดความสนใจกันอย่างมากที่จะทำความเข้าใจในเรื่องผลกระทบของ
คาร์โบไฮเดรตที่เกี่ยวกับการควบคุมอาหารต่อระดับน้ำตาลในเลือด
ดัชนีไกลซีมิกหรือปริมาณน้ำตาลในเลือด
(Glycaemic Index = GI)
เป็นระบบจัดประเภทที่ยึดถือการจัดระดับของคาร์โบไฮเดรต
โดยขึ้นอยู่กับผลกระทบโดยตรงของคาร์โบไฮเดรตต่อระดับน้ำตาลในเลือด
อาหารที่มีค่าดัชนีไกลซีมิกสูง
(GI)
จะเพิ่มน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็วหลังการบริโภค และอาหารที่มีค่า
GI
ต่ำกว่าจะสลายตัวช้ากว่าและมีผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือดอย่างค่อยเป็นค่อยไปและ
สนับสนุนอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยหรือไม่มีเลยมากกว่า
(เช่น
เนื้อ และ ไข่)ไม่มี
GI
นักวิจัยได้ทำการศึกษาว่า
GI
มีบทบาทในเรื่องความไวของร่างกายต่อฮอร์โมนอินซูลินและการผลิตของฮอร์โมนอื่น ๆ
ซึ่งเกี่ยวกับการควบคุมความอยากอาหาร ไขมันในเลือดและน้ำตาลในเลือดอย่างไร ตัวอย่าง
เช่น อาหารที่มี
GI
ต่ำจะมีผลทำให้ระดับอินซูลินโดยรวมต่ำลงและสามารถทำให้คนเรารู้สึกอิ่มนานกว่าและยืดเวลาของความอยากอาหารที่จะกลับมีอีกหลังการรับประทานอาหารมื้อหนึ่งไปแล้ว
การลดระดับอินซูลินมีผลในการลดระดับไขมันอีกด้วย เช่น
คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
เป็นที่มั่นใจได้ว่าการศึกษาเกี่ยวกับระบาดวิทยาจำนวนมากมายได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคอาหาร
GI
ต่ำและการเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่
2
ต่ำลงในระหว่างที่เหตุผลสนับสนุนในเรื่องความ
สัมพันธ์นี้ยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้นัก แต่ก็มีหลักฐานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ที่ว่าผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่
2
หรือมีอัตราเสี่ยงสูงต่อโรคนี้อาจจะได้รับประโยชน์จากการบริโภคอาหารที่มี
GI
ต่ำ
อย่างไรก็ตาม
มีข้อวิจารณ์มากมายเกี่ยวกับดัชนีไกลเคมิค
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ดูแลสุขภาพมืออาชีพบางคนเชื่อว่า
GI
อาจยุ่งยากเกินกว่าที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องมือที่เชื่อถือได้ในการชี้แนะการบริโภคอาหารของผู้บริโภค
ยกตัวอย่าง เช่น ปริมาณค่า
GI
ของอาหารแต่ละชนิดไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่ดีในเรื่องผลกระทบของอาหารเหล่านี้ที่มีต่อกลูโคลสในเลือดเมื่อบริโภครวมกัน
เนื่องจากอาหารโดยส่วนใหญ่จะถูกบริโภครวมกันกับอาหารอื่น ๆ หลาก
หลายชนิดในอาหารมื้อหลักและอาหารว่าง ข้อมูลนี้น่าจะเป็นประโยชน์ในการ บอกค่า
GI
ในอาหารแต่ละชนิดมากกว่า แต่เป็นที่แจ้งชัดแล้วว่าไม่สามารถที่จะบ่งชี้กำหนดค่า
GI
ของส่วนประกอบอาหารทั้งหมดที่น่าจะเป็นไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น ค่า
GI
ของอาหารยังมีข้อปลีกย่อยที่แตกต่างกันระหว่างแต่ละชนิดและยังได้รับผลกระทบจากการปรุงอาหาร
พืชผักต่างชนิดและวิธีการปลูกอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ผลแอปเปิ้ล
:
ข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์
(University of Sydney)
กล่าวว่า แอปเปิ้ล จากประเทศเดนมาร์คมีค่า
GI 28
และค่า
GI
ของแอปเปิ้ลที่มาจากสหรัฐอเมริกามีค่าถึง
40
การควบคุมคาร์บเพื่อลดน้ำหนัก
จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโดยทั่วไปแล้วผู้ที่บริโภคอาหารคาร์บต่ำลดน้ำหนักได้ในระยะเวลาอันสั้นจริง
ยิ่งไปกว่านั้น ภายหลังบริโภคอาหารคาร์บต่ำเป็นเวลา
6
เดือน
ผู้ร่วมในการวิจัยมีระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดดีขึ้น ระดับคอเลสเตอรอลที่ดี
(good
cholesterol)
เพิ่มขึ้นและการควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม
นักวิจัยเผยแพร่ข้อมูลที่ได้เกี่ยวกับการลดน้ำหนักที่แท้จริงลงไปมากกว่าการบอกเรื่องการลดคาร์บ
โดยทั่วไปแล้วการบริโภคอาหารใด ๆ
ก็ตามที่จำกัดปริมาณของคาร์บที่บริโภคจะลดจำนวนแคลอรี่ทั้งหมดที่บริโภคด้วย
ดังนั้นผู้ที่ควบคุมอาหารโดยการลดคาร์บนั้นปกติแล้วจะรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่โดยรวมน้อยกว่าผู้บริโภคอาหารตามปกติ
นักวิจัยจำนวนมากเชื่อว่าผลที่ได้แบบเดียวกันนี้สามารถเกิดขึ้นได้โดยการลดปริมาณอาหารที่บริโภคโดยรวม
ไม่คำนึงว่าจะเป็นอาหารที่อยู่ในหรือนอกเหนือหมู่อาหาร
การศึกษาโดย
ดร.
ไมเคิล
แคนซิงเกอร์ แห่งศูนย์การแพทย์เทอร์ฟ
–
นิวอิงแลนด์
(Tufts – New England Medical Center)
มลรัฐบอสตันได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารสมาคมแพทย์อเมริกัน
(Journal of the
American Medical Association)
เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ อธิบายว่าคนเราลดน้ำหนักได้จากการบริโภคอาหารแบบใดก็ได้
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ปฏิบัติในการบริโภคอาหาร ไม่ใช่ชนิดของการควบคุมอาหาร
ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดจำนวนน้ำหนักที่ลดลงได้ เช่นเดียวกัน
ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ระดับคอเลสเตอรอล
และน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้นจะพบได้ในการบริโภคอาหารทุกแบบไม่ว่าจะเป็นแบบคาร์บต่ำ
ไขมันต่ำ หรือเพียงแค่ควบคุมแคลอรี่
ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยบางคนยังชี้ให้เห็นว่า
การควบคุมอาหารแบบคาร์บต่ำที่โดยปกติมีโปรตีนและไขมันสูงอาจก่อให้เกิดการสะสมที่ผิดปกติที่ไต
ฉะนั้น
วิธีการเหล่านี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยโรคว่ามีปัญหาเกี่ยวกับไตหรือมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งที่สำคัญพอ
ๆ กัน
หรือผู้ใดก็ตามที่อาจไม่รู้ว่าตนมีปัญหาเกี่ยวกับไตหรือมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งที่สำคัญพอๆ
กันหรือผู้ใดก็ตามที่อาจไม่รู้ว่าตนมีปัญหาเกี่ยวกับไต
การบริโภคอาหารที่เต็มไปด้วยไขมันและคลอเลสเตอรอลสูงเป็นการเพิ่มอัตราการเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคมะเร็งบางชนิดในระยะยาว
ถึงกระนั้นก็ตามการพุ่งความสนใจไปที่คาร์บนั้นทำให้อย่างน้อยที่สุดเป็นการจุดประกายให้รู้ว่าคาร์บทุกชนิดไม่ได้ถูกสร้างมาเท่าเทียมกัน
ถ้าจะมีบางบทเรียนที่ได้รับจากการคลั่งไคล้คาร์บก็เห็นจะเป็นการบริโภคอาหารที่ดีที่สุดที่ควรทำคือบริโภคเมล็ดธัญพืชทุกชนิด
ผลไม้ และผัก และลดความหวาน ขนมหวาน
ขนมที่ทำจากแป้งและผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากแป้งฟอกสีให้เป็นสีขาว
พลังงานโปรตีน
การมุ่งความสนใจไปที่คาร์บได้ส่งผลถึงบทบาทของโปรตีนในการจัดการเรื่องน้ำหนักและความรู้สึกของความพอใจอย่างยิ่ง
มีหลักฐานประจักษ์เพิ่มขึ้นที่ชี้ให้เห็นว่าการรับประทานอาหารโปรตีนที่มีไขมันน้อยให้มากขึ้นเพื่อช่วยระงับอาการหิวจะดีกว่าและลดปริมาณอาหารที่บริโภค
จากการศึกษาวิจัยที่กระทำที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน
(University of
Washington)
ผู้ร่วมวิจัยมีอิสระที่จะรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงที่มีปริมาณมากหรือน้อยเท่าใดก็ได้ตามที่ต้องการ
พบว่าจริง ๆ แล้วรับประทานแคลอรี่น้อยลงและน้ำหนักตัวลดลงไปเฉลี่ย
11
ปอนด์
(5
กิโลกรัม)
ภายใน
12
สัปดาห์
การโภชนาการที่ดีโดยรวมแบบ
CSIRO
และการโภชนาการแบบ“การแก้ไขที่สมเหตุสมผล”
(Total
Well-Being Diet)
ซึ่งนำเสนอโดย ดร.โดนัลด์
เลย์แมน (Dr
Donald Layman)
แห่งมหาวิทยาลัยอิลินอยส์
(University of
Illinois)
ทั้งสองแบบเอามาจากรูปแบบเดียวกันนั่นคือแคลอรี่โดยรวมประมาณ
30 %
ได้มาจากโปรตีน ประมาณ
15%
ได้มาจากไขมัน และที่เหลือได้มาจากคาร์โบไฮเดรตที่หลักใหญ่ ๆ
ประกอบด้วยเมล็ดธัญพืชทุกชนิด ผลไม้และผัก
อันที่จริงแล้วการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ
นี้เริ่มชี้ให้เห็นว่าการควบคุมการโภชนาการขึ้นอยู่กับปริมาณคาร์บที่พอประมาณ
(ส่วนประกอบหลัก
ๆ คือ เมล็ดธัญพืชทุกชนิด ผลไม้ และผัก)
โปรตีนที่มีไขมันน้อย
(ปลา
ไก่ที่มีมันน้อย และถั่ว)
และไขมันต่ำ อาจเป็นส่วนผสมที่ดีที่สุด
สำหรับการจัดการเรื่องน้ำหนักตัวและป้องกันโรคเรื้อรังเช่น โรคเบาหวานชนิดที่
2
และโรคหัวใจ
แง่คิดเรื่องคาร์บ
การรับประทานอาหารที่มีคาร์บให้มากที่สุดในรูปของเมล็ดธัญพืชทุกชนิด
ผลไม้และผักไม่เพียงแต่จะช่วยก่อให้เกิดพลังงานอย่างพียงพอในรูปแบบของสุขภาพที่สมบูรณ์เท่านั้นแต่มันยังช่วยลดปริมาณความต้องการการใช้อินซูลินในร่างกายและทำให้แน่ใจว่าได้บริโภคอาหารที่มีเส้นใยอาหารที่มีกาก
ไวตามิน และแร่ธาตุซึ่งช่วยสนับสนุนสุขภาพโดยรวมอย่างพอเพียง
สิ่งนี้ช่วยได้มากในเรื่องการเสี่ยงต่อการเพิ่มน้ำหนัก การเกิดโรคเบาหวานชนิดที่
2
และโรคหัวใจ
แม้ว่าหลักฐานที่เกิดขึ้นบ่งชี้ให้เห็นว่าการทดแทนคาร์โบไฮเดรตบางส่วนในการรับประทานอาหารด้วยโปรตีนอาจเอื้อต่อการจัดการเรื่องน้ำหนักตัว
การเพิ่มปริมาณของโปรตีนที่รับประทานเข้าไป กล่าวโดยประมาณ
30%
ของกิโลแคลอรี (Kcaloric)
อาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่อง ไต เบาหวาน หรือ
ภาวะไม่ทนต่อความต้องการน้ำตาลกลูโคส
ท้ายที่สุดนี้ ที่ยังเสี่ยงกระทำกันอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่
สัดส่วนการบริโภคของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
อาจเป็นเรื่องสำคัญในการจัดการเรื่องน้ำหนักตัว
จำนวนตัวเลขของกฏข้อบังคับการจำกัดปริมาณแคลอรี่ทั้งหมดที่บริโภคและการเพิ่มกิจกรรมทางร่างกายยังคงเป็นหลักสำคัญสำหรับการจัดการควบคุมน้ำหนักตัวในระยะยาวที่มีประสิทธิภาพ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
Ø
Comparison of the Atkins, Ornish, Weight Watchers, and Zone Diets for Weight
Loss Dansinger et al. 2005; 293: 43-53.
Ø
CSIRO Total Well-Being Diet
http://www.csiro.au/index.asp?type=division&id=Human%20Nutrition&style=division
Ø
www.glycemicindex.com
|