<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> ข่าวสั้น FFA Issue 26, มีนาคม 2549 AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

 

ข่าวสั้น

FFA Issue 26 Newsbites

28 เมษายน 2549

ข้าวเสริมธาตุอาหารให้มีปริมาณธาตุเหล็กสูง ช่วยเพิ่มระดับของธาตุเหล็กในเลือด

การศึกษาชิ้นใหม่ในวารสารโภชนาการ (Journal of Nutrition) ระบุง่า การปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีระดับของธาตุเหล็กที่สูงขึ้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดภาวะขาดสารอาหารประเภทสารอาหารรอง ดร. โรเบิร์ต ซีเกลอร์ (Dr. Robert Zeigler) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติในฟิลิปปินส์ ให้ความเห็นว่าผลที่ได้จากการศึกษา เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิภาคของโลกที่บริโภคข้าว ซึ่งประกอบด้วยประชากรมากกว่าสามพันล้านคนที่ยากจนและขาดสารอาหาร การขาดธาตุเหล็ก เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในมารดาระหว่างตั้งครรภ์และคลอดบุตร สถิติล่าสุดจากโครงการริเริ่มด้านสารอาหารรองของแคนาดาและกองทุนเด็กของ     สหประชาชาติ “Micronutrient initiative of Canada and the United Nations Children’s Fund” ระบุว่า เด็กในประเทศกำลังพัฒนากว่าครึ่งหนึ่งที่มีอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 2 ปี กำลังตกอยู่ในภาวะขาดธาตุเหล็กในช่วงที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตที่สำคัญและมีพัฒนาการทางสมองถึงเวลาแล้วที่เราต้องปรับเปลี่ยนวาระการวิจัยทางด้านการเกษตรและวาระการวิจัยด้านข้าวเป็นการเฉพาะ นอกเหนือมุ่งเน้นเพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพอาหาร”  ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติด้านโภชนาการ ช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งถัดจากยุคปฏิวัติเขียวและต่อผู้รอคอยอย่างมีความหวังนับเป็นล้านๆ คนในประเทศกำลังพัฒนาและที่ขาดสารอาหารดร. ซีเกลอร์ กล่าว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถหาอ่านได้ในวารสารโภชนาการ  J of Nutrition 135:2832-2830

**************************************

เส้นรอบเอวในผู้ใหญ่ชาวจีน เป็นตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้ต่อความเสี่ยงการเกิดเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

ที่ผ่านมา ผู้คนเริ่มใส่ใจกับการสังเกตโรคอ้วนได้จากการลงพุง เพื่อประเมินสุขภาพว่าอยู่ในภาวะมีน้ำหนักเกิน และเป็นโรคอ้วนในวัยผู้ใหญ่หรือไม่ รวมทั้ง ความเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคไม่ติดต่อชนิดอื่นๆ การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับชาวจีนในวัยผู้ใหญ่จำนวน 15, 540 ราย อายุระหว่าง 35-74 ปี ตีพิมพ์เมื่อปลายเดือนธันวาคม กล่าวถึงรายละเอียดข้อมูลมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เส้นรอบเอว เป็นตัวทำนายความดันเลือด ระดับคอเลสเตอรอล ระดับไตรกลีเซอไรด์ และระดับน้ำตาลกลูโคสที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติได้อย่างถูกต้อง กล่าวคือ เส้นรอบเอวเป็นตัวทำนายระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดที่ว่องไว (sensitive) มากกว่าการใช้ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) การค้นพบนี้สอดคล้องกับการศึกษาหลายๆ ชิ้นในกลุ่มคนผิวขาวที่พบว่า การใช้เส้นรอบเอวและอัตราส่วนของเอว ต่อ สะโพก เป็นการสังเกตทางคลินิกด้านสุขภาพของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจที่ได้ผล อีกทั้ง มีหลักฐานสนับสนุนเพิ่มเติมอีกว่า ประชากรชาวเอเชียส่วนใหญ่ มีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนที่บริเวณกลางลำตัว (มีการสะสมของไขมันบริเวณพุง) และมีสัดส่วนของไขมันในร่างกายที่มากกว่าชนผิวขาวที่มีค่า BMI เดียวกัน การศึกษานี้ ช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีทางเลือก เพื่อนำมาใช้ประเมินภาวะมีน้ำหนักตัวมากเกิน และความเสี่ยงที่สัมพันธ์กันได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถหาอ่านได้จาก Wildman และคณะ (2005) Am J Clin Nut; 82:1195-202 t_Articles

 

 
 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.