<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> วิถีชีวิตกับความดันเลือดของคุณ – เกี่ยวข้องกันอย่างไร? AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

วิถีชีวิตกับความดันเลือดของคุณ เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

FFA Issue 26 Your Lifestyle and Your Blood Pressure

28 เมษายน 2549

 

โรคหัวใจหลอดเลือดโคโรนารี่ คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากกว่า 7 ล้านคนในแต่ละปี และโรคลมปัจจุบัน ก็คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วเช่นกันกว่า 6 ล้านคน ความดันเลือดสูงเป็นปัจจัยที่สำคัญในผู้ป่วยมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ผู้คนจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าตนเองมีความดันเลือดสูง และความดันเลือดสูง เป็นสภาพทางการแพทย์ที่เป็นตัวสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และ/หรือการรับประทานยาได้เป็นอย่างดี จงเริ่มต้นเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าในวันข้างหน้า

 

ความดันเลือดสูง สิ่งที่มองไม่เห็น

บ่อยครั้ง ความดันเลือดที่สูงจะไม่ปรากฏอาการทางภายนอก ผู้คนส่วนใหญ่ประสบกับความดันเลือดสูงโดยไม่ทราบมาก่อน และในหลายๆ ประเทศ วัยผู้ใหญ่มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ประสบกับภาวะความดันเลือดสูง และ มากกว่า 50-60 เปอร์เซ็นต์ของผู้คนเหล่านั้น จะมีอาการดีขึ้นหากลดความดันเลือดลง โดยทั่วไปแล้ว ความดันเลือดสูงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่สามารถป้องกันการเสียชีวิตและการเจ็บไข้ได้ป่วยในภายหน้าได้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญประการแรก คือ ควรป้องกันและรักษาไม่ให้มีความดันเลือดสูง ด้วยการปฏิบัติตน 4 ประการ ดังต่อไปนี้ ได้แก่ การตรวจสุขภาพการรับประทานอาหาร วิถีชีวิต และการรับประทานยา

 

ขั้นตอนแรกในการควบคุมความดันเลือดของคุณ ตรวจสุขภาพ

ขั้นตอนแรก ควรรับการตรวจสุขภาพว่ามีความดันเลือดที่สูงหรือไม่ การตรวจหาความดันเลือดโดยแพทย์นั้นใช้เวลาสั้น และไม่เจ็บปวด ผลการตรวจที่พบมีความดันเลือดสูงเพียงครั้งเดียว ไม่ได้หมายความว่าคุณมีความดันเลือดสูง เนื่องจากความดันเลือดของคนเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในแต่ละช่วงวัน การวินิจฉัยว่าคุณมีความดันเลือดสูงอย่างแน่นอนนั้น ก็ต่อเมื่อผลที่ได้มีความสม่ำเสมออยู่สองสามครั้งติดต่อกัน ให้ปรึกษาแพทย์และขอ คำแนะนำจากเขาหรือเธอตั้งแต่วันนี้

 

ขั้นตอนที่สอง การเลือกวิถีชีวิตที่ส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณ

การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ให้มีความดันเลือดที่ต่ำลงได้นั้น ได้แก่

  •  ผู้อยู่ในภาวะมีน้ำหนักตัวมากเกินหรือโรคอ้วน ควรลดน้ำหนักตัว

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • หากดื่มแอลกอฮอล์ ควรจำกัดการดื่มให้น้อยลง

การลดน้ำหนักตัว

 ยิ่งมีค่าดัชนีมวลกายมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องการเลือดในการขนส่งออกซิเจนและสารอาหารให้กับอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ มากเท่านั้น ปริมาตรของเลือดที่หมุนเวียนทั่วกระแสเลือดจะเพิ่มขึ้นและก่อให้เกิดแรงดันเพิ่มพิเศษที่ผนังหลอดเลือด นอกจากนี้ เซลล์ไขมันที่สร้างสารเคมีที่เป็นตัวกระตุ้นหลอดเลือด และหัวใจให้ทำงานด้วยความดันที่สูงขึ้น ทั้งสองกรณี ก็จะได้ความดันเลือดที่สูงเป็นผลลัพธ์ เมื่อมีน้ำหนักตัวลดลง แรงดันที่ผนังหลอดเลือด ก็จะลดลงตามลงไปด้วย จึงทำให้เกิดความดันเลือดที่ลดลงตามมา

 

การวิจัยชี้ให้เห็นว่า การลดน้ำหนักตัว แม้เพียงเล็กน้อย จะช่วยลดความดันเลือดได้ในผู้ป่วยจำนวนมากที่อยู่ในภาวะมีน้ำหนักตัวมากเกินที่มีความดันเลือดสูงซึ่งทำให้ความดันเลือดเกิดการปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดเป็นโรคหัวใจร่วมหลอดเลือดอื่นๆ

 

ประโยชน์ของการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหัวใจ การออกกำลังกายอย่างหนัก จะช่วยเสริมสร้างหัวใจในการสูบฉีดโลหิต ขยายขนาดของหัวใจและมีกล้ามเนื้อหัวใจที่แข็งแรงยิ่งขึ้น แม้เพียงการออกกำลังกายเบาๆ ก็สามารถเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีได้ ผลต่างๆ เหล่านี้ ก็จะมาสู่ความเสี่ยงต่ำก่อการเกิดเป็นโรคหัวใจ หัวใจวายและโรคลมปัจจุบัน

 

นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลดีต่อสุขภาพดีด้วยเช่นกัน เช่น บรรเทาความเครียด และคลายวิตกกังวล ท้ายสุดได้แก่การมีความดันเลือดที่ลดลงนั่นเอง

 

การดื่มแอลกอฮอล์อย่างพอเหมาะ

ในขณะที่ข้อมูลการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะ ส่งผลดีต่อสุขภาพนั้นการดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 1 แก้ว ในสตรี และ 2 แก้วในผู้ชาย อาจส่งผลต่อการมีความดันเลือดที่สูงขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดความดันเลือดที่สูงขึ้น โดยการรบกวนกระแสเลือดที่ไหลเข้าหรือออกจากหัวใจ อีกทั้ง แอลกอฮอล์ยังรบกวนความสามารถของตับในการเมตาบอไลส์ (metabolize) ฮอร์โมน เช่น เรนิน และแองจิโอเทนซิน  ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมความดันเลือด อีกทั้ง มีหลักฐานบางประการที่ชี้ให้เห็นว่า แอลกอฮอล์รบกวนการสร้างสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาระดับความดันเลือด

 

ขั้นตอนที่สาม การเปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหาร

อาหารที่อุดมด้วยผลไม้และผัก และมีไขมันอิ่มตัวที่ต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันสัตว์มิเพียงแต่ลดความดันเลือดเท่านั้น แต่ยังคงให้ประโยชน์แก่สุขภาพของเจ้าตัวและความเป็นอยู่การเปลี่ยนแปลงการบริโภคอาหาร ช่วยเสริมสร้างความดันเลือด แม้ใช้เวลาเพียงสั้นๆ

 

การบริโภคอาหารแบบ DASH

การบริโภคอาหารแบบ  DASH (แนวทางการบริโภคอาหารเพื่อหยุดภาวะมีความดันเลือดสูง) มุ่งเน้นการบริโภคเมล็ดพันธุ์ ผลไม้ ผัก และอาหารประเภทนมไขมันต่ำในปริมาณ ซึ่งสามารถช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักตัว และช่วยให้เกิดการลดความดันเลือด

 

การได้รับโซเดียมและโปแตสเซียม การบริโภคอาหารที่มีความสมดุลอย่างถูกต้อง

โซเดียมเป็นสารที่พบได้ทั่วไปในอาหารที่เราบริโภค และเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ร่างกายมีการทำงานที่เป็นปกติ หากปราศจากโซเดียม เส้นประสาทและกล้ามเนื้อจะหยุดทำงาน การดูดซึมสารอาหารหลักจะบกพร่อง และร่างกายจะไม่สามารถรักษาสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในร่างกายได้

 

โซเดียมพบได้ทั่วไปในเนื้อ ถั่ว เมล็ดธัญพืช ผัก และ ผลิตภัณฑ์ประเภทนมในปริมาณต่ำ อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคในเอเชียบริโภคโซเดียมส่วนใหญ่ ในรูปอาหารที่เติมเกลือ ซอส(หอยนางรม ถั่วเหลือง และน้ำปลา และอื่นๆ เป็นต้น) หรือในอาหารดอง เช่น ปลาเค็มผักดอง และของดองหรืออาหารสำเร็จรูป เช่น ซุปกระป๋อง มันฝรั่งทอด เนย เป็นต้น อีกทั้ง ยังพบโซเดียมในสารปรุงแต่งรสอาหาร เช่น ผงชูรส และสารกันบูด เช่น โซเดียมไนเตรต

 

โดยปกติแล้ว โซเดียมจะมีการทดแทนใช้ร่างกาย และควรบริโภคเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อทดแทนโซเดียมในร่างกายที่สูญเสียไป โดยอาจสูญเสียโซเดียมไปในรูปของเหงื่อ สารคัดหลั่ง และการขับถ่ายปกติทั่วไป ปริมาณโซเดียมที่แนะนำให้ได้รับต่อวัน อยู่ที่ 2.4 กรัม ซึ่งเทียบเท่ากับเกลือ 5 กรัมช้อนชา

 

การบริโภคอาหารประเภทแคลเซียม แมกนีเซียม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปแตสเซียมพบว่าช่วยลดความดันเลือดลงได้ ดังนั้น  การบริโภคโซเดียมต่ำ โปแตสเซียม แมกนีเซียมและแคลเซียมในปริมาณที่สูง ก็เป็นกลวิธีที่สำคัญต่อการป้องกันและรักษาความดันเลือดที่สูง อาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและแมกนีเซียม และมีโซเดียมต่ำ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น น้ำเต้าหู้ น้ำนมถั่วเหลือง ถั่ว เมล็ดพืช และผักใบเขียว ส่วนอาหารที่อุดมไปด้วยโปแตสเซียมหลัก  ได้แก่ ผลไม้  ผัก และถั่ว ปริมาณโซเดียมที่แนะนำให้ได้รับต่อวัน ได้แก่ 2 กรัม ต่อวัน เป็นอย่างน้อย

 

อาหารที่อุดมไปด้วยโปแตสเซียมและมีโซเดียมต่ำ

ลูกอะโวกาโด และผลไม้มีเม็ดอื่นๆ

กล้วย

น้ำมะพร้าว นมและเนื้อ

ผลไม้ชนิดแห้งอื่นๆ

พืชฟีนูกรีก (fenugreek)และเครื่องเทศอื่นๆ

สมุนไพรและพริกสดหรือแห้ง

ผลไม้เปลือกแข็ง

เช่น ที่มีรสขม

เป็นมัดหรือเป็นไข

ปลาอินเดียนแมคเคอเรล และปลาชนิดอื่นๆ

ขนุน

คะน้าและผักใบ้เขียวอื่นๆ

ไต, ถั่วอื่นๆ,

กระถิน

ถั่วงา เมล็ดทานตะวันและเมล็ดอื่นๆ

เห็ด สดหรือแห้ง และไม่มีรสเค็ม

ส้มและน้ำส้มน้ำผลไม้อื่นๆ

มะละกอ แตงโม และผลไม้มีเม็ดอื่นๆ

ถั่วและถั่วชนิดอื่นๆ

บัว ลูกเกด และผลไม้ชนิดแห้งอื่นๆ

เนื้อสันแดงและขาว

รำข้าว

มันฝรั่งหวานและมันฝรั่งขาว

ถั่วเหลือง, น้ำเต้าหู้ น้ำนม

มะเขือเทศ

มะขาม

สาคู หัวเผือก

โยเกิรต์ และนม

(ยกเว้น เนย)

 

ขั้นตอนที่ 4 การรับประทานยาเพื่อลดความดันเลือด

การรักษาความดันเลือดในร่างกายให้เป็นปกติ  เป็นสิ่งจำเป็นต่อการมีสุขภาพดีในระยะยาวและมีวิธีการรักษาผู้ที่มีความดันเลือดสูงทางการแพทย์ด้วยยาจำนวนมาก แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตและการรับประทานอาหารแล้วก็ตาม แพทย์คือผู้ที่ดีที่สุดที่คุณจะขอรับคำแนะนำแนวทางและการตรวจรักษาโดยใช้ยารักษา

 

ความดันเลือด คุณเองก็ควบคุมได้ เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้

เนื่องจากความดันเลือดจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ผู้ใหญ่สามารถได้ประโยชน์จากการเลือกปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ เพื่อการควบคุมความดันเลือดที่ดีขึ้น ทำไมจึงไม่เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้?

 

ผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่มีต่อความดันเลือดสูง มากหรือน้อย จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล คำแนะนำทั่วไปของการได้รับประโยชน์จากทางเลือกของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ต่อไปนี้ ได้แก่ ตารางการตอบสนองที่เป็นปกติที่ได้รับจากรายงานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อป้องกัน ตรวจสอบ ประเมิน และรักษาโรคความดันโลหิตสูงครั้งที่ 7 ปี 2546

 

วิธีการปรับเปลี่ยน

คำแนะนำ

ความดันเลือดระยะหัวใจ

บีบตัวที่ลดลง (ช่วง)

น้ำหนักตัวที่ลดลง

รักษาน้ำหนักของร่างกายให้เป็นปกติ (ดัชนีมวลกาย 18.5 24.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

5-20 มิลลิเมตรปรอท(mmHg)/10 กิโลกรัม น้ำหนักตัวที่สูญเสียไป

แผนการบริโภคแบบ DASH+

บริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยผลไม้ ผัก และผลิตภัณฑ์นมไข้มันต่ำ เพื่อลดปริมาณไขมันรวมและไขมันชนิดอิ่มตัว

18-14 มิลลิเมตรปรอท

การลดบริโภคโซเดียม

ลดการรับโซเดียมโดยการบริโภคไม่ให้มากเกิน 100 มิลลิโมลต่อวัน (2.4 กรัม โซเดียม หรือ 6 กรัม โซเดียมคลอไรด์)

2-8 มิลลิเมตรปรอท

การออกกำลังกาย

เข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย ภายนอก เช่น เดินเร็ว (อย่างน้อย 30 นาที หลายวันต่อสัปดาห์)

4-9 มิลลิเมตรปรอท

การดื่มแอลกอฮอล์ที่พอเหมาะ

จำกัดการดื่มไม่ให้เกิน 2 แก้ว

(30 มิลลิลิตร เอธานอล; ตัวอย่างเช่น เบียร์ 24 ออนซ์ , ไวน์ 10 ออนซ์, หรือวิสกี้ 3 ออนซ์) ต่อวันสำหรับผู้ชาย และกิน 1 แก้วต่อวันสำหรับผู้หญิง และผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า

2-4 มิลลิเมตรปรอท

 

ทำความเข้าใจกับหน่วยความดันเลือด

ความดันเลือด คือ แรงดันในผนังหลอดเลือดในขณะหัวใจบีบตัว (หรือที่เรียกกันว่า ความดันเลือดระยะหัวใจบีบตัว) และเมื่อหัวใจคลายตัว (ความดันระยะหัวใจคลายตัว) วัดได้เป็นหน่วยมิลลิเมตรปรอท (mmHG) ความดันเลือดสูง หรือที่เรียกว่า ไฮเปอร์เทนชั่น (hypertension) ในวัยผู้ใหญ่จะมากกว่า หรือเท่ากับ 140 มิลลิเมตรปรอท ของความดันระยะหัวใจบีบตัว หรือมากกว่าเท่ากับ 90  มิลลิเมตรปรอท ของความดันระยะหัวใจคลายตัว

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก

  • รายงานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อป้องกัน ตรวจสอบ ประเมิน และรักษาโรคความดันโลหิตสูงครั้งที่ 7 ปี 2546 (7th Report of Joint National Committee on Prevention, Detection, Evaluation, Treatment of Hypertension, 2003).  

  • Woo และคณะ (1998) J Epidemiology Comm Health: 52, 631-637 ที่สามารถหาได้จาก jech.bmjjournals.com

t_Articles

 
 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.