<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> การสื่อสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ –ทำอย่างไรให้เป็นเรื่องง่าย เส้นทางการรับประทานอาหารให้ปลอดภัยในช่วงไข้หวัดนก AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

 

การสื่อสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ –ทำอย่างไรให้เป็นเรื่องง่าย

FFA Issue 27 Biotechnology Communications – Making It Personal

16 สิงหาคม 2549

ถึงแม้ผู้คนเพิ่งเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญแก่เทคโนโลยีชีวภาพ แต่ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเทคโนโลยีชีวภาพก็อยู่รอบๆ ตัวเรามานาน นับทศวรรษแล้ว เทคโนโลยีชีวภาพเป็นแกนหลักพื้นฐานที่สำคัญด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ทางการแพทย์ การเกษตร และอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพมีศักยภาพส่งเสริมคุณภาพชีวิตสมัยใหม่ในทุกแง่มุม แต่ทั้งนี้ นอกเหนือจากความ ท้าทายในการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้แล้ว ความท้าทายในการทำให้ประชาชนสามารถตัดสินใจ การนำมาใช้และความนิยมในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากการใช้เทคโนโลยี ยังคอรออยู่ภายหน้าอีกมากโขทีเดียว


การสื่อสารทางด้านวิทยาศาสตร์ – ยากกว่าที่คุณคิด
ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ประการแรก การสื่อสารเรื่องที่มีความซับซ้อนผนวกกับความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่ท้าทายอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ฟังจำนวนมากที่มีพื้นฐานความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์อยู่เพียงเล็กน้อย

ประการที่สอง กลุ่มนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย ถูกสอนให้พูดในเชิง “วิทยาศาสตร์” เมื่อต้องมีการอธิบายสาขาวิชาที่ตนมีความเชี่ยวชาญกับวารสารทางวิชาการ ดังนั้น จึงมุ่งเน้นแต่รายละเอียดเกี่ยวกับสาขาเฉพาะด้านมากกว่าที่จะร้อยเรียงด้วยถ้อยคำง่ายๆ ว่างานของพวกเขามีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างไร

ความสามารถในการ “สื่อสาร” เรื่องราววิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน ด้วยภาษาและบริบทที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นสิ่งที่ท้าทายอยู่แล้วในตัวมันเอง แท้ที่จริงแล้วทุกวันนี้เป็นยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและอนาคตของผู้คน ดังนั้น สาขาวิชาการสื่อสารเชิงวิทยาศาสตร์ของสาธารณะชน จัดเป็นสาขาที่สำคัญในแวดวงการศึกษาปัจจุบัน เพราะเป็นสาขาที่เข้าใจได้ยากนอกเหนือจากต้องการความเข้าใจทางด้านเทคนิคในระดับที่พอเพียงแล้ว ยังต้องสามารถสื่อสารความเข้าใจอันดีนี้ให้กับกลุ่มผู้ฟังกลุ่มต่างๆ ด้วยบริบทที่แตกต่างกันได้ดีอีกด้วยเช่นกัน

คุณกำลังกล่าวถึงอะไร?
The UK Royal Society ให้ความเห็นเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า “ความสนใจของสาธารณะชนจะเกิดผลต่อเมื่อมีการสื่อสารผลที่ได้จากการวิจัยให้ประชาชนเข้าใจและให้พวกเขามีส่วนร่วมออกความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวถึงกันอยู่ เพื่อให้ผู้คนเกิดความเข้าใจถึงผลกระทบที่มีต่อชีวิตของพวกเขา ในบางกรณี เพื่อช่วยให้แต่ละคนสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการวิจัยมาใช้ในการตัดสินใจและเป็นแสงสว่างนำทางความเป็นอยู่และความปลอดภัยของพวกเขา”

เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน เป็นอะไรที่มากไปกว่ากระบวนการพูดและการรับฟังง่ายๆ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เจรจาล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ และแต่ละปัจจัยก็มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจและประมวลผล

การวิจัยโดย AFIC แสดงให้เห็นว่า ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศและบ่อยครั้งแม้แต่ภายในประเทศเดียวกัน (ตัวอย่างเช่น ในชนบทหรือในเมือง) นอกจากนี้ ก็ยังมีความแตกต่างของการสื่อสารในสังคมที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น การวิจัยที่ได้จากกลุ่มศึกษาวิจัย AFIC แสดงให้เห็นว่า ในขณะที่ World Wide Web เป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญ แต่บุรุษและสตรีที่ร่วมในการศึกษากลับเห็นตรงข้ามว่า ช่องทางการสื่อสารดังกล่าวเหมาะสมกับเฉพาะคนรุ่นใหม่เท่านั้น ในขณะเดียวกัน การศึกษาโดย AFIC ชี้ให้เห็นว่าภาษาและน้ำเสียงในการสื่อสาร เป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางและผลลัพธ์ของข้อมูลข่าวสาร และปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ก็แตกต่างกันออกไปตามสาธารณชนแต่ละกลุ่ม

ชาวเอเชียเข้าใจเรื่องราวดีเพียงใด?
การวิจัยโดย AFIC ด้านความเข้าใจของผู้บริโภคที่มีต่อเทคโนโลยีชีวภาพ 1,2 (http://www.afic.org/AFIC2002%20Consumer%20Perception%20of%20Biotechnology%20Survey.htm) ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวเอเชียมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพน้อยมาก และผู้คนกลุ่มใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงศัพท์และคำเฉพาะที่ใช้ (รูปที่ 1) อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับผลการสำรวจในลักษณะคล้ายกันที่ได้จากส่วนอื่นๆ ของโลก รูปต่างๆ ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวเอเชียโดยรวมไม่ได้ล้าหลังในเรื่องของความตระหนักด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของโลก

ถึงแม้ว่าผู้บริโภคทั่วโลกปราศจากความเข้าใจที่เด่นชัด แต่พวกเขามีมุมมองเกี่ยวกับข้อดีของเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นที่ผู้บริโภคเป็นหลักในแง่ดีอยู่เสมอว่า เทคโนโลยีชีวภาพสามารถทำให้พวกเขามีสุขภาพที่ดีขึ้นและอาหารปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ 3,4,5,6 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บริโภคชาวเอเชียมองโลกในแง่ดีว่าพวกเขาจะได้รับความปลอดภัย คุณภาพชีวิต และคุณค่าทางอาหารที่พวกเขาบริโภคที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป


ที่น่าสนใจยิ่ง จากการวิจัย1โดย AFIC ชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่ชาวเอเชียวิตกกังวลมากที่สุดสามอันดับแรกเกี่ยวกับอาหาร ได้แก่ คุณค่าทางอาหาร ความกลัวที่จะติดโรคติดต่อที่ได้มากจากสัตว์ (zoonotic diseases) และอาหารปนเปื้อน

อีกนัยหนึ่ง ทัศนคติเชิงบวกเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพจากผู้ให้ความเห็นในการสำรวจของ AFIC สอดคล้องกับข้อวิตกกังวลด้านอาหาร ทั้งนี้เพราะประโยชน์ที่พวกเขาคาดหวังสะท้อนออกมาเป็นข้อวิตกกังวลในใจสูงสุดสามอันดับแรก

การให้การศึกษาแก่ “ผู้มีการศึกษา”
จากอดีตถึงปัจจุบัน ผู้กำหนดนโยบายและนักวิจัยยึดถือข้อมูลหรือการสำรวจที่สะท้อนความคิดเห็นของผู้คนส่วนใหญ่ เพื่อสนับสนุนข้อสรุปในระหว่างกระบวนการตัดสินใจ (ตัวอย่างเช่น ยกร่างนโยบาย เป็นต้น)

ถึงแม้ว่าทุกการสำรวจพยายามนำเสนอตัวแทนกลุ่มผู้บริโภคที่ดี แต่สิ่งสำคัญยิ่งคือความเข้าใจที่ดีว่า ไม่มีกลุ่มสาธารณะชนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่สำคัญที่สุด แต่กลุ่มสาธารณะชนหลายๆ กลุ่มก็ให้ความสำคัญและมีทัศนคติต่ออาหารที่พวกเขาบริโภคที่แตกต่างกันออกไป ยิ่งมีความเข้าใจของการแบ่งย่อยกลุ่มสาธารณะชนที่แตกต่างกันดียิ่งขึ้นเท่าใด ก็สามารถเข้าใจความแตกต่างของทัศนคติที่แตกต่างกันดียิ่งขึ้นเท่านั้น ไม่มีที่ใดเข้าใจเทคโนโลยีชีวภาพได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แต่โดยทั่วไปทัศนคติส่วนใหญ่ที่มีต่ออาหารเทคโนโลยีชีวภาพบ่อยครั้งสะท้อนถึงทัศนคติและแนวคิดของสังคมส่วนมาก มากกว่าที่จะเป็นความแตกต่างในด้านการประเมินความปลอดภัยเชิงวิทยาศาสตร์ 3

จากจุดนี้ เราจะเดินไปทางใด?
เทคโนโลยีชีวภาพได้ผ่านการปรับปรุงพัฒนามาเป็นระยะเวลายาวนาน กว่าจะจำหน่ายออกมาเป็นอาหารให้กับผู้คนทั่วโลก ปัจจุบันเราอยู่ในยุคการได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สามารถเพิ่มระดับคุณค่าทางโภชนาการให้ดีกว่าในอาหารชนิดต่างๆได้ ซึ่งมีบางสิ่งบางอย่างที่ประชาชนแถบเอเชียเท่านั้นที่ต้องการ ตามประวัติศาสตร์แห่งความท้าทายด้านโภชนาการ

การสำรวจโดย AFIC ในประเทศแถบเอเชียแสดงให้เห็นถึงระดับความเข้าใจว่าเทคโนโลยีชีวภาพคืออะไรที่น้อยมาก ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นให้กับสาธารณะชนว่าเทคโนโลยีชีวภาพคืออะไร เพื่อให้สาธารณะชนมีทางเลือกเกี่ยวกับอาหารที่พวกเขาเลือกรับประทานที่เพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ ควรจัดทำโปรแกรมเพื่อการศึกษาด้านเทคโนโลยีชีวภาพให้มีการสื่อสารโดยอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย

เนื่องจากการเลือกทานอาหารเป็นเรื่องที่ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนชาวเอเชีย จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเชื่อมโยงว่าเทคโนโลยีชีวภาพส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาแต่ละคนอย่างไร ประชาชนชาวเอเชียได้ระบุว่า พวกเขาคาดหวังที่จะได้รับข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาและจากในภูมิภาคที่พวกเขาอาศัยอยู่ ตัวอย่างเช่น จากการวิจัยผู้บริโภคของ AFIC พบว่า ข้อมูลที่ได้มาจากส่วนอื่นๆ ของโลก เช่น จากสหรัฐอเมริกาและยุโรปนั้น ไม่เป็นที่ต้องการหรือเกี่ยวข้องกับพวกเขาโดยตรงเมื่อเทียบกับการวิจัยเชิงสังคมและวิทยาศาสตร์ที่ทำขึ้นในเอเชีย ความท้าทายด้านงานวิจัยและผู้ออกกฎระเบียบข้อบังคับ เช่น การเข้าถึงและให้การศึกษาด้านเทคโนโลยีชีวภาพแก่สาธารณะชนในแต่ละประเทศยังคงรออยู่เบื้องหน้า เพราะเทคโนโลยีชีวภาพมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาด้านอาหารและสุขภาพที่สำคัญบางประการ และการสื่อสารที่ชัดเจนไม่กำกวมก็สามารถปูทางได้เป็นอย่างดี
 

เอกสารอ้างอิง:

  1. AFIC – Consumer perceptions of food biotechnology in Asia - Public report on the Asian Food Information Centre 2002 consumer survey.
  2. AFIC - Communicating with consumers on food biotechnology – Report of the Asian Food Information Centre 2003 qualitative research results.
  3. Biotechnology Australia, 2005: What you really need to know about what the public really thinks about GM foods.
  4. Blaine, K., Kamaldeen, S., & Powell, D. (2002). Public Perceptions of Biotechnology, Journal of Food Science - Vol. 67, Nr. 9, 2002, p 3200 – 3208.
  5. International Food Information Council (IFIC), 2005 – US consumer attitudes towards food biotechnology
  6. Gaskell, G., Allum, N., Bauer, M. W., Jackson, J., Howard, S., & Lindsey, N. (2003). Ambivalent GM nation? Public attitudes to biotechnology in the UK, 1991-2002. Life Sciences in European Society Report: London School of Economics and Political Science

AFIC ได้ผลิตสื่อวีดีโอแอนนิเมชั่นสั้นๆ “เทคโนโลยีชีวภาพ : คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น” ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างความเข้าใจขั้นเพื้นฐานในเรื่องที่มีความซับซ้อน ให้แก่ผู้ที่ไม่เคยมีความรู้ในด้านนี้มาก่อน ซึ่งท่านสามารถเข้าชมได้ที่ www.afic.org

รูปที่ 1 – การตระหนักของผู้บริโภคที่มีต่อเทคโนโลยีชีวภาพในประเทศต่างๆ
(แหล่งข้อมูลที่ได้ระบุไว้ในเอกสารอ้างอิง)

รูปที่ 2 – ประโยชน์ที่ได้จากเทคโนโลยีชีวภาพปรากฏชัดเจนหรือไม่?
(ข้อมูลของอียูที่ได้จากยูโรบาโรมิเตอร์ (Eurobarometer) 58.0: ชาวยุโรปและเทคโนโลยีชีวภาพ
ปี 2002, ได้ระบุแหล่งข้อมูลอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ไว้ในเอกสารอ้างอิง)

 

 
 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.