|
16
สิงหาคม
2549
ถึงแม้ผู้คนเพิ่งเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญแก่เทคโนโลยีชีวภาพ
แต่ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเทคโนโลยีชีวภาพก็อยู่รอบๆ ตัวเรามานาน
นับทศวรรษแล้ว
เทคโนโลยีชีวภาพเป็นแกนหลักพื้นฐานที่สำคัญด้านวิทยาศาสตร์
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ทางการแพทย์ การเกษตร
และอาหาร
เทคโนโลยีชีวภาพมีศักยภาพส่งเสริมคุณภาพชีวิตสมัยใหม่ในทุกแง่มุม
แต่ทั้งนี้ นอกเหนือจากความ ท้าทายในการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้แล้ว
ความท้าทายในการทำให้ประชาชนสามารถตัดสินใจ
การนำมาใช้และความนิยมในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากการใช้เทคโนโลยี
ยังคอรออยู่ภายหน้าอีกมากโขทีเดียว
การสื่อสารทางด้านวิทยาศาสตร์ – ยากกว่าที่คุณคิด
ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ประการแรก
การสื่อสารเรื่องที่มีความซับซ้อนผนวกกับความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่ท้าทายอยู่ตลอดเวลา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ฟังจำนวนมากที่มีพื้นฐานความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์อยู่เพียงเล็กน้อย
ประการที่สอง กลุ่มนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย ถูกสอนให้พูดในเชิง “วิทยาศาสตร์”
เมื่อต้องมีการอธิบายสาขาวิชาที่ตนมีความเชี่ยวชาญกับวารสารทางวิชาการ
ดังนั้น
จึงมุ่งเน้นแต่รายละเอียดเกี่ยวกับสาขาเฉพาะด้านมากกว่าที่จะร้อยเรียงด้วยถ้อยคำง่ายๆ
ว่างานของพวกเขามีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างไร
ความสามารถในการ “สื่อสาร” เรื่องราววิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน
ด้วยภาษาและบริบทที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นสิ่งที่ท้าทายอยู่แล้วในตัวมันเอง
แท้ที่จริงแล้วทุกวันนี้เป็นยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและอนาคตของผู้คน
ดังนั้น สาขาวิชาการสื่อสารเชิงวิทยาศาสตร์ของสาธารณะชน
จัดเป็นสาขาที่สำคัญในแวดวงการศึกษาปัจจุบัน
เพราะเป็นสาขาที่เข้าใจได้ยากนอกเหนือจากต้องการความเข้าใจทางด้านเทคนิคในระดับที่พอเพียงแล้ว
ยังต้องสามารถสื่อสารความเข้าใจอันดีนี้ให้กับกลุ่มผู้ฟังกลุ่มต่างๆ
ด้วยบริบทที่แตกต่างกันได้ดีอีกด้วยเช่นกัน
คุณกำลังกล่าวถึงอะไร?
The UK Royal Society ให้ความเห็นเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า “ความสนใจของสาธารณะชนจะเกิดผลต่อเมื่อมีการสื่อสารผลที่ได้จากการวิจัยให้ประชาชนเข้าใจและให้พวกเขามีส่วนร่วมออกความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวถึงกันอยู่
เพื่อให้ผู้คนเกิดความเข้าใจถึงผลกระทบที่มีต่อชีวิตของพวกเขา
ในบางกรณี
เพื่อช่วยให้แต่ละคนสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการวิจัยมาใช้ในการตัดสินใจและเป็นแสงสว่างนำทางความเป็นอยู่และความปลอดภัยของพวกเขา”
เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน
เป็นอะไรที่มากไปกว่ากระบวนการพูดและการรับฟังง่ายๆ
เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เจรจาล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ
และแต่ละปัจจัยก็มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจและประมวลผล
การวิจัยโดย AFIC แสดงให้เห็นว่า
ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศและบ่อยครั้งแม้แต่ภายในประเทศเดียวกัน
(ตัวอย่างเช่น ในชนบทหรือในเมือง) นอกจากนี้
ก็ยังมีความแตกต่างของการสื่อสารในสังคมที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น
การวิจัยที่ได้จากกลุ่มศึกษาวิจัย AFIC แสดงให้เห็นว่า ในขณะที่
World Wide Web เป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญ
แต่บุรุษและสตรีที่ร่วมในการศึกษากลับเห็นตรงข้ามว่า
ช่องทางการสื่อสารดังกล่าวเหมาะสมกับเฉพาะคนรุ่นใหม่เท่านั้น
ในขณะเดียวกัน การศึกษาโดย AFIC
ชี้ให้เห็นว่าภาษาและน้ำเสียงในการสื่อสาร
เป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางและผลลัพธ์ของข้อมูลข่าวสาร
และปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ก็แตกต่างกันออกไปตามสาธารณชนแต่ละกลุ่ม
ชาวเอเชียเข้าใจเรื่องราวดีเพียงใด?
การวิจัยโดย AFIC
ด้านความเข้าใจของผู้บริโภคที่มีต่อเทคโนโลยีชีวภาพ 1,2 (http://www.afic.org/AFIC2002%20Consumer%20Perception%20of%20Biotechnology%20Survey.htm)
ชี้ให้เห็นว่า
ผู้บริโภคชาวเอเชียมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพน้อยมาก
และผู้คนกลุ่มใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงศัพท์และคำเฉพาะที่ใช้ (รูปที่
1) อย่างไรก็ตาม
เมื่อเทียบกับผลการสำรวจในลักษณะคล้ายกันที่ได้จากส่วนอื่นๆ ของโลก
รูปต่างๆ ชี้ให้เห็นว่า
ผู้บริโภคชาวเอเชียโดยรวมไม่ได้ล้าหลังในเรื่องของความตระหนักด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
เมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของโลก
ถึงแม้ว่าผู้บริโภคทั่วโลกปราศจากความเข้าใจที่เด่นชัด
แต่พวกเขามีมุมมองเกี่ยวกับข้อดีของเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นที่ผู้บริโภคเป็นหลักในแง่ดีอยู่เสมอว่า
เทคโนโลยีชีวภาพสามารถทำให้พวกเขามีสุขภาพที่ดีขึ้นและอาหารปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะมากได้
3,4,5,6 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ผู้บริโภคชาวเอเชียมองโลกในแง่ดีว่าพวกเขาจะได้รับความปลอดภัย
คุณภาพชีวิต และคุณค่าทางอาหารที่พวกเขาบริโภคที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป
ที่น่าสนใจยิ่ง จากการวิจัย1โดย AFIC
ชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่ชาวเอเชียวิตกกังวลมากที่สุดสามอันดับแรกเกี่ยวกับอาหาร
ได้แก่ คุณค่าทางอาหาร ความกลัวที่จะติดโรคติดต่อที่ได้มากจากสัตว์
(zoonotic diseases) และอาหารปนเปื้อน
อีกนัยหนึ่ง
ทัศนคติเชิงบวกเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพจากผู้ให้ความเห็นในการสำรวจของ
AFIC สอดคล้องกับข้อวิตกกังวลด้านอาหาร
ทั้งนี้เพราะประโยชน์ที่พวกเขาคาดหวังสะท้อนออกมาเป็นข้อวิตกกังวลในใจสูงสุดสามอันดับแรก
การให้การศึกษาแก่ “ผู้มีการศึกษา”
จากอดีตถึงปัจจุบัน
ผู้กำหนดนโยบายและนักวิจัยยึดถือข้อมูลหรือการสำรวจที่สะท้อนความคิดเห็นของผู้คนส่วนใหญ่
เพื่อสนับสนุนข้อสรุปในระหว่างกระบวนการตัดสินใจ (ตัวอย่างเช่น
ยกร่างนโยบาย เป็นต้น)
ถึงแม้ว่าทุกการสำรวจพยายามนำเสนอตัวแทนกลุ่มผู้บริโภคที่ดี
แต่สิ่งสำคัญยิ่งคือความเข้าใจที่ดีว่า
ไม่มีกลุ่มสาธารณะชนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่สำคัญที่สุด
แต่กลุ่มสาธารณะชนหลายๆ
กลุ่มก็ให้ความสำคัญและมีทัศนคติต่ออาหารที่พวกเขาบริโภคที่แตกต่างกันออกไป
ยิ่งมีความเข้าใจของการแบ่งย่อยกลุ่มสาธารณะชนที่แตกต่างกันดียิ่งขึ้นเท่าใด
ก็สามารถเข้าใจความแตกต่างของทัศนคติที่แตกต่างกันดียิ่งขึ้นเท่านั้น
ไม่มีที่ใดเข้าใจเทคโนโลยีชีวภาพได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
แต่โดยทั่วไปทัศนคติส่วนใหญ่ที่มีต่ออาหารเทคโนโลยีชีวภาพบ่อยครั้งสะท้อนถึงทัศนคติและแนวคิดของสังคมส่วนมาก
มากกว่าที่จะเป็นความแตกต่างในด้านการประเมินความปลอดภัยเชิงวิทยาศาสตร์
3
จากจุดนี้ เราจะเดินไปทางใด?
เทคโนโลยีชีวภาพได้ผ่านการปรับปรุงพัฒนามาเป็นระยะเวลายาวนาน
กว่าจะจำหน่ายออกมาเป็นอาหารให้กับผู้คนทั่วโลก
ปัจจุบันเราอยู่ในยุคการได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
ที่สามารถเพิ่มระดับคุณค่าทางโภชนาการให้ดีกว่าในอาหารชนิดต่างๆได้
ซึ่งมีบางสิ่งบางอย่างที่ประชาชนแถบเอเชียเท่านั้นที่ต้องการ
ตามประวัติศาสตร์แห่งความท้าทายด้านโภชนาการ
การสำรวจโดย AFIC
ในประเทศแถบเอเชียแสดงให้เห็นถึงระดับความเข้าใจว่าเทคโนโลยีชีวภาพคืออะไรที่น้อยมาก
ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นให้กับสาธารณะชนว่าเทคโนโลยีชีวภาพคืออะไร
เพื่อให้สาธารณะชนมีทางเลือกเกี่ยวกับอาหารที่พวกเขาเลือกรับประทานที่เพิ่มขึ้น
ด้วยเหตุนี้
ควรจัดทำโปรแกรมเพื่อการศึกษาด้านเทคโนโลยีชีวภาพให้มีการสื่อสารโดยอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย
เนื่องจากการเลือกทานอาหารเป็นเรื่องที่ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนชาวเอเชีย
จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเชื่อมโยงว่าเทคโนโลยีชีวภาพส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาแต่ละคนอย่างไร
ประชาชนชาวเอเชียได้ระบุว่า
พวกเขาคาดหวังที่จะได้รับข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาและจากในภูมิภาคที่พวกเขาอาศัยอยู่
ตัวอย่างเช่น จากการวิจัยผู้บริโภคของ AFIC พบว่า
ข้อมูลที่ได้มาจากส่วนอื่นๆ ของโลก เช่น
จากสหรัฐอเมริกาและยุโรปนั้น
ไม่เป็นที่ต้องการหรือเกี่ยวข้องกับพวกเขาโดยตรงเมื่อเทียบกับการวิจัยเชิงสังคมและวิทยาศาสตร์ที่ทำขึ้นในเอเชีย
ความท้าทายด้านงานวิจัยและผู้ออกกฎระเบียบข้อบังคับ เช่น
การเข้าถึงและให้การศึกษาด้านเทคโนโลยีชีวภาพแก่สาธารณะชนในแต่ละประเทศยังคงรออยู่เบื้องหน้า
เพราะเทคโนโลยีชีวภาพมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาด้านอาหารและสุขภาพที่สำคัญบางประการ
และการสื่อสารที่ชัดเจนไม่กำกวมก็สามารถปูทางได้เป็นอย่างดี
เอกสารอ้างอิง:
-
AFIC – Consumer
perceptions of food biotechnology in Asia - Public report on
the Asian Food Information Centre 2002 consumer survey.
-
AFIC - Communicating
with consumers on food biotechnology – Report of the Asian
Food Information Centre 2003 qualitative research results.
-
Biotechnology
Australia, 2005: What you really need to know about what the
public really thinks about GM foods.
-
Blaine, K., Kamaldeen,
S., & Powell, D. (2002). Public Perceptions of
Biotechnology, Journal of Food Science - Vol. 67, Nr. 9,
2002, p 3200 – 3208.
-
International Food
Information Council (IFIC), 2005 – US consumer attitudes
towards food biotechnology
-
Gaskell, G., Allum,
N., Bauer, M. W., Jackson, J., Howard, S., & Lindsey, N.
(2003). Ambivalent GM nation? Public attitudes to
biotechnology in the UK, 1991-2002. Life Sciences in
European Society Report: London School of Economics and
Political Science
AFIC ได้ผลิตสื่อวีดีโอแอนนิเมชั่นสั้นๆ “เทคโนโลยีชีวภาพ :
คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น”
ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างความเข้าใจขั้นเพื้นฐานในเรื่องที่มีความซับซ้อน
ให้แก่ผู้ที่ไม่เคยมีความรู้ในด้านนี้มาก่อน
ซึ่งท่านสามารถเข้าชมได้ที่
www.afic.org

รูปที่ 1
– การตระหนักของผู้บริโภคที่มีต่อเทคโนโลยีชีวภาพในประเทศต่างๆ
(แหล่งข้อมูลที่ได้ระบุไว้ในเอกสารอ้างอิง)

รูปที่ 2 – ประโยชน์ที่ได้จากเทคโนโลยีชีวภาพปรากฏชัดเจนหรือไม่?
(ข้อมูลของอียูที่ได้จากยูโรบาโรมิเตอร์ (Eurobarometer) 58.0:
ชาวยุโรปและเทคโนโลยีชีวภาพ
ปี 2002, ได้ระบุแหล่งข้อมูลอื่นๆ
นอกเหนือจากนี้ไว้ในเอกสารอ้างอิง)
|