|
16
สิงหาคม
2549
มาตรฐานทั่วไปของฐานข้อมูลเกี่ยวกับสารปรุงแต่งอาหารที่หาอ่านได้ทางอินเตอร์เน็ต
(General Standards for Food Additives Database Available Online)
คณะกรรมการด้านอาหารของโคเด็กซ์ (The Codex
Alimentarius Commission) ได้นำฐานข้อมูล (Database)
ที่สามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสารปรุงแต่งอาหารทุกชนิดที่ได้ผ่านการพิจารณาตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้กับอาหารได้ภายใต้มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับสารปรุงแต่งอาหาร
(General Standards for food Additives)
ขึ้นผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตแล้ว
และทันทีที่ส่วนประกอบอาหารได้ผ่านการพิจารณาทบทวนตรวจสอบโดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องแล้ว
ข้อมูลดังกล่าวนี้จะถูกรวบรวมเพิ่มเติมลงในฐานข้อมูล
ทั้งนี้ไม่มีการจำกัดผู้เข้าชมที่ต้องการ
เข้าสู่ฐานข้อมูลและสามารถทำการค้นหาข้อมูล โดยอาศัยหลักเกณฑ์ต่างๆ
ได้ เช่น คำว่าส่วนประกอบอาหาร ประเภทของอาหารและหน้าที่ เป็นต้น
ดู
http://www.codexalimentarius.net/gsfaonline
##########################
การสำรวจระดับสากลที่สำคัญพบว่าการควบคุมโรคเบาหวานประเภท 2
ได้ผลต่ำกว่าที่ควรเป็น
(Major International Survey Finds Control of Type 2 Diabetes
Less Than Optimal)
การสำรวจการควบคุมโรคเบาหวานที่ได้ผล ‘Optimizing Control in
Diabetes’ (OPTIMIZE) ซึ่งเป็นการศึกษาในระดับนานาชาติจากประชาชน
1,500 ราย ที่เป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ในจำนวน 7 ประเทศ พบว่า
จำนวนผู้ป่วยจำนวนมากไม่บรรลุผลการรักษาที่ได้ผล
ตามคำแนะนำโดยองค์กรนำหลักต่างๆ เช่น จากสหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ
(International Diabetes Federation) เป็นต้น การสำรวจ OPTIMIZE
ถูกออกแบบเพื่อให้ประชาชนที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานมีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับสภาพที่เกิดขึ้น
เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าสาเหตุใดระดับการควบคุมน้ำตาลในกระแสเลือดที่ต่ำกว่าที่ควรเป็นจึงปรากฏเด่นชัดในระดับสากล
ข้อมูลที่ได้จาก OPTIMIZE มีดังต่อไปนี้
- 64% ของผู้ที่ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 นานเกินกว่า 10 ปี
ไม่บรรลุระดับน้ำตาลตามต้องการ
- 55 % ของผู้ได้รับอินซูลิน ไม่บรรลุระดับที่ต้องการ
- 69 % ของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการให้สารทางปาก
ไม่บรรลุผลที่ต้องการ
ศาสตราจารย์มาซี-เบเนเดต์ติ (Massi-Benedetti) รองประธาน IDF
กล่าวว่า “ข้อมูลที่ได้นี้ทำให้เราวิตกกังวลอย่างยิ่ง” การสำรวจ
OPTIMIZE
ทำให้เราเข้าใจลึกซึ้งถึงความสำคัญว่าสาเหตุใดการรักษาผู้ป่วยจึงไม่บรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ
เพื่อลดอุบัติการณ์ที่เพิ่มขึ้นของการเกิดโรคแทรกซ้อนที่สัมพันธ์กับโรคเบาหวาน
ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติกล่าวเมื่อเร็วๆ
นี้ถึงการอภิปรายถึงความสำคัญและคำแนะนำที่ได้รับจากการศึกษานี้
และจะมีการกล่าวถึงข้อสรุปที่ได้ในงานประชุมนานาชาติต่อไปภายในปลายปีนี้
##########################
สถาณการณ์โรควัวบ้าทั่วโลก
(Mad Cow Disease on the Wane Worldwide)
ในเดือนมีนาคมของปีนี้
องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประกาศว่า โรค Bovine
Spongiform Encepalopathy (BSE) หรือ “โรควัวบ้า”
มีอัตราการเกิดโรคลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
โดยในปี 2005 พบสัตว์จำนวนเพียง 474 ตัวเสียชีวิตลงด้วยโรค BSE
ทั่วโลก เมื่อเทียบกับจำนวน 878 ตัวในปี 2004 และ จำนวน 1646
ตัวในปี 2003 และสูงสุดในปี 1992 เมื่อมีสัตว์เป็นหมื่นๆ ตัว ตายลง
จำนวนมนุษย์ที่เสียชีวิตลดลงเหลือเพียง 5 รายในปี 2005
โดยทุกรายเป็นชาวสหราชอาณาจักร
ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสัตว์ของ FAO และโฆษกให้ความคิดเห็นว่า “เป็นที่ปรากฏเด่นชัดว่า
BSE ได้ลดลงแล้ว และมาตรการการหยุดแพร่กระจายของโรคมีประสิทธิภาพ
แต่ความสำเร็จในภายภาคหน้าขึ้นอยู่กับการคงไว้ซึ่งมาตรการที่นำมาใช้ทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป”
FAO
ได้ยืนยันถึงความสำคัญของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ตรวจวิเคราะห์และควบคุมโรค
เพื่อให้แน่ใจว่าได้กำจัดโรคลงได้อย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
และป้องกันการเกิดโรคภายในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากโรคดังกล่าว
ทั้งนี้FAO
กล่าวเพิ่มเติมถึงความสำคัญของระบบการระบุตรวจสอบสัตว์นับตั้งแต่เกิดไปจนถึงก่อนนำไปประกอบอาหาร
หาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.fao.org/newsroom/en/news/2006/1000258/index.html
|