|
30
พฤศจิกายน 2549
มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กโดยองค์การอนามัยโกล (WHO)
มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กโดยองค์การอนามัยโลก
(WHO) ยืนยันว่า
เด็กที่เกิดมาไม่ว่าในภูมิภาคใดของโลกและมีช่วงเริ่มต้นของชีวิตที่เหมาะสม
จะมีศักยภาพพัฒนาการของร่างกายช่วงความสูงและน้ำหนักที่ไม่แตกต่างกัน
ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างกันในหมู่เด็ก องค์การอนามัยโลกยืนยันว่า
ประชากรโลกโดยทั่วไปแล้ว ทั้งในระดับภูมิภาคและสากล
การเติบโตเฉลี่ยของเด็กจะเหมือนกันกันอย่างเห็นได้ชัด
มาตรฐานใหม่ช่วยให้พ่อแม่ แพทย์ ผู้กำหนดนโยบาย และเด็ก
คำนึงถึงเกณฑ์เพื่อระบุว่าเมื่อใดที่เด็กประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารและต้องการการดูแลรักษาสุขภาพ
ภาวะขาดแคลนทางโภชนาการ ภาวะมีน้ำหนักตัวมากเกิน และโรคอ้วน
รวมทั้งสภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
สามารถตรวจหาและระบุอาการได้ในระยะเริ่มต้น
โปรดอ่านข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กโดย
WHO
#########################################
การออกกำลังกายลดความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานในผู้ที่มีเส้นรอบเอวใหญ่
นักวิจัยชาวฟินแลนด์กล่าวว่า
การออกกำลังกายช่วยให้ผู้ที่มีเส้นรอบเอวใหญ่
มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ลดลง
โรคเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นโรคที่พบบ่อย
มีสาเหตุมาจากการขาดความสามารถในการสร้างหรือนำอินซูลินมาใช้งานได้อย่างเหมาะสม
มีความเกี่ยวข้องกับการมีน้ำหนักตัวมากเกินหรือโรคอ้วน
แต่นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสาธารณสุขสากลในกรุงเฮลซิงกิ
(National Public Health Institute)
พบว่า ผู้มีเส้นรอบเอวใหญ่ที่หมั่นออกกำลังกาย
มีแนวโน้มการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2
ต่ำกว่าผู้ที่ออกกำลังกายน้อยกว่า
“ผู้ที่เป็นโรคอ้วนมีแนวโน้มสูงที่วินิจฉัยได้ว่าเป็นผู้ที่ไม่อยู่ในภาวะทนกลูโคส
(glucose intolerance)
และเบาหวานประเภทที่ 2 หากพวกเขาออกกำลังกาย
ก็จะมีความเสี่ยงที่ต่ำลง แคทจา โบโรดูลิน (Katja Borodulin)
หัวหน้าคณะวิจัย กล่าว
“เธอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
คุณค่าที่ได้จากการศึกษาใหม่ของพวกเรา ได้แก่
การที่เราใช้อัตราส่วนเส้นรอบเอวต่อสะโพก (waist-to-hip
ratio) ซึ่งเป็นการวัดโรคอ้วนบริเวณช่องท้อง
และไม่ใช้ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
ดังที่นำมาใช้ในการศึกษาครั้งก่อน” โบโรดูลินและคณะวิจัยของเธอ
ทำการศึกษาผลกระทบของการออกกำลังกายในคนปกติที่อยู่ในภาวะมีน้ำหนักตัวมากเกินจำนวน
1,812 ราย ในการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารไดอะเบติคเมดดิซีน (Diabetic
Medicine) พบว่า
ผู้ที่ไม่ออกกำลังกายที่มีเส้นรอบเอวใหญ่
มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานมากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายที่มีเส้นรอบเอวต่ำถึง
5.5 เท่า พวกเขาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การออกกำลังกายเป็นเวลา 30
นาที ห้าครั้งต่อสัปดาห์ สามารถช่วยให้ผู้ที่เส้นรอบเอวใหญ่
มีแนวโน้มเจ็บไข้ได้ป่วยน้อยลงประมาน 4.2 เท่า
การมีเส้นรอบเอวที่ใหญ่ ทำให้ความดันเลือดสูง
มีระดับอินซูลินที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวที่มากเกิน และระดับคอเลสเตอรอลที่ผิดปกติ
ซึ่งเป็นอาการของกลุ่มอาการโรคทางเมตาบอลิซึม (metabolic
syndrome)
หากบางคนมีอาการทั้งสามอาการหรือมากกว่าถือว่าเป็นกลุ่มอาการหรือซินโดรม
และมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
ตลอดจนโรคเบาหวานตามมา
|