|
28 กันยายน 2550
ในปี 2549
AFIC
ได้วิจัยโดยจัดทำแบบสอบถามชาวออสเตรเลีย จีน และมาเลเซีย
สำรวจการตอบสนองข้อมูลความเสี่ยงต่อสุขภาพ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างสัมพัทธ์การตอบสนองข้อมูล
และเพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้นว่า
การปฏิบัติการเชิงการสื่อสารความเสี่ยงที่ดีกว่าในโลกอุตสาหกรรมตะวันตก
จะส่งผลและประสบผลสำเร็จในประเทศในทวีปเอเชียหรือไม่
ผลวิจัยเชิงสำรวจเป็นที่น่าสนใจและสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างที่เป็นประโยชน์ในเชิงข้อมูลความเสี่ยง...
ภูมิหลังหรือที่มาของโครงการวิจัย
จัดทำแบบสอบถามผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
ประกอบด้วยผู้ตอบแบบสอบถามเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีภาควิชาธุรกิจและภาควิชามนุษยศาสตร์จำนวน
150 ราย ในแต่ละประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 3 ประเทศ
โดยแบบสอบถามมีลักษณะเป็นคำถามปิดจำนวน 39 คำถาม และคำถามเปิดจำนวน
2 คำถาม ในแต่ละประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 3 ประเทศ ภาษาที่ใช้
ในการสำรวจการตอบสนองข้อมูลความเสี่ยง ได้แก่ ภาษาอังกฤษและจีน
ผลการศึกษาพบว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของคำถามเหล่านี้
มีแบบแผนการตอบสนองที่คล้ายคลึงกันหมดทั้งสามกลุ่ม
แต่ในขณะเดียวกัน พบว่าเกินครึ่งหนึ่งจากคำถามเหล่านี้
มีการตอบสนองที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทั้งสามกลุ่ม อีกทั้ง
การสำรวจได้ระบุคำถามเพื่อศึกษาว่าคุณค่าทางสังคมของผู้ตอบแบบสอบถาม
จะสามารถใช้ เป็นตัวแทนวัฒนธรรมของชนชาติได้หรือไม่
ด้วยการใช้แบบทดสอบที่พัฒนาขึ้นโดย
Geert Hofstede
ข้อมูลที่ได้เป็นสิ่งยืนยันอย่างยิ่งว่า
คุณค่าทางสังคมในแต่ละประเทศ
มีแบบแผนที่มีลักษณะไปในทิศทางที่คาดคิดไว้
ต่อไปนี้เป็นผลการศึกษาบางประการที่น่าสนใจ....
ความเชื่อมั่นในแหล่งที่มาของข้อมูล -อีกหนึ่งผลการศึกษาที่น่าสนใจ
การสำรวจได้ศึกษาความเชื่อมั่นในแหล่งที่มาของข้อมูลความเสี่ยงด้านสุขภาพและพบมีทัศนคติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
โดยผู้ตอบแบบสอบถามชาวออสเตรเลีย มีความเชื่อมั่นในระดับต่ำสุด
ต่อระบบสื่อสารมวลชนและกลุ่มรณรงค์ให้ข้อมูล
ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามชาวจีนและมาเลเซียให้ความสำคัญกับสื่อเหล่านี้มากกว่า
ซึ่งค่อนข้างเป็นที่น่าแปลกใจ ทั้งนี้ จากการศึกษาอื่นๆ พบว่า
ผู้บริโภคเชื่อว่าข้อมูลความเสี่ยงด้านสุขภาพกับเรื่องอาหารปลอดภัยส่วนใหญ่
ล้วนสร้างความสับสนแก่ผู้บริโภค ไม่มีความน่าเชื่อถือ
และมีข้อมูลขัดแย้งซึ่งกันและกันในแต่ละแหล่งข้อมูลที่ให้
ตัวอย่างของทัศนคตินี้ ได้แสดงไว้ในแผนภาพที่ 1
ซึ่งแสดงการเปรียบเทียบความแตกต่างสัมพัทธ์ในกลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจชาวออสเตรเลีย
จีน และมาเลเซีย
เกี่ยวกับการตอบสนองต่อความน่าเชื่อถือได้ของสื่อสิ่งพิมพ์
แผนภาพที่ 1
ชาวออสเตรเลียแสดงความเชื่อมั่นต่อข้อมูลความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ได้จากหนังสือพิมพ์และนิตยสารในระดับต่ำสุด
เมื่อเทียบกับผู้ตอบแบบสอบถามชาวจีนและมาเลเซีย
ข้อมูลที่ได้จากหนังสือพิมพ์และนิตยสาร
มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด?
.
Kruskal-Wallis H value = 63.57, p = 0.001; Z values, Aus =
-6.22, Chi = -0.50, Mal = 6.72
คะแนน
1 = ไม่น่าเชื่อถือ, 2
= น่าเชื่อถือเล็กน้อย, 3 =
น่าเชื่อถือปานกลาง, 4 =
น่าเชื่อถือมาก, 5 = ไม่ทราบ
รหัสประเทศ
1 = ออสเตรเลีย, 2
= จีน, 3 = มาเลเซีย
แต่ละสัญลักษณ์แสดงค่าการสังเกตมากสุดเท่ากับ
5
ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
(risk tolerance)
ที่ต่ำ อาจบิดเบือนความเข้าใจอันดีต่อประโยชน์ที่พึงได้รับ
ผู้ตอบแบบสอบถามชาวจีนจำนวนมาก
แสดงความวิตกกังวลและมีทัศนคติเชิงลบอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น
ผู้ตอบแบบสำรวจชาวออสเตรเลียมีทัศนคติเชิงบวกสูงสุด และ
พร้อมทำความเข้าใจถึงประโยชน์ที่อาจได้รับมากกว่า
รวมทั้งความเสี่ยง (threats)
ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะความเสี่ยงและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเชิงสมมุติฐาน
(hypothetical
risk-benefit scenarios)
การตอบสนองโดยชาวมาเลเซียมีลักษณะคละกัน
โดยมีผู้แสดงความวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน
มีผู้มีความเชื่อมั่นสูงในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ต่อสุขภาพ
แผนภาพที่ 2 แสดงถึงแนวโน้มดังกล่าว
ที่ชี้ให้เห็นถึงการตอบสนองต่อคำถามที่ว่า
ชุมชนท้องถิ่นของตนจะเป็นสถานที่ที่มีสุขอนามัยดีขึ้นหรือไม่
แผนภาพที่ 2
:
ชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าชุมชนท้องถิ่นของตนจะเป็นสถานที่มีสุขอนามัยที่ดีขึ้น
ชาวมาเลเซียไม่เห็นด้วยมากที่สุด
และชาวออสเตรเลียเห็นด้วยมากที่สุด
ชุมชนของคุณ
จะเป็นชุมชนที่ที่มีสุขอนามัยดีกว่าเดิมหรือไม่

Kruskal-Wallis H value = 10.8, p = 0.005; Z values, Aus = -2.47,
Chi = -0.34, Mal = 2.76
คะแนน
1 = เห็นด้วยอย่างยิ่ง, 2 =
เห็นด้วย, 3 = ไม่เห็นด้วย, 4 =
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง, 5 = ไม่ออกความเห็น
รหัสประเทศ
1 = ออสเตรเลีย, 2
= จีน, 3 = มาเลเซีย
แต่ละสัญลักษณ์แสดงค่าการสังเกตมากสุดเท่ากับ
5
การรับรู้ความเสี่ยง (threats)
ที่เกิดขึ้นจากมนุษย์และธรรมชาติ
การวิจัยสื่อสารความเสี่ยงและการรับรู้ความเสี่ยง
สนับสนุนแนวโน้มความเชื่อของสาธารณชนที่ว่า ความเสี่ยงใดๆ
ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ดูเหมือนจะปรากฏความเสี่ยงที่น้อยกว่าความเสี่ยงใดๆ
ที่เกิดขึ้นโดยมนุษย์
แน่นอนว่ายังไม่พบมีหลักฐานยืนยันความเข้าใจนี้หรือปรากฏหลักฐานอยู่น้อยมาก
ในหลายๆ กรณี
สังคมสามารถประเมินและจัดการบริหารความเสี่ยงที่สัมพันธ์กับนวัตกรรมจากมนุษย์ได้มากกว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้นโดยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ
แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ศึกษาการสื่อสารความเสี่ยง
ยึดถือแนวความคิดหรือความเข้าใจที่ปรากฏอย่างจริงจัง
และมีแนวโน้มว่าความเข้าใจและการตอบสนองต่อแนวความคิดนี้
อาจถือเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่เฉพาะในประชากรชาวเอเชียเท่านั้น
ทั้งนี้ เนื่องจากการสำรวจพบว่า
ชาวจีนและมาเลเซียมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งประดิษฐ์โดยมนุษย์เทียบกับที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติสูงกว่าชาวออสเตรเลีย
ตัวอย่างข้อวิตกกังวลประเภทนี้ แสดงไว้ในแผนภาพที่ 3
แผนภาพที่ 3:
ผู้ตอบแบบสอบถามชาวจีนและมาเลเซียมีแนวโน้มเข้าใจว่าสารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีอันตรายน้อยกว่าสารเคมีที่ผลิตขึ้นโดยมนุษย์
สูงกว่าชาวออสเตรเลีย
สารเคมีตามธรรมชาติไม่มีอันตรายเทียบเท่ากับสารเคมีที่ผลิตโดยมนุษย์

Kruskal-Wallis H value = 16.65, p = 0.00;, Z values, Aus = 2.58,
Chi = -0.70, Mal = -3.46
คะแนน
1 = เห็นด้วยอย่างยิ่ง, 2 =
เห็นด้วย, 3 = ไม่เห็นด้วย, 4 =
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง, 5 = ไม่ออกความเห็น
รหัสประเทศ
1 = ออสเตรเลีย, 2
= จีน, 3 = มาเลเซีย
แต่ละสัญลักษณ์แสดงค่าการสังเกตมากสุดเท่ากับ
6
การรับรู้ความเสี่ยงที่ไม่สมดุล
ทั้งๆ ที่ทวีปเอเชียมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
ส่วนหนึ่งมาจากการนำเอาเทคโนโลยีและความทันสมัยมาใช้
จึงมีแนวโน้มว่าผู้ตอบแบบสอบถามชาวจีนและมาเลเซีย
อาจแสดงออกถึงทัศนคติที่ดีในระดับเดียวกัน
หากไม่มากไปกว่าทัศนคติเชิงบวกที่พวกเขามีต่อนวัตกรรมต่างๆ เช่น
โทรศัพท์มือถือ สารปรุงแต่งอาหาร (ที่มีอยู่บนชั้นวางจำหน่ายนานๆ
หรือ สินค้าลดราคา) การใช้สารกำจัดแมลงศัตรูพืช และ อื่นๆ เป็นต้น
แต่จากผลการสำรวจนี้ ไม่ได้เป็นเช่นกรณีดังกล่าว
โดยผู้ตอบแบบถามสำรวจชาวจีน
แสดงระดับความวิตกกังวลสูงสุดเกี่ยวกับลักษณะพื้นฐานตามวิถีชีวิตสมัยใหม่
แผนภาพที่ 4 แสดงการตอบสนองต่อสารปรุงแต่งอาหารที่แตกต่างกัน
ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง
แผนภาพที่ 4
ชาวมาเลเซียและจีนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสารปรุงแต่งอาหารสูงกว่าชาวออสเตรเลีย
สารปรุงแต่งอาหารต่างๆ มีความเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์มากน้อยเพียงใด?

Kruskal-Wallis H value = 9.53, p = 0.009; Z values, Aus = -1.30,
Chi = 2.56, Mal = -0.06
คะแนน
1 =
ไม่มีความเสี่ยง,
2 =
มีความเสี่ยงต่ำ,
3 =
มีความเสี่ยงปานกลาง,
4 =
มีความเสี่ยงสูง,
5 =
ไม่ทราบ
รหัสประเทศ
1=
ออสเตรเลีย,
2 =
จีน,
3 =
มาเลเซีย
แต่ละสัญลักษณ์แสดงค่าการสังเกตมากสุดเท่ากับ
5
ขั้นตอนสู่การสร้างการสื่อสารความเสี่ยงที่ดีกว่า
การสื่อสารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ
ควรสะท้อนและบ่งบอกถึงคุณค่าและข้อวิตกกังวลของกลุ่มเป้าหมาย
การศึกษาชี้ให้เห็นภาพรวมและความเข้าใจที่ดีขึ้นต่อทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อข้อมูลความเสี่ยง
ความเข้าใจเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่าง
และความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติ
หากต้องการให้การสื่อสารความเสี่ยงในภูมิภาคมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การสำรวจแสดงถึงระดับความวิตกกังวลที่สูงขึ้นในประชากรสองประเทศในแถบภูมิภาค
เมื่อเทียบกับชาวออสเตรเลีย ซึ่งมีนวัตกรรมที่ทันสมัยกว่า
ความเข้าใจนี้ ตลอดจนความเชื่อที่ว่า
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่โดยตัวมันเองแล้วนั้น
เป็นอันตรายยิ่งกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นโดยมนุษย์
โดยพื้นฐานดูเหมือนจะสะท้อนถึงความขัดแย้งกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลที่มีความแม่นยำ ถูกต้อง ถึงกลุ่มเป้าหมาย
และมีความสมดุล สามารถช่วยให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม
การให้ข้อมูลนับเป็นขั้นตอนสำคัญเทียบไม่น้อยไปกว่าเนื้อหาสาระ
และการมีวิธีการสื่อสารความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการที่ดี
ก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้เช่นกัน
การสนับสนุนให้สื่อมวลชนและองค์กรรณรงค์ให้ข้อมูล
มีความรับผิดชอบต่อการนำเสนอข้อมูลและการสื่อสาร
ก็ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญสูงสุด
เนื่องจากทั้งสององค์กรเป็นแหล่งข้อมูลที่มีสำคัญต่อผู้บริโภคอย่างชัดเจน
ตามข้อมูลที่ได้จากการสำรวจนี้
การช่วยผู้บริโภคสามารถประเมินข้อมูลและเกิดความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างความจริงและคำเร่าลือ;
การพิจารณา และความเห็นของผู้คนส่วนใหญ่;
ข้อมูลที่สมดุลและตรวจสอบได้ ก็เป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ด้วยเช่นกัน
จากเนื้อหาสำคัญที่ได้จากการสำรวจนี้
AFIC
กำลังริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งข้อมูลการสื่อสารความเสี่ยงในระดับภูมิภาค
ซึ่งจะเป็นแหล่งข้อมูลที่ผู้ให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค เช่น
นักการศึกษา ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขอนามัย
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ความเสี่ยง
และผู้มีหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบในเอเชีย
สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลเหล่านี้ได้
ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ สำนักงาน
AFIC
ทางอีเมลล์
info@afic.org.
เอกสารอ้างอิง
-
Cooper M (1997) Evidence from safety culture that risk
perception is culturally determined. Int J Project and Bus
Risk Mgmt Vol2 185-202
-
Sjoberg C (2000) Factors in Risk Perception. J Risk Analysis
Vol 20 (1) 1-11
-
Hofstede G (2001) Culture’s Consequences, Comparing Values,
Behaviours, Institutions and Organisations across nations,
Sage Publications , USA
-
Hsee C & Weber E (1999) Cross national difference in risk
preference and lay perceptions. J Behav Decision Making Vol
12 165-179
|