<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> การเอาชนะศึกอาหาร AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

การเอาชนะศึกอาหาร

FFA 31 Winning the Food Fight

 

29  พฤศจิกายน 2550

 

การนำพาให้เด็กก้าวสู่การบริโภคเพื่อสุขภาพสามารถช่วยวางรากฐานการมีสุขภาพที่ดีสำหรับชีวิตในอนาคต

ของพวกเขาได้ แต่ในบางครั้งพ่อแม่ผู้ปกครองอาจไม่แน่ใจว่าวิธีใดคือวิธีที่ดีที่สุดที่จะส่งเสริมการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์แก่เด็กและจะทำได้อย่างไรโดยไม่ต้องทะเลาะกับเด็กๆ สิ่งที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคของเด็กๆนั้นมีมากมายและซับซ้อน, แต่ผลจากการวิจัยพบว่าการบังคับ, การควบคุมอย่างเข้มงวด และให้ทำตามอย่างที่ต้องการมักส่งผลตรงกันข้าม-อาหารต้องห้ามมักเป็นที่ต้องการของเด็กๆ! การเพิ่มตัวเลือกของอาหารให้ขึ้นแก่เด็กๆโดยไม่มีข้อบังคับที่เข้มงวดและการเป็นต้นแบบของลักษณะนิสัยการทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดของพ่อแม่ผู้ปกครองในการนำพาเด็กๆให้ก้าวสู่การบริโภคอย่างชาญฉลาดได้สำเร็จ

ทางเลือกที่มากกว่า


เด็กๆในวันนี้มีช่องทางมากมายหลายหลากในการเข้าถึงอาหารและขนมขบเคี้ยวมากกว่าคนรุ่นพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย การบริโภคของเด็ก, คล้ายกันกับของผู้ใหญ่, คือจะไม่ถูกผลักดันจากความหิวหรือความอิ่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาที่ซับซ้อนอีกด้วย, ปัจจัยด้านจิตวิทยาเหล่านี้อาจมีโอกาสอยู่เหนือความรู้และความเข้าใจในเรื่องของการบริโภคที่เป็นประโยชน์กับสุขภาพ จากการวิจัยของ AFIC ที่ทำการวิจัยเด็กในวัยเรียนในกรุงเทพมหานคร, กัวลาลัมเปอร์, มานิลา และฮ่องกงพบว่าเด็กๆค่อนข้างมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องบทบาทของอาหารที่มีสุขภาพเป็นอย่างดี, แต่ความรู้นี้มักไม่ได้ถูกใช้เพื่อเป็นสะพานเชื่อมไปสู่การบริโภคที่ดีต่อสุขภาพเสมอไป

เพื่อให้เกิดบทบาทที่ได้ผลอย่างแท้จริงในการสร้างนิสัยการรับประทานของเด็ก สำหรับผู้ปกครอง, ปู่ย่าตายาย และพี่เลี้ยงเด็ก การทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งในอำนาจชักจูงทางจิตวิทยาเหล่านี้อาจจะเป็นประโยชน์หรือมีเคล็ดลับที่น่าตื่นเต้น!

การติดสินบนและการควบคุม


“ทานผักของหนูให้หมดแล้วถึงดูโทรทัศน์ต่อได้อีกครึ่งชั่วโมง” เป็นสิ่งที่คุ้นเคยไหม? การติดสินบนอาจใช้ได้ในระยะสั้น, แต่อาจจะไม่ทำให้เกิดผลสำเร็จดังที่ต้องการในระยะยาว การศึกษาพบว่าเด็กที่พ่อแม่ผู้ ปกครองใช้วิธีการลงโทษเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม(รวมถึงทางเลือกในการบริโภค), มักจะมองการให้สินบนด้วยอาหารไปในเชิงลบ, การบอกเด็กๆว่าเขาสามารถทานของหวานได้ถ้าทานผักหมด สามารถทำให้ “อาหารที่เป็นรางวัล”(ของหวาน) ดูน่าสนใจมากกว่า “อาหารที่ต้องมีสินบน”(ผัก)

การให้รางวัลเด็กๆด้วยของหวานเพื่อพฤติกรรมที่ดี เป็นการกระตุ้นให้เด็กเกิดความรู้สึกที่ดีด้วยอาหารที่เป็นรางวัล สิ่งนี้สามารถนำไปสู่ลักษณะนิสัย “การให้รางวัลตัวเอง” (self-rewarding) ด้วยอาหารในช่วงเวลาที่เกิดความเครียดหรือการเลี้ยงฉลองเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น

สิ่งจูงใจทั่วๆไปอีกอย่างหนึ่งสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองและผู้เลี้ยงดูแลคือการแบ่งแยกอาหารเป็นอาหาร “ดี”หรือ อาหาร“เลว” จากการศึกษาในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งให้เด็กๆทานของว่างชนิดเดียวกันแต่ต่างสี เด็กกลุ่มหนึ่งได้รับอนุญาตให้ทานของว่างนี้ทั้ง 2 สีในปริมาณตามที่พวกเขาต้องการ, และเด็กอีกกลุ่มหนึ่งถูกห้ามไม่ให้ทานของว่างที่มีสีแดง ในการทดลองขั้นที่สอง, เมื่อเด็กทั้ง 2 กลุ่มได้รับอนุญาตให้ทานของว่างได้ทั้งสองสี, เด็กกลุ่มที่เคยถูกห้ามไม่ให้ทานของว่างสีแดงกลับทานได้มากกว่าครั้งแรกซึ่งเมื่ออยู่ในการทดลองขั้นที่ 1, เด็กๆซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองมีความเข้มงวดกับการรับประทานอาหารว่างเป็นประจำนั้นจะทานอาหารต้องห้ามในปริมาณมากกว่าปกติเมื่อโอกาสอำนวย ผลการวิจัยแนะนำว่าการควบคุมอย่างเข้มงวดของพ่อแม่นั้นยิ่งเป็นการกระตุ้นความต้องการของเด็กในการรับประทานอาหารต้องห้าม

การติดฉลากอาหารว่า “ดี” หรือ “เลว” ก็ให้ผลออกมาคล้ายคลึงกัน ผู้ดูแลเด็กอาจพบว่าการให้การศึกษาแก่เด็ก โดยมุ่งเน้นประโยชน์ของอาหารที่เป็นได้ทั้งอาหารหลักและอาหารว่าง(ธัญพืช, ผักและผลไม้, ผลิตภัณฑ์นม) และการวางทัศนคติที่มีต่ออาหารที่สามารถทานเพื่อความเพลิดเพลินได้เป็นบางครั้งคราว(ลูกอม, พาสทรี, เค้ก, ฯลฯ)ให้เป็นกลาง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม, การไม่ควบคุมการบริโภคของเด็กเลย หรือให้เด็กตัดสินใจด้วยตนเองก็ไม่แนะนำเช่นกัน, เด็กจำนวนมากมักชอบทานลูกอมและอาหารว่างในปริมาณมาก แต่ทานผลไม้, ผัก และธัญพืชในปริมาณน้อย ยกตัวอย่างการศึกษาชิ้นหนึ่ง, ซึ่งพบว่าเมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างเมื่อเด็กถูกจับตามองโดยพ่อแม่กับเมื่อเด็กอยู่เพียงลำพัง เด็กจะเลือกรับประทานอาหารต่างชนิดกัน

ควบคุมอย่างสร้างสรรค์


การสร้างสรรค์เล็กๆน้อยๆและการใช้วิธีชักชวนอาจจะใช้ได้ผลดีกว่าการติดสินบนและการใช้วิธีเข้มงวด เมื่อเด็กๆเป็นผู้ทานที่ต้องถูกกระตุ้นด้วยรูปลักษณ์และการจัดวางของอาหารอยู่บ่อยครั้ง, การทำอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีให้มีหน้าตาน่ารับประทานอาจช่วยได้ เช่น จัดผลไม้เช่นแตงโม หรือ แคนตาลูปให้เป็นรูปสัตว์ด้วยพิมพ์กดคุ้กกี้, หรือใช้ที่ตักแตงโม ความคิดอีกอย่างหนึ่งคือการทำช่วงเวลามื้ออาหารให้สนุกสนานด้วยชุดอาหารหรือเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่เป็นเรื่องราวต่างๆ เด็กเล็กๆมักตอบสนองในทางบวกมากเป็นพิเศษกับอาหารที่อยู่ในภาชนะที่มีตัวการ์ตูนที่เขาโปรดปราน เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่เป็นประโยชน์คือให้แต่ละมื้ออาหารนั้นมีอาหารมากมายหลายสี ผักและผลไม้เช่นมะเขือเทศ, แครอท และฟักทองนั้นนอกจากสีน่าดึงดูดใจแล้วยังอุดมไปด้วยวิตามินและสารแอนตี้ออกซิแดนท์

อย่าเพิ่งถอดใจหากเด็กๆของคุณปฎิเสธตัวอาหารบางชนิด จงพยายาม, และลองอีกในครั้งต่อไป โดยปกติแล้ว อาการปฏิเสธอาหารบางชนิดจะหมดไปหากอาหารนั้นถูกเสนอ(ไม่ใช่บังคับ)เป็นประจำ ในบางครั้งอาจเพียงแค่ทำอาหารหรือมีวิธีการปรุงให้แตกต่างออกไป, เพื่อล่อหลอกและลดการปฏิเสธอาหารของเด็ก ความเอาใจใส่ยังรวมถึงการไม่ทำโทษเด็กหากเขาไม่ชอบผักหรือผลไม้บางชนิด-เอเชียมีผักและผลไม้เมืองร้อนมากมายหลายสายพันธุ์, เด็กๆจึงมีอาหารให้เลือกรับประทานอย่างมากมาย

เนื้อสัมผัสของอาหารมีความสำคัญพอๆกับรสชาด เด็กอาจมีความชอบมากกว่าหากเนื้อสัมผัสของอาหารมาจากกรรมวิธีการนึ่ง, มีสีเขียวอ่อน, ซึ่งลักษณะสัมผัสของเส้นใยจะมีน้อยกว่าในผักดิบ ผัก“อ่อนๆ”ก็อาจดูน่าทานกว่า รูปร่างลักษณะที่เล็กตามธรรมชาตินี้ทั้งหวานและนุ่มกว่า, และเด็กๆอาจรู้สึกว่าผักพวกนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ!

แบบอย่างด้านบวก


การศึกษาหลายชิ้นที่ทำขึ้นเพื่อศึกษาบทบาทการควบคุมและอิทธิพลของพ่อแม่ที่มีต่อนิสัยการรับประทานอาหารของเด็กให้ผลสรุปที่เหมือนกัน-แบบอย่างของพ่อแม่, ผู้เลี้ยงดู, และผู้ที่มีอิทธิพลอื่นๆ อย่างเช่น พี่ๆที่อายุมากกว่าสามารถมีอิทธิพลเป็นอย่างมากในการชักจูงนิสัยการรับประทานของเด็กได้อย่างแท้จริง เด็กๆไม่เพียงเรียนรู้การรับประทานอาหารเหมือนพ่อแม่ผู้ปกครองเท่านั้น, แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนของพ่อแม่ให้เห็นถึงทัศนคติและอุปนิสัยที่เกี่ยวกับอาหารอีกด้วย ในทวีปเอเชียซึ่งปู่ย่าตายายและสมาชิกในครอบครัวใหญ่และพี่เลี้ยงซึ่งเป็นคนในท้องถิ่นที่เป็นผู้ดูแลเด็กมีสิ่งสำคัญที่ต้องทำคือ คำพูดที่ต้องการสื่อและการกระทำที่เป็นต้นแบบจะต้องตรงกันและต่อเนื่อง การนั่งรับประทานอาหารมื้อเย็นร่วมกันในครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีซึ่งสิ่งนี้ยังทำให้รับรางวัลพิเศษตอบแทนเพิ่มเติมนั่นคือความกลมเกลียวและกระชับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว

ชักชวนให้ทุกคนในครอบครัวได้ทานอาหารเช้า, แม้ว่าตารางเวลาของแต่ละคนจะไม่ตรงกันที่จะทานร่วมกัน การทานอาหารเช้าแสดงให้เห็นว่าช่วยส่งเสริมการทำงานและความตั้งใจให้ดีขึ้นในช่วงเช้า โจ๊ก 1 ถ้วยเป็นอาหารเช้าที่ทำได้ง่ายและเร็ว หรือจะลองเป็นอาหารเช้าแบบซีเรียลและผลไม้

การเลี้ยงดูเด็กๆให้มีลักษณะนิสัยการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพอาจดูเหมือนเป็นความท้าทายที่ทำให้ผู้ปกครองกลัวในบางครั้ง แต่ด้วยความอดทน, ความเพียรพยายามและการเป็นต้นแบบในเชิงบวก อาจทำให้การเลือกบริโภคอาหารอย่างชาญฉลาดของเด็กเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติเช่นเดียวกับการหัด เดิน และพูด

เอกสารอ้างอิง

  • Jansen, E., et al. Do not eat the red food! Prohibition of snacks leads to their relatively higher consumption in children. Appetite (2007), doi:10.1016/j.appet.2007.03.229

  • Brown, R. & Ogden, J. Children’s eating attitudes and behaviour: a study of The recognizant and control theories of parental influence. Health Education Research (2004) Vol.19 no.3, pp 261-271t_Articles

 
 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.