|
31
มีนาคม 2551
อัตราการเกิดโรคมะเร็งได้เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2-3
ทศวรรษที่ผ่านมาพร้อมๆการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่แซงหน้าอัตราการเสียชีวิตจากสาเหตุก่อนๆซึ่งขณะนี้เราได้แข่งขันเพื่อตามให้ทันประเทศตะวันตก
ในวันนี้ มะเร็งลำไส้, มะเร็งทรวงอก,
และมะเร็งปอดเป็นเสียยิ่งกว่าโรคธรรมดาสามัญ
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโรคมะเร็งส่วนมากมีสาเหตุจากปัจจัยภายนอก
ซึ่งมีหลายสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้
นั่นหมายความว่าอย่างน้อยในทางทฤษฎี, มะเร็งหลายชนิดป้องกันได้
ดังนั้นเราสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างไร?
ในเดือนธันวาคม 2550,
กองทุนวิจัยมะเร็งโลก
[ WCRF ] และ
สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา [
AICR ]
ได้ประกาศข้อแนะนำล่าสุดที่ปรับปรุงขึ้นจากฉบับปี พ.ศ. 2540
สำหรับการป้องกันมะเร็งด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและการออกกำลังกาย
ดังนั้นมีอะไรที่ถูกปรับเปลี่ยนบ้างจากข้อแนะนำก่อนๆ
และแนวทางเหล่านี้มีความหมายต่อประชาชนอะไรบ้างโดยพื้นฐานวันต่อวัน
เน้นย้ำความสำคัญเรื่องการจัดการน้ำหนักตัวมากขึ้น
น่าสนใจและอาจไม่น่าแปลกใจ,
ข้อแนะนำหลายข้อคล้ายคลึงกันมากกับเกี่ยวกับเรื่องกลุ่มอาหารและมะเร็งฉบับก่อนหน้า
(รายงานกองทุนวิจัยมะเร็งโลกและ
สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา
ปี 2540)
และเห็นด้วยกับสิ่งที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขส่วนมากกำลังให้คำแนะนำอยู่เกี่ยวกับลักษณะการดำเนินชีวิตที่ดีต่อสุขภาพและการป้องกันโรคที่เกิดจากอาหาร
การเปลี่ยนแปลงหลักๆคือแนวทางที่ได้รับการปรับปรุงเน้นย้ำเกี่ยวกับเรื่องการจัดการน้ำหนักตัวมากขึ้น
เปรียบเทียบกับข้อแนะนำในปี 2540,
การเปลี่ยนแปลงสำคัญๆที่พบในแนวทางใหม่ คือ
:
-
เพิ่มความสนใจเรื่องน้ำหนักตัวมากขึ้น
ทางคณะกรรมการพบว่ามีหลักฐานที่มีน้ำหนักชัดเจนมากขึ้นในการเชื่อมโยงกันะรหว่างการมีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของมะเร็งบางชนิด
ที่จริงแล้วคำแนะนำ 3
ข้อแรกของรายงานได้บรรยายถึงการรักษาควบคุมน้ำหนักตัวและการพยายามทำตัวให้กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ
-
เพิ่มความสนใจเรื่องกิจกรรมทางร่างกายมากขึ้น
ในรายงานฉบับก่อนได้หมายเหตุถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างมะเร็งลำไส้ใหญ่และกิจกรรมทางร่างกาย
การศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนี้มีหลักฐานที่ทำให้แน่ใจว่ากิจกรรมทางร่างกายเป็นเกราะป้องกันโรคมะเร็งหลายชนิด
นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำหนักตัว
-
ข้อแนะนำในการเลี้ยงทารกด้วยนมมารดาให้ได้ 6
เดือนได้ถูกรวมอยู่ในแนวทางปี 2250 นี้ด้วย
การให้นมมารดาช่วยควบคุมน้ำหนักทั้งในมารดาและทารก และยังปรากฎว่าลดความเสี่ยงต่อมะเร็งทรวงอก
-
ข้อแนะนำสำหรับผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง
(ทั้งผู้ที่กำลังอยู่ร่วมกับมะเร็ง,
กำลังเข้ารับการรักษาหรือรอดจากการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง)
ได้ถูกนำมารวมกันเป็นครั้งแรก
แนวทางสำหรับกลุ่มนี้คือการปฏิบัติตามข้อแนะนำทั่วไปสำหรับการป้องกันมะเร็ง
-
ข้อแนะนำในการรับสารอาหารจากแหล่งอาหารที่หลากหลาย
ไม่ยึดติดกับอาหารเสริม
การนำหลักการไปปฏิบัติ
ต่อไปนี้คือความหมายที่แท้จริงของข้อแนะนำต่างๆสำหรับคนทั่วไปที่กำลังพยายามปฎิบัติตามการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ
ข้อแนะนำที่ 1
: “พยายามควบคุมให้น้ำหนักตัวอยู่ภายในช่วงปกติเท่าที่จะทำได้”
ความหมาย
:
ทั้งเด็กและวัยรุ่นควรรักษาระดับน้ำหนักตัวที่ดีต่อสุขภาพให้ได้โดยตลอดในช่วงวัยเด็ก
และผู้ใหญ่ควรพยายามหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทีละน้อยแต่บ่อยครั้งของน้ำหนักที่มาเยือนพร้อมกับอายุที่เพิ่มขึ้น
ค่าดัชนีมวลกาย(น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม/ความสูงเป็นเมตรกำลังสอง)
สำหรับน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพนั้นปกติอยู่ที่ 20-25 รายงานของกองทุนวิจัยมะเร็งโลกแนะนำว่าคนทั่วไปควรตั้งเป้าค่าดัชนีมวลกายไว้ที่ระดับต่ำสุดของช่วงน้ำหนักร่างกายปกติ,
นั่นคือดัชนีมวลกายที่ 21-23
ข้อแนะนำที่ 2
:
ให้ความว่องไวทางด้านร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ความหมาย
:
พยายามให้ร่างกายเคลื่อนไหวบ้างอย่างเหมาะสม
(หมายถึงการเดินเร็วหรืออย่างอื่นที่คล้ายกัน) อย่างน้อย 30 ต่อวัน
จุดมุ่งหมายคือการค่อยๆเพิ่มเวลา(ให้มากกว่า 60 นาที)
หรือระดับความหนักของการออกกำลังกายและลดช่วงเวลาที่อยู่หน้าจอลง
(โทรทัศน์, คอมพิวเตอร์, และเครื่องเล่นเกมส์)
ข้อแนะนำที่ 3:
จำกัดการบริโภคอาหารที่ให้พลังงานสูง
ความหมาย
:
อาหารที่ให้พลังงานสูง คือ อาหารที่มีแคลอรี่สูง
ในขณะที่อาหารชนิดอื่นๆจะเป็นสาเหตุของการเพิ่มน้ำหนักตัวก็ต่อเมื่อเรารับประทานอาหารชนิดนั้นๆมากเกินไป,
อาหารชนิดที่ให้พลังงานสูงนี้ให้แคลอรี่แต่มีสารอาหารเพิ่มเติมน้อย
ดังนั้นจึงควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม
อาหารที่ให้พลังงานสูงนั้นรวมถึง เค้ก, ขนมปังกรอบ, ขนมอบ,
เครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์, เครื่องดื่มที่เติมน้ำตาล,
ลูกอมลูกวาด, อาหารทอดและอาหารจานด่วน
ข้อแนะนำที่ 4
:
อาหารจากพืช
ความหมาย
:
ตั้งเป้าการรับประทานผักและผลไม้ให้ได้ 5 ส่วนต่อวัน
สีสันยิ่งมากยิ่งดี
–
ดังนั้นเป้าหมายคือรวมความหลากหลายของทั้งผักและผลไม้ –
แดง, เขียว, ม่วง, เหลือง, ส้ม
เลือกธัญพืชและถั่วเมล็ดแห้งเส้นใยสูงเพื่อเพิ่มการรับประทานกากใย
และหลีกเลี่ยงเมล็ดหรือถั่วเมล็ดที่ถูกเก็บรักษาอย่างไม่เหมาะสมเพราะอาจมีสารพิษที่เกิดจากเชื้อรา(อัลฟาท๊อกซิน)ซึ่งสามารถทำให้เกิดมะเร็งตับ
ข้อแนะนำที่ 5
:
อาหารจากสัตว์
ความหมาย
:
กองทุนวิจัยมะเร็งโลก
[ WCRF ]
ได้ให้คำแนะนำในการรับประทานเนื้อแดงที่ปรุงสุกแล้ว (เนื้อวัว,
เนื้อแกะ, เนื้อหมู หรือ เนื้อแพะ) ไม่เกิน 500 กรัมต่อสัปดาห์
ต้องแน่ใจว่าเป็นเนื้อไม่ติดมันและเลาะไขมันออก
แปลได้ว่าเท่ากับเนื้อดิบประมาณ 750
กรัมซึ่งสอดคล้องกับคู่มือโภชนาการของประเทศออสเตรเลีย
(Australian National Dietary Guidelines)
ที่แนะนำให้รับประทานเนื้อแดงไม่ติดมันสัปดาห์ละ 3-4 ส่วน
รายงานยังแนะนำอีกว่าควรหลีกเลี่ยงเนื้อที่ผ่านการแปรรูป (เช่น
แฮม, เบคอน, ซาลามี่, แฟรงเฟิร์ต)
หรือควรรับประทานเป็นบางโอกาสในปริมาณน้อยๆ
ข้อแนะนำที่ 6
:
จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ความหมาย
:
คำแนะนำคล้ายคลึงกับหน่วยงานด้านสาธารณะสุขส่วนมาก
–
หากคุณดื่มแอลกอฮอล์, สำหรับผู้ชายไม่ควรดื่มเกิน 2
แก้วมาตรฐานต่อวัน และผู้หญิงไม่ควรดื่มเกินกว่าหนึ่งแก้วต่อวัน
ข้อแนะนำที่ 7
:
ระวังปริมาณเกลือที่คุณรับประทาน
ความหมาย
:
เกลือและอาหารที่ถูกถนอมด้วยเกลือ (เช่น ผักดอง)
คาดกันว่าเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือการจำกัดปริมาณเกลือที่รับประทานหรืออาหารที่มีรสเค็ม
มีหมายเหตุที่เฉพาะเจาะจงสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน,
ทางคณะกรรมการได้มีคำเตือนเกี่ยวกับการรับประทานปลาเค็มแบบฉบับชาวกวางตุ้ง
ปลาชนิดนี้, ซึ่งมักถูกยื่นให้เด็กๆอยู่เสมอ,
คาดกันว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลังโพรงจมูก
ข้อแนะนำที่ 8
:
ตั้งเป้าให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นด้วยอาหารเพียงอย่างเดียว
ความหมาย
:
คุณไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาหารเสริม
หากคุณกำลังรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว
ขณะเดียวกับที่การศึกษาหลายชิ้นที่ชี้แนะว่าอาหารเสริมบางชนิดอาจลดความเสี่ยงของมะเร็งบางตัว,
หลักฐานยังเป็นที่โต้แย้งกันอยู่
การรับประทานอาหารให้หลากหลายและมีประโยชน์ต่อสุขภาพนั้นเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคมะเร็ง
ข้อแนะนำที่ 9
:
การเลี้ยงทารกด้วยนมมารดา
ความหมาย
:
ตั้งเป้าเลี้ยงทารกด้วยนมมารดาให้ได้ 6 เดือน
ข้อแนะนำที่ 10
:
ผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง
ความหมาย
:
คนที่รอดจากการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งได้รับคำชี้แนะให้ปฎิบัติตามข้อแนะนำทั้ง 9 ข้อข้างต้นหากเป็นไปได้
คณะกรรมการหมายเหตุว่าไม่มีหลักฐานใดที่จะนำมาใช้ในการแยกข้อแนะนำต่างๆสำหรับคนที่กำลังใช้ชีวิตร่วมอยู่กับมะเร็งหรือคนที่ทุเลาจากสภาพ
สรุป
ศาสตราจารย์
Jim Mann,
ศาสตราจารย์ว่าด้วยโภชนาการมนุษย์และการแพทย์ มหาวิทยาลัย
Otago,
ประเทศนิวซีแลนด์,
เป็นสมาชิกของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญซึ่งคล้อยตามรายงานของ
WCRF/AICR
ศาสตราจารย์
Jim Mann
เชื่อว่าการจัดการปัญหาเรื่องโรคอ้วนคือกุญแจในการลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง
“โรคอ้วนและการขาดกิจกรรมทางร่างกายเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งทุกชนิด,
รวมถึงมะเร็งชนิดธรรมดาสามัญที่สุดที่เรารู้จัก
การลดอัตราการเกิดและการแพร่ระบาดของโรคอ้วนเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างแท้จริงในการลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง,”
ศาสตราจารย์
Jim Mann
กล่าว
เขาชี้แนะว่าวิธีการป้องกันมะเร็งที่ดีที่สุดนั้นต้องการแบบแผนการรับประทานอาหารในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ
หรือมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด, รวมถึงความหลากหลายของผลไม้, ผัก
และอาหารเส้นใยสูงอื่นๆ, ร่วมกับการทำกิจกรรมทางร่างกายเป็นประจำ
เพื่อช่วยส่งเสริมน้ำหนักตัวที่ดีต่อสุขภาพ
References:
World Cancer Research Fund and the American Institute for
Cancer Research. “Food, Nutrition, Physical Activity and the
Prevention of Cancer: a global perspective”. Washington
DC:AICR, 2007 |