|
t_Articles
t_Articles
21
มีนาคม 2548
ในเดือนเมษายน
พ.ศ.2545
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนได้ประกาศผลงานวิจัย เรื่อง
ระดับของสารอคริลาไมด์ในอาหารบางชนิด
ความกังวลเรื่องนี้เกิดขึ้นเนื่องจากมีการพบว่า สารอคริลาไมด์ที่พบในน้ำ ยาสูบ
รวมจนถึงในโรงงาน นั้นเป็นสารก่อมะเร็ง และเป็นพิษต่อระบบประสาท แต่อย่างไรก็ตาม
ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจว่า จนถึงทุกวันนี้
ยังคงไม่ปรากฏหลักฐานความเกี่ยวข้องระหว่าง การเกิดมะเร็งในคน
กับระดับของสารอคริลาไมด์ที่พบในอาหาร
เดือนกันยายน พ.ศ.2545 ณ
การประชุมวิทยาศาสตร์นานาชาติ ได้มีการประกาศผลงานวิจัย
เรื่องการก่อตัวของสาร
อคริลาไมด์ในอาหาร งานวิจัยนี้ระบุชี้ว่า กรดอะมิโน
ที่ชื่อแอสพาราจีน
(asparagines) ซึ่งพบอยู่ตามธรรมชาติในอาหาร เมื่อได้รับความร้อนสูงอาจทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของแป้งและน้ำตาลบางตัว
และเกิดเป็นอคริลาไมด์ขึ้นมา
ผลของงานวิจัยนี้พบว่าสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่เคยกล่าวไว้
เป็นต้นว่า :-
§
สารอคริลาไมด์นี้พบในอาหารมาแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว
นับแต่มนุษย์เรารู้จักการปรุงอาหารด้วยความร้อน
§
สารอคริลาไมด์จึงมิใช่เรื่องใหม่ในด้านความปลอดภัยของอาหาร
แต่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาเทคนิคในการวิเคราะห์
ให้สามารถตรวจพบสารบางอย่างได้ แม้จะมีอยู่ในระดับต่ำๆ
ซึ่งในอดีตแล้วไม่สามารถตรวจพบได้เลย
§
สารอคริคลาไมด์พบได้ในอาหารหลายประเภท
ตั้งแต่ พวกอาหารอบ อาหารทอด ปิ้ง ย่าง รวมทั้งอาหารที่ประกอบด้วยผักผลไม้ย่าง
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมันฝรั่งทอด
(French fries)
และมันฝรั่งทอดกรอบ (chips)
§
การเกิดสารอคริลาไมด์ในอาหาร
เกิดได้ทั้งอาหารที่ปรุงเองใหม่ๆ
และอาหารแปรรูป
การที่เราสามารถชี้ชัดได้ถึงขั้นตอนหรือขบวนการเกิดของสารอคริลาไมด์นี้
เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการที่เราจะหาทางลดปริมาณการเกิดสารนี้ในอาหาร
ตัวอย่างเช่น โดยการปรับปรุงพันธุ์พืชให้มีปริมาณของแอสพาราจีน
(asparagine)ลดลง
หรือการปรับเปลี่ยนเรื่องความร้อนในการปรุงอาหาร
ขณะนี้มีการศึกษามากมายที่มุ่งหาวิธีการที่จะลดสารอคริลาไมด์ในอาหารโดยไม่ลดคุณค่าทางโภชนาการ
หรือก่อเกิดสารอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์
พ.ศ.2548 คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญร่วมจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ
กับองค์การอนามัยโลก ด้านสารเติมแต่งอาหาร และสารปนเปื้อน (the FAO/WHO
Joint Expert Committee on Food Additives and Contaminants)
ได้แนะนำให้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องในเรื่อง การลดปริมาณสารอคริลาไมด์ในอาหาร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังพัฒนา
รวมทั้งวิธีการตรวจหาระดับที่พบให้ได้เที่ยงตรงแม่นยำยิ่งขึ้น
แน่นอน
งานวิจัยเรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินต่อไป
แต่ในขณะที่ต้องรอผลงานวิจัยนี้ ทางคณะที่ปรึกษาร่วมระหว่าง FAO
และ WHO ก็ได้จัดให้มีการประชุมขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน
พ.ศ.2546 เพื่อเป็นการตอบสนองต่อการประกาศของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน
และได้ออกคำแนะนำที่ปลอดภัยและมีเหตุมีผล
ดังต่อไปนี้
§
เราไม่ความปรุงอาหารเกินความจำเป็น เช่น
ตั้งไฟนานๆ หรือใช้ไฟแรงมาก แต่อย่างไรก็ตาม อาหารจะต้องสุกโดยทั่วถึง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเนื้อสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ประกอบด้วย
ทั้งนี้เพื่อให้เชื้อโรคที่ติดมากับอาหารถูกทำลาย
§
ข้อมูลที่เกี่ยวกับสารอคริลาไมด์เท่าที่มีในปัจจุบัน
ถือได้ว่าสอดคล้องกับคำแนะนำทั่วไปในการรับประทานอาหารเพื่อให้มีสุขภาพดี
ที่ว่าคนเราควรรับประทานอาหารอย่างมีสมดุลย์ และมีความหลากหลาย
ควรรับประทานผักและผลไม้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งลดการรับประทานอาหารมันๆ และของทอด
ไม่ให้มากจนเกินไป
§ ควรให้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการลดปริมาณสารอคริลาไมด์ในอาหารโดยการเปลี่ยนสูตร
ปรับเปลี่ยนวิธีการแปรรูป หรือวิธีปฎิบัติอื่นๆ
§ ควรมีการจัดตั้งเครือข่ายนานาชาติ
“อคริลาไมด์ในอาหาร”
ขึ้นโดยเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมแบ่งปันข้อมูล และทำการศึกษาวิจัยร่วมกันต่อไป
WHO ได้สรุปว่า
หลักฐานที่เรามีจนถึงปัจจุบันนี้ไม่ได้แนะนำให้ผู้บริโภค
เปลี่ยนรูปแบบการรับประทานอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของหน่วยงานอื่นอีกหลายหน่วยงานที่ทำงานด้านอาหาร
เช่น Swedish National Food Administration, UK Food Standards Agency
และ US Food and Drug Administration
สามารถเข้าดูรายงานขององค์การอนามัยโลกเรื่องสารอคริลาไมด์ ได้ที่
http://www.who.int/inf/en/pr-2002-32.html
http://www.who.int/ipes/food/j2cfa/
|