<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> ข่าวประชาสัมพันธ์จากศูนยข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย: น้ำหนักและรูปร่างดีเพื่อหัวใจแห่งชีวี - ใจความสำคัญในวันหัวใจโลก 25 กันยายน t_Articles AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

ข่าวประชาสัมพันธ์จากศูนยข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย: น้ำหนักและรูปร่างดีเพื่อหัวใจแห่งชีวี - ใจความสำคัญในวันหัวใจโลก 25 กันยายน
Press Release - Healthy Weight, Healthy Shape for a Heart for Life - The Theme for World Heart Day on September 25th

 
t_Articles t_Articles

19 กันยายน 2548

วันที่ 25 กันยายนเป็นวันหัวใจโลกซึ่งกำหนดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในสิ่งที่แต่ละคนและแต่ละชุมชนสามารถกระทำได้เพื่อการมีสุขภาพของหัวใจที่ดี  ใจความสำคัญของปีนี้ คือ “น้ำหนักตัว (ที่มีสุขภาพ) ดี, รูปร่าง (ก็มีสุขภาพ) ดี” และมุ่งเน้นที่การทำความ เข้าใจเรื่องความเสี่ยงเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักที่มากเกินไปรอบบริเวณท้อง

ประชาชนชาวเอเชียจำนวนมากมีแนวโน้มสูงที่จะมีไขมันสะสมรอบบริเวณพุง หรือช่องท้อง  จากแนวโน้มนี้เชื่อว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่าทำไมอัตราการเกิดโรคหัวใจจึงเพิ่มขึ้นในแถบเอเชียนี้อย่างรวดเร็ว ต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่คัดมาจากเว็บไซต์ของศูนย์ข้อมูลอาหารเอเชียในเรื่องการควบคุมน้ำหนักตัวแบบใหม่  http://afic.org/WMWS/index.shtml  เพื่อให้เกิดความเข้าใจยิ่งขึ้นในเรื่องนี้และเห็นแนวทางปฏิบัติตนที่แต่ละคนสามารถปฏิบัติได้เพื่อการมีสุขภาพของหัวใจที่ดีขึ้น

สถิติชีพ (Vital  Statistics )

 ต่อไปนี้คือวิธีการแนะนำบางส่วนสำหรับประเมินสภาวะสุขภาพของแต่ละคนโดยใช้สถิติชีพของแต่ละคนและการคำนวณทางคณิตศาสตร์อย่างง่าย

ดัชนีมวลกาย (บีเอ็มไอ- B M I )

มาตรฐานสากลที่ใช้จัดประเภทน้ำหนักของร่างกายว่า  ปกติ  ต่ำกว่าเกณฑ์  สูงกว่าเกณฑ์ หรือเป็นโรคอ้วน  คือ  ดัชนีมวลกาย  [Body Mass Index (BMI)]  ค่าบีเอ็มไอ  (BMI)  คำนวณได้โดยเอาน้ำหนักตัวหน่วยเป็นกิโลกรัมตั้ง จึงหารด้วยความสูงหน่วยเป็นเมตรยกกำลังสอง  จนกระทั่งเมื่อเร็ว ๆนี้  ทั่วโลกได้นำมาตรฐานเดียวกันนี้มาใช้ประเมินและจัดประเภทน้ำหนักของร่างกาย

ค่าบีเอ็มไอ  (BMI)  ตั้งแต่  18.5  ถึง  25  ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ,  ค่าบีเอ็มไอ 25  ถึง  30  ถือว่าน้ำหนักเกินมาตรฐานและสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มอาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัว และ เกิน 30 ถือว่าเป็นโรคอ้วน และมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัว

นรอบหลายปีที่ผ่านมานี้  ผู้เชี่ยวชาญสังเกตพบว่า กลุ่มอาการผิดปกติที่สัมพันธ์กับน้ำหนักตัว  สามารถพบได้ทั่วไปในกลุ่มคนเอเชียบางกลุ่มที่มีค่า  BMI  ในระดับสูงกว่า  23  ดังนั้นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกจึงได้แนะนำค่า  BMI  ที่ต่ำกว่านี้ให้คนเอเชีย คือ  ค่า  BMI  ระหว่าง  18.5-23  เพื่อการเพิ่มขึ้นแต่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำต่อการเกิดสุขภาพที่ไม่ดีที่สัมพันธ์กับน้ำหนักตัว ค่า  23-27.5  อัตราเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น  และค่า  27.5  หรือมากกว่า เป็นสัญญานของความเสี่ยงสูงมากกว่า

อย่างไรก็ตามข้อเสียของค่า  BMI  คือ  ค่าที่ได้อาจประเมินค่าไขมันสูงเกินไปในร่างกายของนักกีฬา และคนอื่น ๆ เช่น  กลุ่มชนชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในเกาะแปซิฟิกซึ่งเป็นพวกเพาะกล้าม  นอกจากนี้ค่า  BMI  อาจประเมินค่าไขมันในร่างกายต่ำเกินไปในผู้สูงอายุและบุคคลอื่น ๆ ซึ่งกล้ามเนื้อหดหายไปหมด  ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ใช้ค่า  BMI  รวมกับค่าที่วัดได้รอบเอวและ/หรือค่าระหว่างเอวกับสะโพก เพื่อการประเมินที่ถูกต้องยิ่งขึ้น

ค่ารอบเอว (Waist Circumference)

ค่ารอบเอวคือ  ค่าที่วัดได้โดยรอบบริเวณที่แคบที่สุดซึ่งอยู่ระหว่างชายโครงกับสะโพก  เมื่อมองจากด้านหน้าหลังการหายใจออก  ค่ารอบเอวเป็นตัววัดไขมันของหน้าท้อง และเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีถึงสถานภาพของสุขภาพ  แม้ว่า  ค่า  BMI  ที่คำนวณได้จะอยู่ในช่วงที่บ่งบอกว่าปกติ  รอบเอวของผู้ชายที่มีค่าเกินกว่า  102  เซนติเมตร  (40  นิ้ว)  และรอบเอวของผู้หญิงที่มีค่าเกินกว่า  88  เซนติเมตร  (35  นิ้ว)  ถือเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่ใช้กำหนดแนวโน้มการเกิดกลุ่มอาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัว

ยิ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีคำแนะนำสำหรับประชาชนชาวเอเชีย  ให้ใช้ค่ารอบเอวที่กำหนดต่ำกว่าเดิม  กลุ่มผู้ศึกษาเรื่องโรคอ้วนในประเทศจีนได้จัดให้มีการวิพากย์ข้อมูลด้านความสัมพันธ์ระหว่างค่า  BMI  ค่ารอบเอว และองค์ประกอบที่ทำให้เกิดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้อง   จากการวิพากย์ข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมได้จนถึงปัจจุบันในครั้งนี้  กลุ่มผู้ศึกษาได้แนะนำให้ใช้ค่ารอบเอวมากกว่า  85  เซนติเมตร  สำหรับผู้ชาย  และค่ามากกว่า  80  เซนติเมตรสำหรับผู้หญิงในประเทศจีน  และให้ยึดถือค่านี้เป็นเกณฑ์สำหรับการวินิจฉัยโรคอ้วนที่กลางลำตัวหรือช่องท้อง  (4)  ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ได้แนะนำให้ใช้กับชาวเอเชียทั้งหมด  แต่แม้กระนั้นก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ก็เป็น มาตราส่วนอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งอาจจะยังไม่นำไปใช้อย่างจริงจังเพื่อแสดงความแตกต่างของการกระจายตัวของไขมันและส่วนประกอบของร่างกายระหว่างชาวคอเคเชียน (คนผิวขาว) กับชาวเอเชีย

อัตราส่วนระหว่างเอวต่อสะโพก (WHR)  Waist  to Hip Ratio 

อัตราส่วนระหว่างเอวต่อสะโพก  คือ  ค่าอัตราส่วนของรอบเอวกับรอบสะโพก  ค่านี้สามารถคำนวณได้ โดยการหารค่ารอบเอวด้วยค่ารอบสะโพก ค่าดับเบิ้ลยู  เอช  อาร์ ( WHR)  ก็เหมือนกับค่ารอบเอว ที่ใช้เป็นเครื่องประเมินการกระจายตัวของไขมัน ในร่างกายสำหรับคนส่วนมาก และบางทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนชาวเอเชีย ไขมันบริเวณหน้าท้อง เป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพมากกว่าการแบกน้ำหนักที่เกินรอบ ๆ สะโพกหรือต้นขา  ค่า  WHR  ที่  0.90  หรือน้อยกว่านี้ถือว่าเป็นผู้มีสุขภาพดีสำหรับผู้ชาย  และค่า  0.80  หรือน้อยกว่านี้ถือว่าสุขภาพดี สำหรับผู้หญิง  ค่ารอบเอวต่อค่ารอบสะโพกในอัตราส่วน  1  หรือมากกว่า  เป็นสัญญาณบ่งบอกอัตราเสี่ยงต่อการมีสุขภาพที่ไม่ดี  และเป็นตัวบ่งชี้ว่า  การกำจัดลดไขมันในร่างกายบางส่วนออกจาก บริเวณท้องเป็นสิ่งควรกระทำยิ่ง

สัญญาณบ่งบอกการปฏิบัติ  (Signals for Action)

วิธีการวัดขนาดของร่างกายทั้ง  3 วิธีนี้รวมกัน  เป็นสิ่งบ่งบอกเกณฑ์ที่มีประโยชน์ ต่อการนำมาใช้ประเมินน้ำหนักของร่างกายและเพื่อเป็นตัวกำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติ เพื่อคงไว้ซึ่งน้ำหนักตัวเพื่อลดน้ำหนักตัว หรือเพื่อการสังเกตและควบคุมการมีน้ำหนักตัวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น สำหรับชาวเอเชียโดยเฉพาะแล้ว ดูเหมือนว่าการประเมินไม่เพียงใช้แค่น้ำหนักตัวเท่านั้น แต่ยังคงรวมถึงความหนาของไขมันหน้าท้องที่ใช้เป็นเครื่องตรวจสอบสุขภาพอย่างง่าย ๆ และชาญฉลาดด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจุดมุ่งหมายของแต่ละคน  คือ  การควบคุมรักษาน้ำหนักไว้หรือลดน้ำหนักก็ตาม  แนวทางการเพิ่มโอกาสสูงสุดของแต่ละคนในการที่จะมีชิวิตให้ยืนยาวและมีสุขภาพดีนั้นมีเหมือนๆ กัน  ดังนี้

1. สร้างนิสัยการบริโภคอาหารและวิถีการดำรงชีวิตที่มีความสมดุลของพลังงาน
(Establish an energy balanced diet and lifestyle)

กำหนดเป้าหมายสร้างวิถีการดำรงชีวิตที่มีสุขภาพสมบูรณ์ดีและสอดคล้องกับกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันอย่างค่อยเป็นค่อยไป  ยึดถือการบริโภคอาหารที่ให้ความสมดุล มีความหลากหลาย มีปริมาณไขมันต่ำ ผสมผสานกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  ผลกระทบแบบกลับไป-กลับมา (yo-yo effect)    ของการลดและการเพิ่มน้ำหนักซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ จะเกิดขึ้นกับคนที่ควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วในรูปแบบเดิมๆ  แต่แล้วกลับค่อยๆ มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาอีก  เมื่อหวนกลับมามีนิสัยการกินแบบเดิม  ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงของสุขภาพของตนเอง  และทำให้การควบคุมน้ำหนักตัวในระยะยาวนั้นมีความยากลำบากยิ่งขึ้น

2. สร้างนิสัยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (Develop Regular Physical Activity Habit

สำหรับผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายประมาณ  60  นาที  สำหรับเด็กประมาณ  30  นาที  เป็นประจำทุกวัน  โดยออกกำลังกายอย่างแข็งขันพอประมาณ  ตัวอย่าง  เช่น  การเดินเร็วหรือการว่ายน้ำ  เหล่านี้ ช่วยได้ในการควบคุมรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่และลดน้ำหนักตัว  และเมื่อคำนึงถึงน้ำหนักของร่างกายพบว่า  ความเสี่ยงของโรคหัวใจ  โรคยุคปัจจุบัน และโรคเรื้อรัง ลดน้อยลงอย่างมากมายเนื่องจากประโยชน์จากการออกกำลังกายนำไปสู่สุขภาพดีของกล้ามเนื้อหัวใจ    จากรายงานผลการวิจัยเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายที่ตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมแพทย์แห่งอเมริกา  (American Medical Association)  ซึ่งค้นพบว่าการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอทำให้ลดไขมันด้านในช่องท้อง (Intra-abdominal) และดังนั้นผลก็คือ ทำให้เอวเล็กลงไปแม้ในคนที่น้ำหนักไม่ได้ลดลงไปเลย  การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ก่อให้เกิดผลดีอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับและทำให้สุขภาพจิตดี

3. นำโภชนาการที่เป็นมิตรต่อหัวใจมาใช้ (Adopt a heart friendly diet)

จงมุ่งไปที่โภชนาการที่สมดุลถูกหลักอนามัย รวมทั้งบริโภคผักและผลไม้ ผลิตภัณฑ์ประเภทธัญพืช ผลิตภัณฑ์ประเภทไขมันต่ำและปราศจากไขมัน น้ำมันและเนยเทียมที่ไม่อิ่มตัว (เช่น ดอกทานตะวัน ข้าวโพด เมล็ดพืช และมะกอก) เนื้อปราศจากไขมัน ปลาและถั่วให้มาก นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังได้แนะนำวิธีการเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

  • จำกัดการเติมเกลือและน้ำตาล

  • รับประทานอาหารเช้าและจะต้องรับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อต่อวัน

  • ใช้วิธีการปรุงที่ทำให้มีสุขภาพที่ดีกว่า เช่น การนึ่ง การต้ม การย่าง และการอบ แทนการทอดในน้ำมันจำนวนมาก ซึ่งจะเพิ่มไขมันเข้าไปอีก และพัฒนาทักษะการทำอาหาร ที่ถูกสุขลักษณะ ภายในครอบครัว

  •  ควบคุมการรับประทานอาหารที่มีไขมันและมีน้ำตาลมาก

  •  ดื่มน้ำ/ของเหลวอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน

  • รู้เท่าทันสิ่งล่อใจให้อยากอาหาร ดังนั้นให้วางแผนไม่งดอาหารหลักและอาหารว่าง ล่วงหน้า

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
เว็บไซต์เกี่ยวกับการควบคุมน้ำหนักของ AFIC ที่
http://afic.org/WMWS/index.shtml
เว็บไซต์วันหัวใจโลก ที่
http://www.worldheartday.com

t_Articles

 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.