|
7 พฤษภาคม 2551
ในแต่ละปี มีผู้เสียชีวิตจำนวน 1.9 ล้านคน เพราะขาดการออกกำลังกาย/การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเพียงพอ
นี่เป็นตัวเลขทางสถิติที่เตือนให้เราให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย
/การเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการออกกำลังกาย/การเคลื่อนไหวร่างกายนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
และนี่คือเหตุผลที่ทำไมศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย
(AFIC) จึงต้องการสนับสนุนกิจกรรม “วันแห่งการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ”
ขององค์การอนามัยโลก ในวันที่ 10 พฤษภาคม
ผู้คนมากมายไม่ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของร่างกายที่จะได้รับ
เพียงแค่ทำร่างกายให้กระฉับกระเฉงและเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น
การทำกิจกรรมทางร่างกายช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหลอดเลือดตีบ
โรคเบาหวานประเภท 2 โรคมะเร็งเต้านมและลำไส้ และโรคกระดูกพรุน
ซึ่งผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
มีโอกาสน้อยที่จะมีภาวะน้ำหนักตัวเกิน
และมีโอกาสที่จะมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น
และการออกกำลังกายยังช่วยลดระดับความเครียด ความกังวล
และความกดดันต่างๆ ด้วย
มีข้ออ้างมากมายสำหรับการไม่เคลื่อนไหวร่างกาย เป็นคนเฉื่อยแฉะ
ซึ่งข้ออ้างที่พบมากที่สุดคือไม่มีเวลา แต่ความจริงแล้วคือ
คุณไม่สามารถที่จะไม่ยอมสละเวลา
หรือทุ่มเทเวลาให้กับการออกกำลังกายได้
เพราะการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญและมีผลกระทบต่อการมีสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดีเป็นอย่างมาก
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO)
แนะนำให้ออกกำลังกายในระดับปานกลางวันละ 30 นาที
อย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 ครั้ง
การออกกำลังกายโดยให้กล้ามเนื้อได้ยืดหดในระดับปานกลาง
หมายถึงการกดน้ำหนักตัวเพียงเล็กน้อยลงบนกล้ามเนื้อ
เช่นการเดินเร็ว, การว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน
และคุณไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างภายในครั้งเดียว แต่สามารถทำได้
โดยแบ่งกิจกรรมการออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ตลอดทั้งวัน และนำเวลาทั้งหมดมารวมกัน ดังนั้น
การเดินเร็วเป็นเวลานาน 15 นาทีระหว่างช่วงพักกลางวัน, ทำงานบ้าน
10 นาที และ5 นาทีสำหรับการเดินขึ้นๆ ลงๆ บันได้ระหว่างวัน
จะรวมเวลาได้ทั้งหมด 30 นาทีตามที่ WHO แนะนำ
แต่สำหรับเด็กในวัยเรียน WHO
ได้แนะนำให้ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายวันละ 60 นาที
ความเชื่อเกี่ยวกับการออกกำลังกาย
นี่คือบางตัวอย่างของความเชื่อของคนทั่วไป
และความจริงเกี่ยวกับการออกกำลังกาย
ความเชื่อ: ฉันไม่มีเวลาพอสำหรับการออกกำลังกาย
ความจริง: คุณไม่ยอมจัดสรรเวลาต่างหาก
การทำตัวกระฉับกระเฉงและออกกำลังกายจะช่วยพัฒนาระดับความสมบูรณ์ของร่างกายคุณ,
ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ, โรคเบาหวานและโรคมะเร็ง
และยังช่วยให้จิตใจคุณสดชื่นแจ่มใจและกระชุ่มกระชวยอีกด้วย
เพียงใช้การเคลื่อนไหวร่างกายเล็กๆ น้อยๆ หลายๆ ครั้ง
แล้วรวมเวลาทั้งหมดเข้าด้วยกัน
ดังนั้นควรพยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้นในทุกๆ สิ่งที่คุณทำ
อาทิเช่น ใช้วิธีการเดินในระยะทาง 2
ช่วงตึกแทนการกระโดดขึ้นรถแท็กซี่,
สร้างนิสัยการเดินขึ้นบันได้แทนการใช้ลิฟต์หรือบันไดเลื่อน,
การเดินไปทานอาหารกลางวัน แทนการใช้บริการส่งอาหารมายังที่ทำงาน
ความเชื่อ:
คุณจำเป็นที่จะต้องมีเสื้อผ้าและอุปกรณ์พิเศษเพื่อการออกกำลังกาย
ความจริง: นี่ไม่ใช่ความจริงเลย
การออกกำลังกายด้วยการเดินสามารถทำได้ในเกือบทุกที่และทุกเวลา
และไม่จำเป็นต้องมีเสื้อผ้าชุดพิเศษ
คุณเพียงแค่สวมใส่เสื้อผ้าที่สบายเท่านั้น
ก็สามารถทำกิจกรรมการออกกำลังกายได้หลายประเภท
ความเชื่อ: คุณจำเป็นต้องออกกำลังเมื่อมีน้ำหนักตัวเกินเท่านั้น
ความจริง: จริงอยู่ที่การเป็นคนกระฉับกระเฉง
ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้
ถ้าคุณจำเป็นต้องลดหรือเพื่อรักษาระดับน้ำหนักให้คงที่
แต่แม้ในผู้ที่มีรูปร่างดีอยู่แล้วก็ยังจำเป็นที่จะต้องออกกำลังกายเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคและปรับสภาวะอารมณ์ทางจิตใจ
ความเชื่อ: เด็กๆ เคลื่อนไหวร่างกายในปริมาณที่เพียงพออยู่แล้ว
ความจริง: การศึกษาวิจัยที่ทำโดย AFIC ในเขตปริมณฑลใน 4 ประเทศ
ของทวีปเอเชีย เมื่อปี 2004 พบว่าเด็กๆ
ได้ระบุว่าการดูโทรทัศน์และการใช้เวลาเล่นคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมแห่งความสุขที่ชื่นชอบ
โดยเด็กๆ จำนวนมากใช้เวลา 2-3
ชั่วโมงต่อวันนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์
พ่อแม่ผู้ปกครองควรกระตุ้นให้ลูกหลานได้เคลื่อนไหวร่างกายมากยิ่งขึ้น
การเดินเล่นด้วยกันทั้งครอบครัว หรือการขี่จักรยาน
การเรียนกิจกรรมใหม่ๆ เช่นการเล่นโรเลอร์เบลด (Roller Blade)
ด้วยกัน หรือแบ่งเวลาไปดูเด็กๆ
เล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่พวกเขาชื่นชอบ
|