|
t_Articles
t_Articles
5 กรกฏาคม 2005
“มุมมองเรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืช”
เป็นหัวข้อของการประชุมนานาชาติ ปี 2548 เกี่ยวกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 8 กรกฎาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์
ประเทศมาเลเซีย การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการสร้างโอกาสที่ดี
ที่จะได้พิจารณาทบทวนผลกระทบของสารกำจัดศัตรูพืช
ที่มีต่อสุขภาพรวมจนถึงความกังวลของผู้บริโภคในเอเชียในด้านความปลอดภัย
ผู้บริโภคส่วนใหญ่หรืออาจทั้งหมดก็ว่าได้จัดเรื่องความปลอดภัยของอาหาร เป็นสิ่งสำคัญต้นๆในการเลือกรับ-ประทาน
จากการสำรวจผู้บริโภคของศูนย์ข้อมูลอาหารแห่งเอเชีย (AFIC) ที่ทำขึ้นเมื่อปีพศ.2545
และ 2546 พบว่าสิ่งที่ผู้บริโภคกังวลมากที่สุดในเรื่องความปลอดภัยของอาหาร คือ
สิ่งตกค้างจากสารเคมีเกษตร
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทั่วโลก เห็นพ้องกันว่า การรับประทานผัก
และผลไม้ให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม
ควรจะเป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างสุขภาพที่ดี
แต่ความกลัวเกี่ยวกับผลตกค้างจากสารกำจัดศัตรูพืช
ทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าที่จะทำตามเป้าหมายดังกล่าว
ดังนั้น ทางAFIC
จึงแนะให้ผู้ที่ทำงานทั้งทางด้านการเกษตรและทางด้านสาธารณสุข จับมือกันทำงาน
เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ดีขึ้นของผู้บริโภค
ในเรื่องคุณประโยชน์ของพืชอาหารที่มีต่อสุขภาพ รวมถึงการมีกฎระเบียบอย่างเข้มงวด
เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของพืชอาหาร
ซึ่งทำการผลิตโดยมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชรวมอยู่ในการจัดการด้วย
คุณประโยชน์สำคัญของผัก
ผลไม้ และธัญพืช ที่มีต่อสุขภาพ
ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมีความเห็นในทางเดียวกันว่า
เป้าหมายหลักเพื่อการมีสุขภาพดีคือ การบริโภคผักและผลไม้ 400 กรัมต่อคนต่อวัน (เท่ากับ
5 มื้อ) และอาหารที่มีเส้นใยสูงประมาณ 25 - 30 กรัมต่อคนต่อวัน
“กินผักและผลไม้ซะ”
เป็นคำแนะนำที่ใช้ได้จริงๆ สำหรับการกินเพื่อสุขภาพ การรับประทาน ผักและผลไม้
เป็นปริมาณมาก จะช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหัวใจ โรคลมปัจจุบันได้
ช่วยควบคุมความดันโลหิต และระดับโคเลสเตอรอล
และยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งบางประเภทได้ นอกจากนี้
การที่เราเพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ให้มากขึ้นยังจะช่วยไม่ให้เรารับประทานอาหารไขมันอิ่มตัว และน้ำตาลสูง อันจะส่งผลให้ลดการเกิดหรือป้องกันโรคอ้วน
หรือน้ำหนักเกินได้ด้วย
องค์การอนามัยโลก
(WHO) ประเมินว่าการรับประทานผักและผลไม้ไม่มากพอทั่วโลก ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งลำไส้ถึงร้อยละ
19 , โรคหัวใจ ประมาณร้อยละ 31 และโรคลมปัจจุบัน ร้อยละ 11
และจากอาการเจ็บป่วยทั้งหมดทั่วโลกที่มีสาเหตุมาจากการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอนี้ ประมาณร้อยละ
85 เป็นกรณีโรคหลอดเลือดหัวใจ และราวร้อยละ 15 เป็นกรณีของมะเร็ง นอกจากนี้ อาหารเส้นใย
ก็มีบทบาทมากในการลดความเสี่ยงต่อโรคหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่
มีรายงานของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งตีพิมพ์โดยกองทุนวิจัยมะเร็งแห่งโลก (WCRF) เมื่อพศ.
2540 ได้ประเมินว่า กรณีการเกิดมะเร็งร้อยละ 30 - 40
ทั่วโลกสามารถป้องกันได้ โดยการเปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตามรายงานนี้ได้ระบุถึงหลักฐานแน่ชัดว่า อาหารที่อุดมไปด้วยผัก
และผลไม้ ถือเป็นอาหารต้านมะเร็ง กลุ่มผู้เชี่ยวชาญได้สรุปไว้ว่า
การบริโภคผักและผลไม้หลากหลายชนิดให้ได้วันละไม่น้อยกว่า 400 กรัม
อาจจะช่วยลดการเกิดมะเร็งลงได้ โดยรวมแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
การรับประทานผักผลไม้อย่างหลากหลาย จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า
ร่างกายจะได้รับสารอาหารพวกเกลือแร่และวิตามิน , อาหารเส้นใย ,
และสารอาหารที่เป็นประโยชน์อื่นๆอีกมากมายอย่างเช่น สารต้านอนุมูลอิสระ
ถึงแม้ว่าผักและผลไม้ ทุกชนิดมีประโยชน์ต่อสุขภาพคนเรา แต่พวกผักใบเขียว
อย่างเช่นผักกาดหอม , ผักขม , พืชผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บรอคโคลี , กะหล่ำดอก หรือ
กะหล่ำปลี รวมถึงพืชพวกส้ม , มะนาว , รวมทั้งน้ำส้มและน้ำมะนาว
ให้ประโยชน์สูงต่อร่างกาย อย่างพืชหัว เช่น มันฝรั่ง มันสำปะหลัง
พืชเหล่านี้ไม่ได้นับอยู่ในเป้าหมายของการบริโภคผักและผลไม้เพื่อสุขภาพ แต่จะสามารถให้ประโยชน์
กับสุขภาพได้ในแง่เป็นอาหารเส้นใย
สามารถช่วยให้ร่างกายได้รับอาหารเส้นใยพอเพียงตามเป้าหมายได้
คำแนะนำการบริโภคอาหารเส้นใยให้ได้วันละ 25 – 30 กรัม จะทำได้ด้วยวิธีเดียวคือ
รวมพืชอาหารที่อุดมด้วยเส้นใยเข้าด้วยกัน เช่น ข้าวกล้อง , ผัก , ผลไม้
ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดต่างๆ และจัดไว้ในรูปแบบของการบริโภคอาหารประจำวัน และ/หรือ
ใช้พวกรำข้าว เสริมร่วมด้วย
การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเอเชีย
สำหรับผู้บริโภคชาวเอเชียส่วนใหญ่แล้ว ผักและผลไม้ที่ซื้อหาได้ในท้องตลาดทั่วไปมักจะเป็นผลผลิตจากการทำการเกษตรแบบที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชแทบทั้งสิ้น เนื่องจากเกษตรกรเองมักเกรงว่าทั้งโรค
แมลง ไวรัส และศัตรูพืช อื่นๆ จะมาทำให้ผลผลิตลดลง รวมถึงคุณภาพด้วย
จีงฉีดสารป้องกันไว้ก่อน
สารเคมีเกษตรซึ่งรวมถึง
สารกำจัดศัตรูพืช มีบทบาทมหาศาลกับการทำการเกษตรในเอเชีย
เพราะได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และผลผลิตให้สูงขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าผลผลิตอาหาร
มีเพียงพอที่จะเลี้ยงประชากรซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในภูมิภาคนี้
ทั้งนี้มีความต้องการของความหลากหลายของชนิดและคุณภาพของอาหารด้วย
ด้วยการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช อย่างมีความรับผิดชอบ
ประโยชน์จะเกิดกับการเกษตรมากมาย ซึ่งจะส่งผลถึงสังคมโดยรวมด้วย อย่างเช่น
การมีผลิตผลทางเกษตรที่มีคุณภาพหลากชนิดให้เราได้บริโภคตลอดทั้งปี;
ต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงจะมีผลทำให้ผู้บริโภคได้ซื้อหาในราคาที่ลดลงด้วย
ความจริงแล้วการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชบางชนิดอย่างถูกต้องและด้วยความรับผิดชอบเป็นอย่างดีจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยต่อการบริโภคผลผลิตบางอย่างด้วยซ้ำ
เนื่องจากการใช้สารเคมีเหล่านั้นกับพืชจะไปช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อจุลินทรีย์ติดมากับผลผลิต
และอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้
ต่อไปนี้
เป็นข้อมูลความจริง
เพื่อตอบคำถามในเรื่องความเชื่อที่ไม่ถูกต้องที่กลายเป็นความกังวลของผู้บริโภค
ความเชื่อที่ 1
เกษตรกรพ่นยากับพืชที่เขาปลูกเยอะมาก เป็นอันตรายต่อการกิน
ความจริง - ถึงแม้ว่าจะมีตัวอย่างของการใช้สารเคมีเกษตรอย่างผิดๆ
หรือใช้มากเกินบ้างเป็นบางครั้งบางคราว หน่วยงานที่ควบคุมกฎระเบียบพบว่า
เกษตรกรส่วนใหญ่แล้ว ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างมีความรับผิดชอบ
และทำตามทำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสารตกค้างในปริมาณต่ำ ไม่มีผลกระทบกับสุขภาพ
อีกประการหนึ่ง สารกำจัดศัตรูพืชมีราคาสูง
เกษตรกรจึงพยายามใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อตัดค่าใช้จ่าย
ความเชื่อที่ 2
สารเคมีกำจัดศัตรูพืชก่อมะเร็งได้
ความจริง - จนถึงทุกวันนี้
จากการศึกษายังไม่พบความเกี่ยวโยงที่เด่นชัด และแน่นอนระหว่าง
สารตกค้างในอาหารกับ ความเจ็บป่วยของมนุษย์ การศึกษาจะต้องทำต่อไปอย่างแน่นอน
แต่ในขณะเดียวกันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
พิสูจน์เด่นชัดโดยไม่มีการโต้แย้งว่าโรคแห่งความเสื่อม และโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น
โรคหัวใจ และมะเร็ง มีความเกี่ยวโยงกับ การรับประทานผัก และผลไม้ไม่พอเพียง
สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งอเมริกา ได้บันทึกว่า “ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะให้เชื่อได้ว่า
การรับประทานอาหารที่มีสารเคมี พวกปุ๋ย , สารกำจัดศัตรูพืช ,
และยาที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความเสี่ยงต่อมะเร็ง
การสัมผัสกับสารเคมีที่มนุษย์ผลิตขึ้นในอากาศ ในน้ำ ในดิน และในอาหาร
เชื่อว่าเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งไม่ถึงร้อยละ 1 ของกรณีการเกิดมะเร็งทั้งหมด
” ในทำนองเดียวกัน ,มีรายงานของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ปีพศ.2539
เรื่องการป้องกันมะเร็ง ( เล่ม 1 : สาเหตุของการเกิดมะเร็งในมนุษย์ )
ได้สรุปไว้ว่า ในสหรัฐอเมริกา ร้อยละ 65 ของการเสียชีวิตจากมะเร็ง
อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ ,อาหาร , โรคอ้วน , และการขาดการออกกำลังกาย
และมีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น ที่อาจเกิดมาจากสารเติมแต่ง
และสารปนเปื้อนในอาหาร
ความเชื่อที่ 3
เราไม่รู้ว่าเขาใช้สารเคมีอะไรบ้าง
ความจริง -
ก่อนที่จะมีการอนุญาตให้ใช้สารเคมีเกษตรใดๆกับพืชอาหารจะมีการกำหนดปริมาณที่อนุญาตให้ใช้ได้
ตลอดช่วงเวลาการเพาะปลูก รวมจนถึงการกำหนดปริมาณที่ปลอดภัยของสารตกค้าง
ที่อาจคงอยู่ในอาหารได้ ณ จุดขาย แต่ละประเทศในเอเชีย จะเป็นผู้กำหนดระดับความปลอดภัยของสารตกค้างเอง
โดยอยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์หลายๆครั้ง และในขณะเดียวกันระดับความปลอดภัยที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้นเองนี้
ต้องเป็นไปตามมาตฐานสากล ซึ่งกำหนดโดย The Codex Alimentarius Commission ด้วย
หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การอาหารและเกษตร (FAO)
ร่วมกันจัดตั้งขึ้น
ความเชื่อที่ 4
เราไม่รู้ว่าสารกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างอยู่ในอาหารเหล่านี้ทำอะไรกับสุขภาพเราบ้าง
ความจริง -
เครื่องมือสำคัญที่สุดชนิดหนึ่งที่ใช้ในการคำนวณหาความปลอดภัย
ของการใช้สารเคมีเกษตรกับพืชอาหาร ก็คือ การคำนวณหาค่าระดับการยอมรับได้ต่อวัน (ADI
) ค่า ADI ของสารกำจัดศัตรูพืชทุกชนิด
คือการวัดปริมาณสารเคมีที่อยู่ในสารกำจัดศัตรูพืชนั้นๆ ในอาหาร โดยที่คนเราสามารถบริโภคได้ทุกวันตลอดชีวิต
และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ค่านี้วัดโดยสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว และอยู่บนพื้นฐานของการทดสอบความปลอดภัย
และให้มีค่าความปลอดภัย หรือ “ safety margins ” สูง
เพื่อการประเมินปัญหาสุขภาพที่เกิดจากสารปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหารขั้นต่อไป
เราใช้การศึกษาอาหารโดยรวม (Total Diet Studies – TDS )
มาเป็นตัวกำหนดปริมาณของสารเคมีที่ร่างกายรับเข้าไปจากการรับประทานอาหารประจำวัน
ปริมาณสารที่ร่างกายได้รับจริงจะถูกนำมาเปรียบเทียบ กับระดับของ ADI
จากนั้นเราจะ สามารถประเมินได้ว่าประชากรได้รับจำนวนสารปนเปื้อนในร่างกาย
จากอาหารประจำวันเป็นปริมาณเท่าใด โดยใช้ค่า ADI เป็นตัวเปรียบเทียบ
ความเชื่อที่ 5
สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเป็นสารพิษ
ดังนั้นแม้ว่าร่างกายจะได้รับเพียงเล็กน้อยก็เป็นอันตรายได้
ความจริง -
สารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะสลายตัวได้ในระยะเวลาอันสั้นหลังจากการใช้
ดังนั้นการที่เราฉีดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว โอกาสที่จะมีสิ่งตกค้างบนผลผลิตจะน้อยมาก
นอกจากนั้น สารกำจัดศัตรูพืชบางชนิดจะถูกออกแบบให้เป็นพิษกับศัตรูพืชเฉพาะอย่าง
เท่านั้น และจะมีผลกระทบกับร่างกายมนุษย์น้อยมาก
อีกประการหนึ่งที่ทำให้มั่นใจมากขึ้น
ก็คือร่างกายคนเรานั้นเรียนรู้ที่จะรับมือกับสารเคมีเป็นพิษในปริมาณน้อยๆได้
ซึ่งโดยปกติแล้วอาหารหลายชนิดที่เรารับประทานก็จะมีการปนเปื้อนตามธรรมชาติอยู่แล้ว
ตัวอย่าง เช่น บรอคโคลี , คะน้าและมันฝรั่ง พืชทั้งสามชนิดนี้ประกอบด้วยสารบางอย่างในปริมาณเล็กน้อย ถ้ารับประทานเข้าไปเป็นจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
แต่ถ้าร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหารตามปกติจะไม่เกิดผลเสียใดๆ มิหนำซ้ำผลดีที่จะได้รับจากอาหารเพื่อสุขภาพเหล่านี้
มีเหลือคณานับเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับความเสี่ยง
ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎระเบียบเรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
และการคำนวณปริมาณสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในอาหารในชีวิตประจำวัน
เชิญอ่านได้จาก
AFIC’S Short Briefing on Pesticides Residues
การตอบข้อสงสัย
และการสร้างความมั่นใจของผู้บริโภค -คำแนะนำของ AFIC
ผู้บริโภคต้องการความมั่นใจว่า
เขาสามารถรับประทานพืชอาหารที่ปลูกโดยวิธีที่มีการใช้สารเคมี อย่างเหมาะสม
และด้วยความรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกกฎระเบียบ
และการใช้อย่างถูกต้อง , การประเมินความปลอดภัย ;
การติดตามเพื่อให้มั่นใจในการใช้อย่างถูกวิธี จะต้องมีความเข้าใจผู้บริโภคให้ดีขึ้น
และสามารถให้ข้อมูลตามที่ผู้บริโภคต้องการได้ ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนเรื่องกลไกดูแลความปลอดภัย
รวมถึงความพยายามที่จะยกระดับมาตรฐาน
ความปลอดภัยนี้ให้ดียิ่งขึ้นต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้รับรองพร้อมกับระบบการรายงานอย่างโปร่งใส ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะขอดูข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการผลิตการเกษตร
เช่น ผลไม้, ผัก และ ธัญพืช เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารมีพอเพียง
และปลอดภัยต่อการบริโภค เพื่อจะได้ใช้ในการตัดสินใจด้วยตัวเองได้
ฝ่ายเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อชุมชนในประเทศในเอเชียเอง
ก็ต้องทำในเรื่องการสื่อสารกับชุมชนให้มากขึ้น
ในเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการบริโภคผัก ผลไม้ และเมล็ดธัญพืช
ที่มีต่อสุขภาพ และขณะเดียวกัน ก็ต้องแก้ไขความเข้าใจผิดๆ
ในเรื่องของความเชื่อบางอย่างด้วย มีผู้บริโภคในเอเชียจำนวนไม่น้อยทีเดียว
ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารให้ได้คุณค่าตามเป้าหมายทางโภชนาการได้
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ ความกลัวเรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
เพราะการใช้สารเคมีเพื่อช่วยป้องกันศัตรูพืช ไม่ให้มาทำลายพืชผล
จะทำให้ผลผลิตมีราคาที่สามารถซื้อหาได้ง่ายขึ้น และยังคงปลอดภัยต่อการบริโภค เราไม่ควรให้ความกลัวที่ไม่จำเป็นนี้
มาเป็นกำแพงกั้นไม่ให้คนเลือกบริโภคผลผลิตการเกษตรที่เป็นอาหารเพื่อโภชนาการที่ดี
อีกต่อไป
บทสรุป
แทบจะทุกคนก็ว่าได้ ที่จะได้รับประโยชน์จากการรับประทานผักและผลไม้
ความหลากหลายมีความสำคัญพอๆกันกับจำนวน
ประโยชน์จากการรับประทานอาหารให้มีความหลากหลาย
ถือได้ว่ามีมากกว่าสิ่งที่ผู้บริโภคมักกังวลในเรื่องที่ต้องรับประทานสิ่งตกค้างจากสารเคมีเกษตรอย่างเทียบกันมิได้เลย
ในเรื่องนี้มีหลักฐานที่แน่ชัด
และมากมายว่าคนที่มีปัญหาสุขภาพจากโรคเรื้อรังและความเสื่อมทางร่างกาย
มักมีความเกี่ยวเนื่องกันกับการบริโภคที่ไม่สมดุลย์
ไม่ใช่การมีสารเคมีตกค้างในอาหาร
|