<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> บทความเรื่องของสารเคมีเกษตรกับความปลอดภัยของอาหาร t_Articles AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

ข่าวประชาสัมพันธ์  มุมมองเรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืชกับสุขภาพ :

การประชุมนานาชาติ  เพื่อตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน

Press Release - Pesticides and Health in Perspective: An International Conference Examines the Evidence

 
t_Articles t_Articles

5 กรกฏาคม  2005

มุมมองเรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืช”   เป็นหัวข้อของการประชุมนานาชาติ ปี 2548 เกี่ยวกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช  ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่  6 - 8  กรกฎาคม  ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์   ประเทศมาเลเซีย การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการสร้างโอกาสที่ดี  ที่จะได้พิจารณาทบทวนผลกระทบของสารกำจัดศัตรูพืช ที่มีต่อสุขภาพรวมจนถึงความกังวลของผู้บริโภคในเอเชียในด้านความปลอดภัย 

ผู้บริโภคส่วนใหญ่หรืออาจทั้งหมดก็ว่าได้จัดเรื่องความปลอดภัยของอาหาร เป็นสิ่งสำคัญต้นๆในการเลือกรับ-ประทาน  จากการสำรวจผู้บริโภคของศูนย์ข้อมูลอาหารแห่งเอเชีย (AFIC) ที่ทำขึ้นเมื่อปีพศ.2545 และ 2546  พบว่าสิ่งที่ผู้บริโภคกังวลมากที่สุดในเรื่องความปลอดภัยของอาหาร   คือ   สิ่งตกค้างจากสารเคมีเกษตร

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทั่วโลก  เห็นพ้องกันว่า  การรับประทานผัก  และผลไม้ให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม   ควรจะเป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างสุขภาพที่ดี   แต่ความกลัวเกี่ยวกับผลตกค้างจากสารกำจัดศัตรูพืช   ทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าที่จะทำตามเป้าหมายดังกล่าว 

ดังนั้น ทางAFIC จึงแนะให้ผู้ที่ทำงานทั้งทางด้านการเกษตรและทางด้านสาธรณสุข  จับมือกันทำงาน   เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ดีขึ้นของผู้บริโภค  ในเรื่องคุณประโยชน์ของพืชอาหารที่มีต่อสุขภาพ  รวมถึงการมีกฎระเบียบอย่างเข้มงวด   เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของพืชอาหาร   ซึ่งทำการผลิตโดยมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชรวมอยู่ในการจัดการด้วย

คุณประโยชน์สำคัญของผัก  ผลไม้  และธัญพืช  ที่มีต่อสุขภาพ

ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมีความเห็นในทางเดียวกันว่า  เป้าหมายหลักเพื่อการมีสุขภาพดีคือ  การบริโภคผักและผลไม้  400  กรัมต่อคนต่อวัน (เท่ากับ 5 มื้อ)    และอาหารที่มีเส้นใยสูงประมาณ  25  -  30  กรัมต่อคนต่อวัน

“กินผักและผลไม้ซะ”  เป็นคำแนะนำที่ใช้ได้จริงๆ  สำหรับการกินเพื่อสุขภาพ  การรับประทาน ผักและผลไม้   เป็นปริมาณมาก  จะช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหัวใจ  โรคลมปัจจุบันได้  ช่วยควบคุมความดันโลหิต  และระดับโคเลสเตอรอล  และยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งบางประเภทได้   นอกจากนี้  การที่เราเพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ให้มากขึ้นยังจะช่วยไม่ให้เรารับประทานอาหารไขมันอิ่มตัว และน้ำตาลสูง  อันจะส่งผลให้ลดการเกิดหรือป้องกันโรคอ้วน หรือน้ำหนักเกินได้ด้วย

 องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าการรับประทานผักและผลไม้ไม่มากพอทั่วโลก ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งลำไส้ถึงร้อยละ 19 , โรคหัวใจ  ประมาณร้อยละ 31  และโรคลมปัจจุบัน ร้อยละ 11  และจากอาการเจ็บป่วยทั้งหมดทั่วโลกที่มีสาเหตุมาจากการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอนี้ ประมาณร้อยละ  85  เป็นกรณีโรคหลอดเลือดหัวใจ และราวร้อยละ 15  เป็นกรณีของมะเร็ง   นอกจากนี้ อาหารเส้นใย  ก็มีบทบาทมากในการลดความเสี่ยงต่อโรคหลายชนิด   โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่

มีรายงานของผู้เชี่ยวชาญ  ซึ่งตีพิมพ์โดยกองทุนวิจัยมะเร็งแห่งโลก (WCRF)  เมื่อพศ. 2540  ได้ประเมินว่า  กรณีการเกิดมะเร็งร้อยละ 30  -  40  ทั่วโลกสามารถป้องกันได้   โดยการเปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   ตามรายงานนี้ได้ระบุถึงหลักฐานแน่ชัดว่า อาหารที่อุดมไปด้วยผัก  และผลไม้  ถือเป็นอาหารต้านมะเร็ง   กลุ่มผู้เชี่ยวชาญได้สรุปไว้ว่า   การบริโภคผักและผลไม้หลากหลายชนิดให้ได้วันละไม่น้อยกว่า   400 กรัม  อาจจะช่วยลดการเกิดมะเร็งลงได้   โดยรวมแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ  20

การรับประทานผักผลไม้อย่างหลากหลาย   จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า  ร่างกายจะได้รับสารอาหารพวกเกลือแร่และวิตามิน , อาหารเส้นใย , และสารอาหารที่เป็นประโยชน์อื่นๆอีกมากมายอย่างเช่น  สารต้านอนุมูลอิสระ  ถึงแม้ว่าผักและผลไม้  ทุกชนิดมีประโยชน์ต่อสุขภาพคนเรา   แต่พวกผักใบเขียว   อย่างเช่นผักกาดหอม , ผักขม , พืชผักตระกูลกะหล่ำ  เช่น  บรอคโคลี , กะหล่ำดอก หรือ กะหล่ำปลี  รวมถึงพืชพวกส้ม  , มะนาว , รวมทั้งน้ำส้มและน้ำมะนาว   ให้ประโยชน์สูงต่อร่างกาย อย่างพืชหัว  เช่น  มันฝรั่ง  มันสำปะหลัง   พืชเหล่านี้ไม่ได้นับอยู่ในเป้าหมายของการบริโภคผักและผลไม้เพื่อสุขภาพ  แต่จะสามารถให้ประโยชน์  กับสุขภาพได้ในแง่เป็นอาหารเส้นใย   สามารถช่วยให้ร่างกายได้รับอาหารเส้นใยพอเพียงตามเป้าหมายได้

คำแนะนำการบริโภคอาหารเส้นใยให้ได้วันละ  25 – 30 กรัม  จะทำได้ด้วยวิธีเดียวคือ   รวมพืชอาหารที่อุดมด้วยเส้นใยเข้าด้วยกัน  เช่น  ข้าวกล้อง , ผัก , ผลไม้  ถั่วเปลือกแข็ง  และเมล็ดต่างๆ   และจัดไว้ในรูปแบบของการบริโภคอาหารประจำวัน  และ/หรือ   ใช้พวกรำข้าว เสริมร่วมด้วย

การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเอเชีย

สำหรับผู้บริโภคชาวเอเชียส่วนใหญ่แล้ว  ผักและผลไม้ที่ซื้อหาได้ในท้องตลาดทั่วไปมักจะเป็นผลผลิตจากการทำการเกษตรแบบที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชแทบทั้งสิ้น  เนื่องจากเกษตรกรเองมักเกรงว่าทั้งโรค  แมลง  ไวรัส  และศัตรูพืช  อื่นๆ  จะมาทำให้ผลผลิตลดลง  รวมถึงคุณภาพด้วย   จีงฉีดสารป้องกันไว้ก่อน

สารเคมีเกษตรซึ่งรวมถึง  สารกำจัดศัตรูพืช   มีบทบาทมหาศาลกับการทำการเกษตรในเอเชีย   เพราะได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ  และผลผลิตให้สูงขึ้น  เพื่อให้มั่นใจว่าผลผลิตอาหาร  มีเพียงพอที่จะเลี้ยงประชากรซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในภูมิภาคนี้   ทั้งนี้มีความต้องการของความหลากหลายของชนิดและคุณภาพของอาหารด้วย   ด้วยการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช   อย่างมีความรับผิดชอบ   ประโยชน์จะเกิดกับการเกษตรมากมาย   ซึ่งจะส่งผลถึงสังคมโดยรวมด้วย   อย่างเช่น   การมีผลิตผลทางเกษตรที่มีคุณภาพหลากชนิดให้เราได้บริโภคตลอดทั้งปี;  ต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงจะมีผลทำให้ผู้บริโภคได้ซื้อหาในราคาที่ลดลงด้วย   ความจริงแล้วการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชบางชนิดอย่างถูกต้องและด้วยความรับผิดชอบเป็นอย่างดีจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยต่อการบริโภคผลผลิตบางอย่างด้วยซ้ำ  เนื่องจากการใช้สารเคมีเหล่านั้นกับพืชจะไปช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อจุลินทรีย์ติดมากับผลผลิต   และอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้

ต่อไปนี้  เป็นข้อมูลความจริง  เพื่อตอบคำถามในเรื่องความเชื่อที่ไม่ถูกต้องที่กลายเป็นความกังวลของผู้บริโภค

ความเชื่อที่ 1 เกษตรกรพ่นยากับพืชที่เขาปลูกเยอะมาก  เป็นอันตรายต่อการกิน

ความจริง -  ถึงแม้ว่าจะมีตัวอย่างของการใช้สารเคมีเกษตรอย่างผิดๆ  หรือใช้มากเกินบ้างเป็นบางครั้งบางคราว    หน่วยงานที่ควบคุมกฎระเบียบพบว่า   เกษตรกรส่วนใหญ่แล้ว   ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างมีความรับผิดชอบ  และทำตามทำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด   เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสารตกค้างในปริมาณต่ำ   ไม่มีผลกระทบกับสุขภาพ   อีกประการหนึ่ง   สารกำจัดศัตรูพืชมีราคาสูง   เกษตรกรจึงพยายามใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น   เพื่อตัดค่าใช้จ่าย

ความเชื่อที่ 2 สารเคมีกำจัดศัตรูพืชก่อมะเร็งได้

ความจริง -  จนถึงทุกวันนี้  จากการศึกษายังไม่พบความเกี่ยวโยงที่เด่นชัด  และแน่นอนระหว่าง   สารตกค้างในอาหารกับ  ความเจ็บป่วยของมนุษย์   การศึกษาจะต้องทำต่อไปอย่างแน่นอน   แต่ในขณะเดียวกันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์   พิสูจน์เด่นชัดโดยไม่มีการโต้แย้งว่าโรคแห่งความเสื่อม   และโรคเรื้อรังต่างๆ  เช่น  โรคหัวใจ  และมะเร็ง   มีความเกี่ยวโยงกับ  การรับประทานผัก  และผลไม้ไม่พอเพียง

สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งอเมริกา   ได้บันทึกว่า  “ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะให้เชื่อได้ว่า  การรับประทานอาหารที่มีสารเคมี  พวกปุ๋ย  , สารกำจัดศัตรูพืช , และยาที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์  จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความเสี่ยงต่อมะเร็ง  การสัมผัสกับสารเคมีที่มนุษย์ผลิตขึ้นในอากาศ  ในน้ำ  ในดิน  และในอาหาร  เชื่อว่าเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งไม่ถึงร้อยละ 1 ของกรณีการเกิดมะเร็งทั้งหมด  ”    ในทำนองเดียวกัน ,มีรายงานของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด  ปีพศ.2539 เรื่องการป้องกันมะเร็ง ( เล่ม 1 : สาเหตุของการเกิดมะเร็งในมนุษย์ )  ได้สรุปไว้ว่า  ในสหรัฐอเมริกา ร้อยละ  65  ของการเสียชีวิตจากมะเร็ง  อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ ,อาหาร , โรคอ้วน , และการขาดการออกกำลังกาย   และมีเพียงร้อยละ  1  เท่านั้น  ที่อาจเกิดมาจากสารเติมแต่ง   และสารปนเปื้อนในอาหาร

ความเชื่อที่ 3 เราไม่รู้ว่าเขาใช้สารเคมีอะไรบ้าง

ความจริง - ก่อนที่จะมีการอนุญาตให้ใช้สารเคมีเกษตรใดๆกับพืชอาหารจะมีการกำหนดปริมาณที่อนุญาตให้ใช้ได้   ตลอดช่วงเวลาการเพาะปลูก   รวมจนถึงการกำหนดปริมาณที่ปลอดภัยของสารตกค้าง   ที่อาจคงอยู่ในอาหารได้  ณ  จุดขาย แต่ละประเทศในเอเชีย จะเป็นผู้กำหนดระดับความปลอดภัยของสารตกค้างเอง โดยอยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์หลายๆครั้ง  และในขณะเดียวกันระดับความปลอดภัยที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้นเองนี้  ต้องเป็นไปตามมาตฐานสากล  ซึ่งกำหนดโดย The Codex  Alimentarius Commission ด้วย  หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่  องค์การอนามัยโลก  (WHO)  และองค์การอาหารและเกษตร  (FAO)  ร่วมกันจัดตั้งขึ้น

ความเชื่อที่ 4  เราไม่รู้ว่าสารกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างอยู่ในอาหารเหล่านี้ทำอะไรกับสุขภาพเราบ้าง

ความจริง - เครื่องมือสำคัญที่สุดชนิดหนึ่งที่ใช้ในการคำนวณหาความปลอดภัย ของการใช้สารเคมีเกษตรกับพืชอาหาร   ก็คือ  การคำนวณหาค่าระดับการยอมรับได้ต่อวัน (ADI ) ค่า ADI ของสารกำจัดศัตรูพืชทุกชนิด  คือการวัดปริมาณสารเคมีที่อยู่ในสารกำจัดศัตรูพืชนั้นๆ  ในอาหาร โดยที่คนเราสามารถบริโภคได้ทุกวันตลอดชีวิต  และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  ค่านี้วัดโดยสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว และอยู่บนพื้นฐานของการทดสอบความปลอดภัย  และให้มีค่าความปลอดภัย   หรือ “ safety  margins ”  สูง

เพื่อการประเมินปัญหาสุขภาพที่เกิดจากสารปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหารขั้นต่อไป   เราใช้การศึกษาอาหารโดยรวม (Total Diet Studies – TDS ) มาเป็นตัวกำหนดปริมาณของสารเคมีที่ร่างกายรับเข้าไปจากการรับประทานอาหารประจำวัน   ปริมาณสารที่ร่างกายได้รับจริงจะถูกนำมาเปรียบเทียบ  กับระดับของ  ADI  จากนั้นเราจะ  สามารถประเมินได้ว่าประชากรได้รับจำนวนสารปนเปื้อนในร่างกาย  จากอาหารประจำวันเป็นปริมาณเท่าใด โดยใช้ค่า ADI  เป็นตัวเปรียบเทียบ

ความเชื่อที่ 5 สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเป็นสารพิษ  ดังนั้นแม้ว่าร่างกายจะได้รับเพียงเล็กน้อยก็เป็นอันตรายได้

ความจริง - สารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะสลายตัวได้ในระยะเวลาอันสั้นหลังจากการใช้   ดังนั้นการที่เราฉีดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว   โอกาสที่จะมีสิ่งตกค้างบนผลผลิตจะน้อยมาก   นอกจากนั้น  สารกำจัดศัตรูพืชบางชนิดจะถูกออกแบบให้เป็นพิษกับศัตรูพืชเฉพาะอย่าง เท่านั้น   และจะมีผลกระทบกับร่างกายมนุษย์น้อยมาก

อีกประการหนึ่งที่ทำให้มั่นใจมากขึ้น  ก็คือร่างกายคนเรานั้นเรียนรู้ที่จะรับมือกับสารเคมีเป็นพิษในปริมาณน้อยๆได้   ซึ่งโดยปกติแล้วอาหารหลายชนิดที่เรารับประทานก็จะมีการปนเปื้อนตามธรรมชาติอยู่แล้ว   ตัวอย่าง  เช่น  บรอคโคลี , คะน้าและมันฝรั่ง พืชทั้งสามชนิดนี้ประกอบด้วยสารบางอย่างในปริมาณเล็กน้อย ถ้ารับประทานเข้าไปเป็นจำนวนมาก  อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้  แต่ถ้าร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหารตามปกติจะไม่เกิดผลเสียใดๆ มิหนำซ้ำผลดีที่จะได้รับจากอาหารเพื่อสุขภาพเหล่านี้   มีเหลือคณานับเลยทีเดียว   เมื่อเทียบกับความเสี่ยง

ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎระเบียบเรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืช   และการคำนวณปริมาณสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในอาหารในชีวิตประจำวัน  เชิญอ่านได้จาก AFIC’S   Short  Briefing  on  Pesticides  Residues

การตอบข้อสงสัย และการสร้างความมั่นใจของผู้บริโภค -คำแนะนำของ  AFIC

ผู้บริโภคต้องการความมั่นใจว่า   เขาสามารถรับประทานพืชอาหารที่ปลูกโดยวิธีที่มีการใช้สารเคมี  อย่างเหมาะสม  และด้วยความรับผิดชอบ  เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกกฎระเบียบ  และการใช้อย่างถูกต้อง  , การประเมินความปลอดภัย ; การติดตามเพื่อให้มั่นใจในการใช้อย่างถูกวิธี จะต้องมีความเข้าใจผู้บริโภคให้ดีขึ้น   และสามารถให้ข้อมูลตามที่ผู้บริโภคต้องการได้ ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนเรื่องกลไกดูแลความปลอดภัย รวมถึงความพยายามที่จะยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัยนี้ให้ดียิ่งขึ้นต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้รับรองพร้อมกับระบบการรายงานอย่างโปร่งใส ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะขอดูข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการผลิตการเกษตร เช่น ผลไม้, ผัก และ ธัญพืช  เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารมีพอเพียง    และปลอดภัยต่อการบริโภค  เพื่อจะได้ใช้ในการตัดสินใจด้วยตัวเองได้

ฝ่ายเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อชุมชนในประเทศในเอเชียเอง   ก็ต้องทำในเรื่องการสื่อสารกับชุมชนให้มากขึ้น   ในเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการบริโภคผัก  ผลไม้  และเมล็ดธัญพืช  ที่มีต่อสุขภาพ   และขณะเดียวกัน  ก็ต้องแก้ไขความเข้าใจผิดๆ  ในเรื่องของความเชื่อบางอย่างด้วย   มีผู้บริโภคในเอเชียจำนวนไม่น้อยทีเดียว  ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารให้ได้คุณค่าตามเป้าหมายทางโภชนาการได้    อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ   ความกลัวเรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช   เพราะการใช้สารเคมีเพื่อช่วยป้องกันศัตรูพืช ไม่ให้มาทำลายพืชผล   จะทำให้ผลผลิตมีราคาที่สามารถซื้อหาได้ง่ายขึ้น    และยังคงปลอดภัยต่อการบริโภค  ราไม่ควรให้ความกลัวที่ไม่จำเป็นนี้   มาเป็นกำแพงกั้นไม่ให้คนเลือกบริโภคผลผลิตการเกษตรที่เป็นอาหารเพื่อโภชนาการที่ดี อีกต่อไป

บทสรุป

แทบจะทุกคนก็ว่าได้    ที่จะได้รับประโยชน์จากการรับประทานผักและผลไม้     ความหลากหลายมีความสำคัญพอๆกันกับจำนวน  ประโยชน์จากการรับประทานอาหารให้มีความหลากหลาย    ถือได้ว่ามีมากกว่าสิ่งที่ผู้บริโภคมักกังวลในเรื่องที่ต้องรับประทานสิ่งตกค้างจากสารเคมีเกษตรอย่างเทียบกันมิได้เลย     ในเรื่องนี้มีหลักฐานที่แน่ชัด  และมากมายว่าคนที่มีปัญหาสุขภาพจากโรคเรื้อรังและความเสื่อมทางร่างกาย    มักมีความเกี่ยวเนื่องกันกับการบริโภคที่ไม่สมดุลย์     ไม่ใช่การมีสารเคมีตกค้างในอาหาร 

t_Articles

 
 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.