<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> ข่าวประชาสัมพันธ์ AFIC – อาหารปลอดภัย, โภชนาการที่ดีกว่าเดิม และเด็กสุขภาพดี t_Articles รักษารอยยิ้มที่แสนหวานของคุณไว้ AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

ข่าวประชาสัมพันธ์ AFIC – อาหารปลอดภัย, โภชนาการที่ดีกว่าเดิม และเด็กสุขภาพดี
Press Release - Safe Food, Better Nutrition and Healthy Children

 
7 พฤษภาคม 2551

อาหารที่ปลอดภัย, โภชนาการที่ดีกว่าเดิม และเด็กสุขภาพดี - เป็นหัวข้อเนื้อหาหลักของการสัมนาระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพของเด็กที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย (AFIC) ได้จัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2551

การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญของลักษณะการดำเนินชีวิตทั่วทั้งทวีปเอเชียซึ่งรวมถึงการลดลงของการทำกิจกรมทางด้านร่างกายและการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น, มีความหมายว่า ความท้าทายทางด้านสุขภาพที่เด็กๆและพ่อแม่ผู้ปกครอง/ผู้เลี้ยงดูเด็ก ในประเทศต่างๆของเอเชียกำลังเผชิญอยู่นั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญจากภูมิภาคใกล้เคียงซึ่งรวมถึงผู้เข้าร่วมสัมนาจากองค์การอนามัยโลก (WHO), ผู้ควบคุมดูแลภาครัฐ, นักวิทยาศาสตร์,ตัวแทนจากสื่อสารมวลชนและกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารได้พบปะกันเพื่อแสดงความคิดเห็นประเด็นด้านโภชนาการที่มีผลกระทบมากที่สุดต่อเด็กเอเชียในวันนี้และหนทางที่มีประสิทธิภาพเพื่อจัดการปัญหาเหล่านี้

จากนิวเดลีถึงปักกิ่ง, กรุงเทพฯถึงโซล, ประเด็นซึ่งกำลังเผชิญหน้าอยู่ล้วนคล้ายคลึงกัน เด็กๆในชุมชนเมืองของเอเชียมีแนวโน้มอ้วนขึ้นและแข็งแรงน้อยลง อย่างไรก็ตามในหลายเมืองใหญ่ แม้แคลอรี่ที่รับประทานเข้าไปจะมีปริมาณเหมาะสมหรือมากเกินความจำเป็น บ่อยครั้งที่สารอาหารที่ได้รับกลับไม่สมดุล ศาสตราจารย์ หยาง ยู่ ซิน ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการและอาหารปลอดภัยแห่งชาติ ประเทศจีน, กล่าวว่า ผลสำรวจโภชนาการแห่งชาติ ประเทศจีนได้แสดงผลว่าเด็กๆได้รับแคลเซียม, สังกะสี, วิตามินเอ, บี 2 และ ซี ในปริมาณที่ต่ำ ถึงแม้จะมีเพียงพอสำหรับรับประทาน ความพยายามในการจัดการเรื่องน้ำหนักเกินในเด็กของภูมิภาคนี้ต้องการความมั่นใจว่าสารอาหารรองที่ได้รับนั้นต้องเพียงพอ, ศาสตราจารย์หยางกล่าว

ดร.คูแนล บัคชี, ที่ปรึกษาด้านโภชนาการส่วนภูมิภาคแห่งองค์การอนามัยโลก, สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในกรุงนิว เดลี, ประเทศอินเดีย กล่าวว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญคืออัตราการรับประทานอาหารนอกบ้านสูง ในวันนี้ ลักษณะการดำเนินชีวิตในภูมิภาคได้รับผลจากอัตรามารดาทำงานนอกบ้านที่สูงและสามารถจัดสรรเวลาได้น้อยลงสำหรับการเตรียมมื้ออาหารและช่วงเวลาอาหารของครอบครัว การรับประทานอาหารนอกบ้านเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆและทางเลือกอาหารที่เด็กได้รับอาจจะไม่ดีที่สุดเสมอไป สิ่งนี้ได้รับการยืนยันจากการศึกษาของ AFIC เมื่อเร็วๆนี้ที่ทำการศึกษาจากกลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 13-49 ปี ซึ่งพบว่าประชาชนในกรุงเทพฯรับประทานอาหารนอกบ้านโดยเฉลี่ย 21 ครั้งต่อเดือน ซึ่งมากที่สุดคือศูนย์อาหาร และในเซี่ยงไฮ้ พบอัตราการรับประทานอาหารนอกบ้านนั้นต่ำกว่ากรุงเทพฯ แต่ยังคงมีนัยสำคัญอยู่ที่ 12 ครั้งต่อเดือน เฮเลน ยู กรรมการผู้จัดการศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย (AFIC) กล่าวว่า ผู้บริโภคต้องการข้อมูลเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ “ผลการสำรวจแสดงว่าประชาชนต้องการข้อมูลด้านโภชนาการเพิ่มเติม ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ที่อาศัยในกรุงเทพฯกล่าวว่า พวกเขา(หรือครอบครัว) มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงอาหารหากมีข้อมูลมากกว่าที่เป็นอยู่” เฮเลน ยู กล่าว

งานวิจัยจากศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย (AFIC), ซึ่งได้จัดทำขึ้นในกรุงเทพฯและเซี่ยงไฮ้ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2550 ได้มองถึงปัจจัยหลักที่มีผลต่อทางเลือกอาหาร และพบว่ารสชาติเป็นลำดับต้นๆที่ประชาชนมองเมื่อมีการเลือกอาหาร ลำดับต่อๆมาคือโภชนาการและรวมถึงข้อมูลบนฉลากอาหาร การวิจัยได้มุ่งประเมินความพึงพอใจต่อฉลากอาหารในหลายๆรูปแบบและพบว่า ไม่ว่าฉลากอาหารจะปรากฎอยู่ในรูปแบบใด ความเข้าใจของผู้บริโภคที่มีต่อฉลากอาหารนั้น มีอยู่ในระดับต่ำ

การศึกษาได้ทำการทดสอบฉลาก 3 ประเภท – “แบบสัญญาณไฟจราจร” (Traffic Light Labels) ซึ่งใช้สีแดง, สีเหลือง และสีเขียวในการระบุปริมาณเปรียบเทียบของแคลอรี่, ไขมัน, น้ำตาล และเกลือ; แบบคำแนะนำจำนวนหน่วยบริโภคต่อวัน (Guideline Daily Amount-GDA) ซึ่งจะแสดงข้อมูลปริมาณแคลอรี่, ไขมัน, น้ำตาล และเกลือ และสัดส่วนของส่วนประกอบเหล่านี้เป็นหน่วยบริโภคของอาหารเปรียบเทียบกับปริมาณที่แนะนำต่อวันและท้ายสุดคือ ฉลากซึ่งเพียงแสดงข้อมูลแคลอรี่เป็นหน่วยบริโภคและจำนวนรวมแคลอรี่ต่อวันที่ร่างกายต้องการ สิ่งที่ค้นพบได้แสดงผลว่า ในขณะที่ประชาชนส่วนมากสามารถบอกจำนวนแคลอรี่ในอาหารที่แสดงบนฉลาก พวกเขากลับไม่เข้าใจรหัสสีในฉลากแบบสัญญาณไฟจราจร และส่วนมากไม่ทราบปริมาณแคลอรี่ที่พวกเขาต้องการต่อวัน หรือระดับแคลอรี่ของอาหารและเครื่องดื่มที่บริโภคกันปกติ ระดับความรู้และความเข้าใจต่ำในเรื่องนี้ต่ำลงอีกในประชาชนกลุ่มวัยหนุ่มสาวและผู้ที่มีการศึกษาน้อย

กลุ่มเด็กและวัยรุ่นเป็นจุดศูนย์กลางที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากหน่วยงานทางด้านสุขภาพในความพยายามที่จะลดความเสี่ยงอันเพิ่มขึ้นจากโรคอ้วน ซึ่งขณะนี้พวกเขาเป็นกลุ่มที่เป็นไปได้มากว่าไม่อ่านฉลากอาหารและแสดงออกว่ามีความสนใจน้อยในการขอรับข้อมูลด้านทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดี “แผนการต่างๆที่ให้การศึกษาแก่เด็กและวัยรุ่นในเรื่องการรักษาน้ำหนักตัวที่ดีต่อสุขภาพนั้นต้องมีการวางแผนอย่างระมัดระวังเพื่อให้แน่ใจว่ามีเป้าหมายและมีประสิทธิผล” เฮเลน ยู กล่าว “มีมื้ออาหารหลักหลายๆมื้อที่ประชาชนต้องออกไปรับประทานกันนอกบ้าน ดังนั้นการให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับแคลอรี่ในตัวเลือกอาหารที่ได้รับความนิยม อาจเป็นก้าวแรกที่ดีในการช่วยประชาชนให้ได้รับตัวเลือกที่ดีขึ้น” ในประเทศสิงคโปร์, รัฐบาลได้ให้ข้อมูลโภชนาการในเรื่องของร้านอาหารริมทางมาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นความจริงที่ทราบกันว่าอัตราส่วนร้อยละของแคลอรี่ต่อวันที่ประชาชนได้รับจากอาหารเหล่านี้มีความสำคัญ

การศึกษาเรื่องสมดุลพลังงานยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากการศึกษาแสดงว่ามีหลายคนที่ยังสับสนในเรื่องแคลอรี่และปริมาณเปรียบเทียบที่พวกเขาต้องการในแต่ละวันจากอาหารที่รับประทานกันอยู่ปกติ
 

 
 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.