<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> กระดูกที่แข็งแรง เพื่อสุขภาพแห่งชีวี - วันโรคกระดูกพรุนสากล ปี 2548 t_Articles AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

ข่าวประชาสัมพันธ์จากศูนยข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย: กระดูกที่แข็งแรง เพื่อสุขภาพแห่งชีวี – วันโรคกระดูกพรุนสากล ปี 2548
Press Release - Strong Bones for Healthy Living (World Osteoporosis Day 2005)...

 
t_Articles t_Articles

13 ตุลาคม 2548

 

วันที่ 20 ตุลาคม เป็นวันโรคกระดูกพรุนสากล คำขวัญในปีนี้ คือ กระดูกที่แข็งแรง เพื่อสุขภาพแห่งชีวี โดยมุ่งเน้นถึงบทบาทอันเป็นประโยชน์ของการออกกำลังกายต่อการป้องกันโรคกระดูกพรุน เพื่อรณรงค์วันโรคกระดูกพรุน ศูนย์ข้อมูลด้านอาหารแห่งเอเชีย (Asian Food Information Centre) ขอนำเสนอความรู้ความเข้าใจบางประการเกี่ยวกับแนวโน้มการเกิดโรคกระดูกพรุนในภูมิภาค และข้อแนะนำเพื่อการป้องกันโรคดังกล่าว

 

โรคกระดูกพรุน คือ อะไร?

โรคกระดูกพรุน เป็นโรคความเสื่อมของโครงกระดูกของร่างกาย โดยมีลักษณะกระดูกที่เปราะบาง และมีอัตราการแตกหักของกระดูกที่สูง โดยเฉพาะที่บริเวณสะโพก กระดูกสันหลัง และข้อมือ โรคกระดูกพรุนเกิดขึ้นได้ในวัยผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปี ขึ้นไป โดยประมาณ และพบบ่อยมากที่สุด ในผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป

 

โรคกระดูกพรุนเป็นปัญหาสำหรับชาวโลกตะวันตกด้วยหรือไม่?

จากข้อมูลล่าสุด มูลนิธิโรคกระดูกพรุนสากลระบุว่า มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของการเกิดโรคกระดูกแตกหักที่บริเวณสะโพกทุกชนิด จะเกิดขึ้นในเอเชีย ภายในระยะเวลาไม่เกินปี ค.ศ. 2050

 

อะไรคือสาเหตุของการเกิดโรคกระดูกพรุนที่เพิ่มสูงขึ้น?

เท่าที่ทราบกันดีแล้วว่า การคาดหมายคงชีพ (life expectancy) ที่ยาวนานนั้นมีมาก แต่เหตุที่ความหนาแน่นของกระดูกจะเสื่อมลงตามอายุขัย หากปราศจากซึ่งขั้นตอนที่จะชะลอกระบวนการดังกล่าวแล้ว คนแล้วคนเล่าต้องเผชิญกับภาวะการมีกระดูกเปราะบางเมื่ออยู่ในวัยชราอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ประกอบกับอาหารของชาวเอเชียหลายชนิดมีประมาณแคลเซียม ซึ่งเป็นเกลือแร่ที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างความหนาแน่นของกระดูกให้กับร่างกายที่ต่ำ

 

อีกทั้ง แนวโน้มการมีวิถีชีวิตนั่งๆ นอนๆ ที่เพิ่มขึ้น โดยไม่มีการออกกำลังกายที่ต้องแบกน้ำหนักตัวต่ำหรือไม่เพียงพอ เป็นต้นว่า การเดินออกกำลัง การเดินตามปกติ การแบกสัมภาระ และ การออกกำลัง เป็นปัจจัยหลักที่ส่งกระทบ ดังกล่าว

 

การออกกำลังกายมีความสำคัญต่อความแข็งแรงของกระดูกอย่างไร?

การออกกำลังโดยการแบกน้ำหนักตัวและการออกกำลังแบบอาศัยการยืดหดกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างและบำรุงสุขภาพของกระดูก ได้มีการศึกษาว่าการออกกำลังกายจะช่วยให้เกิดสมดุลและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยครั้งที่สุดต่อการเกิดการแตกหักของกระดูก

 

การออกกำลังกายโดยการแบกน้ำหนักตัว ที่ซึ่งกระดูกและกล้ามเนื้อมีการทำงานต้านแรงโน้มถ่วงของโลก จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก การออกกำลังกายใดๆ ที่เท้าและขาแบกรับน้ำหนักของร่างกาย เช่น การเดิน การวิ่ง การเดินขึ้นบันได การเต้นรำ หรือโดยการยกน้ำหนัก จะช่วยเสริมสร้างความหนาแน่นของกระดูก การว่ายน้ำและการปั่นจักรยาน ไม่ใช่เป็นการแบกน้ำหนักตัว ถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านสุขภาพอื่นๆ ก็ตาม แต่ไม่ช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคกระดูกพรุน

 

การออกกำลังกายแบบอาศัยการยืดหดตัวกล้ามเนื้อ จะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และช่วยให้กระดูกมีความแข็งแรง กิจกรรมต่างๆ เป็นต้นว่า การยกน้ำหนัก มิเพียงแต่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ติดกับกระดูกด้วยเช่นกัน เพื่อเสริมสร้างการป้องกันการแตกหักของกระดูก

 

อาหารมีความสำคัญต่อความแข็งแรงของกระดูกอย่างไร?

การรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมและวิตามินดี ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเป็นโรคกระดูกพรุนด้วยเช่นกัน

 

แหล่งอาหารที่ให้ธาตุแคลเซียมที่ดีที่สุด คือ?

อาหารประเภทนม เช่น นมสด โยเกิร์ต เนยแข็ง เป็นแหล่งอาหารที่ให้ธาตุแคลเซียมที่ดีที่สุด ถั่วเขียว ผักกวางตุ้ง บลอคโคลิ  ใบกะหล่ำปลีจีน มัสตาร์ดเขียวจีน คะน้า ผักโขม มะเขือเทศหวาน จัดเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดี ด้วยเช่นกัน

 

น้ำนมถั่วเหลืองและเต้าหู้ที่ทำขึ้นจากเกลือแคลเซียมนั้น อุดมไปด้วยแคลเซียมอย่างดี และสารอาหารอื่นๆที่อยู่ในอาหารที่ทำขึ้นจากถั่วเหลือง ก็ช่วยในการป้องกันการเกิดเป็นโรคกระดูกพรุนด้วยเช่นกัน อีกทั้ง ปริมาณอาหารเสริมประเภทแคลเซียมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและหาซื้อได้ตามท้องตลาด เป็นต้นว่า น้ำส้มคั้น รวมทั้ง อาหารเช้าประเภทธัญญาหาร สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยได้อย่างดียิ่งต่อการได้รับแคลเซียมจากอาหาร

 

การแพ้แลกโตสเป็นอย่างไร?

ชาวเอเชียวัยผู้ใหญ่ส่วนมาก จะแพ้การดื่มน้ำนม ทั้งนี้ เนื่องมาจากการขาดเอนไซม์ที่ย่อยแลกโตสในกระเพาะ นำมาซึ่งการมีระบบย่อยอาหารที่บกพร่อง เป็นต้นว่า เกิดการบวม เป็นตะคริว เกิดแก๊ส และท้องร่วง ผู้ที่ปรากฏอาการต่างๆ เหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำนม

 

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Purdue ในสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์เอกสารรายงานเกี่ยวกับภาวะโรคกระดูกพรุนและอาการแพ้จากการดื่มน้ำนมเมื่อปี 2001 ในวารสารที่มีชื่อว่า Journal of American College of Nutrition จากรายงานดังกล่าว พบว่า ผู้ที่แพ้น้ำนมจะมีความหนาแน่นของกระดูกที่ต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม รายงานยังได้แนะนำว่า ผู้คนส่วนใหญ่ที่แพ้น้ำนม สามารถที่จะบริโภคผลิตภัณฑ์นมที่อุดมไปด้วยแคลเซียมได้ โดยทำตามข้อแนะนำต่อไปนี้ทุกข้อหรือบางข้อ -

 

Ø     แลกโตสที่อยู่ในโยเกิร์ต (โดยเฉพาะอย่างยิ่งโยเกิร์ตชนิดสด) จะถูกย่อยได้ดีกว่าแลกโตสในน้ำนม และพบว่าโยเกิร์ตจะถูกย่อยได้ดีกว่าในผู้ที่มีการย่อยแลกโตสที่ผิดปกติ

Ø     การบริโภคอาหารที่ประกอบด้วยแลกโตสปริมาณเพียงเล็กน้อย ในรูปของอาหารผสม จะถูกย่อยได้ดีกว่าการบริโภคอาหารประเภทนมตามอำเภอใจ

Ø     เนยแข็ง ช็อคโกแลต และนมประเภทมีไขมันสูง และไอศครีม โดยปกติแล้วจะถูกย่อยได้ดีกว่าอาหารประเภทนมอื่นๆ

Ø     ตัวช่วยในการย่อยแลกโตสที่สามารถหาซื้อได้นั้น สามารถช่วยในการย่อยผลิตภัณฑ์ประเภทนมได้

 

แหล่งอาหารใดที่อุดมด้วยวิตามินดีที่ดีที่สุด?

วิตามินดี สามารถสังเคราะห์ได้ในผิวหนัง จากการสัมผัสกับแสงแดด ปริมาณของวิตามินดีที่สร้างขึ้นที่ผิวหนัง จะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการสัมผัสกับแสงอัลตร้าไวโอเลต  ช่วงเวลาของวัน ความเข้มของรงควัตถุที่ผิว การใช้สารกันแดด ต่างก็มีส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณวิตามินดีในร่างกายที่ถูกสร้างขึ้นจากภายใน ว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด และสำหรับหลายๆคนแล้ว การบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดี เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้สัมผัสกับแสงแดดสักเท่าใด เป็นต้นว่า ผู้ที่อยู่ในที่พักอาศัย หรือผู้ที่ปกคลุมใบหน้า ด้วยเหตุผลทางศาสนาหรือเพื่อความสวยความงามก็ตาม แหล่งวิตามินดีจากอาหารจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

 

แหล่งวิตามินดี จากอาหารที่ดีที่สุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ไขมันสัตว์เสริมวิตามิน นม ไข่แดง เนื้อปลาที่มีปริมาณไขมันสูง และตับ นมเสริมวิตามิน มาร์การีนเสริมวิตามิน เนยสด ธัญพืช เนื้อวัว ตับ และน้ำมัน ก็เป็นแหล่งอุดมไปด้วยวิตามินดีด้วยเช่นกัน

 

อาหารเสริมคืออะไร?

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถได้รับแคลเซียม และ/หรือวิตามินดี ได้เพียงพอแก่ความต้องการจากการบริโภคอาหารเพียงอย่างเดียว ขอแนะนำให้พิจารณาบริโภคอาหารเสริม จากการศึกษา พบว่า อาหารเสริมประเภทแคลเซียมและการได้รับปริมาณวิตามินดี ที่ต่ำ  จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกสะโพกแตกหักในสตรีวัยชรา

 

สรุป

มวลกระดูกมีมากที่สุดในวัยเด็ก ก่อนที่จะค่อยๆ เสื่อมลงอย่างช้าๆ ตามช่วงอายุขัย การเสริมสร้างความหนาแน่นของมวลกระดูกในช่วงเริ่มต้นในวัยเด็ก และการชะลอกระบวนการสูญเสียเกลือแร่ข่องร่างกายในเวลาต่อมา เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยปกป้องการเกิดโรคกระดูกพรุนในอนาคต

 

การบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและวิตามินดีเป็นประจำทุกวัน ร่วมกับการออกกำลังกายโดยการแบกรับน้ำหนักตัวเป็นประจำ เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อการป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน

 

Ø     ประเทศจีน: นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1988 ถึง 1992 เปอร์เซ็นต์การเกิดกระดูกสะโพกที่แตกหักในกรุงปักกิ่ง เพิ่มขึ้น 34 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณในสตรี และ 33 เปอร์เซ็นต์ในบุรุษ

Ø     ฮ่องกง: ในปี ค.ศ. 1996, ค่ารักษาพยาบาลโรคกระดูกแตกหักอย่างปัจจุบันทันด่วน ต่อ ปี มีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 17 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีเปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นของโรคกระดูกแตกหักถึง 200 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ความชุกของโรคกระดูกสันหลังแตกหัก อยู่ที่ 17 เปอร์เซ็นต์ในบุรษ และ 30 เปอร์เซ็นต์ในสตรี

Ø     ประเทศอินเดีย: กลุ่มผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุนในปัจจุบัน อยู่ที่ 26 ล้านคนโดยประมาณ (ในปี ค.ศ. 2003) ด้วยตัวเลขที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 36 ล้านคน ภายในปี ค.ศ. 2013

Ø     ประเทศญี่ปุ่น: มีกระดูกสะโพกที่แตกหักเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า ในช่วงเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 ถึง 1997 ได้มีการประเมินความชุกของโรคกระดูกพรุนในกลุ่มประชากรสตรีชาวญี่ปุ่นที่มีอายุระหว่าง 50-79 ปี พบมีกระดูกพรุนที่กระดูกสันหลังประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ และ 9.5 เปอร์เซ็นต์ที่สะโพก

Ø     ประเทศเกาหลี: มีจำนวนการเกิดกระดูกสะโพกแตกหักเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เท่า ในช่วงเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา (1991-2001) จำนวนผู้มีกระดูกสะโพกแตกหักเมื่อมีอายุเกิน 75 ปี อยู่ที่ 4.3 ต่อ สตรี1000 ราย และ 2.97 ต่อ บุรุษ 1000 ราย

Ø     ประเทศสิงคโปร์: เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงปี 1960 กระดูกสะโพกแตกหักในสตรีมีจำนวนเพิ่มขึ้น 5 เท่า และ 1.5 เท่าในกลุ่มบุรุษ

 

สามารถสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก

www.afic.org หรือ อีเมลล์ info@afic.org 

www.osteofound.org


 

t_Articles

 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.