<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> Press Release - World Diabetes Day 2007 ข่าวประชาสัมพันธ์ เนื่องในวันเบาหวานโลก 2006 - การดูแลรักษาโรคเบาหวานสำหรับทุกคน t_Articles AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

ข่าวประชาสัมพันธ์ เนื่องในวันเบาหวานโลก 2007 -  คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานหรือไม่?

Press Release - World Diabetes Day 2007 'Diabetes – are you at risk?'

 
t_Articles t_Articles

19 ตุลาคม 2550

มีประชากรมากกว่า 89 ล้านคนในทวีปเอเชียที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคเบาหวานซึ่งองค์กรด้านสุขภาพได้ขนานนามว่าเป็นโรคระบาดระดับโลก  และด้วยจำนวนผู้ป่วยที่ยังคงมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ-ผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกจำนวน 4 ใน 5  นั้นเป็นประชากรชาวเอเชีย 

 

ความจริงที่น่าเศร้าคือโรคเบาหวานประเภท 2 ที่เป็นกันมากที่สุดนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนลักษณะการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพให้มากขึ้น การที่มีขนาดรอบเอวที่เพิ่มขึ้น ไม่ยอมออกกำลังกาย และใช้วิถีชีวิตที่เฉื่อยแฉะเป็นสิ่งที่ควรตำหนิ, และหากเราถ่ายทอดลักษณะการใช้ชีวิตแบบนี้ให้แก่ลูกหลานของเรา, แนวโน้มของการเป็นโรคเบาหวานในเด็กก็จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 ทั้งหมดนั้นมีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งที่พบในเด็กและวัยรุ่น 

 

เพื่อเพิ่มความตระหนักและป้องกันการเป็นโรคเบาหวาน, สหพันธ์เบาหวานโลก(International Diabetes Federation)ได้ระบุให้วันที่ 14 พฤศจิกายน เป็นวันเบาหวานโลก และเพื่อเป็นการสนับสนุนวันเบาหวานโลก, ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย (AFIC) ได้จัดทำ 2 ข้อมูลความรู้ใหม่ที่ง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งข้อมูลทั้ง 2 ชิ้นนี้ได้จัดทำไว้ในรูปแบบออนไลน์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคเบาหวานและอาจช่วยผู้คน (และสมาชิกในครอบครัว) ที่ต้องการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน ในการตรวจประเมินความเสี่ยงขั้นต้นด้วยตนเอง 

 

เครื่องมือที่ง่ายต่อการใช้งานของ AFIC

ประมาณ 1 ใน 2 ของผู้ที่มีสัญญาณเริ่มต้นของการเป็นโรคเบาหวานมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นเบาหวาน ดังนั้นอาการอะไรบ้างที่คุณควรมองหา และคุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ไหน

 

คุณสามารถเข้าเว็บไซต์ของAFICและทำการประเมินความเสี่ยงพัฒนาการของโรคเบาหวานด้วยวิธีการที่ง่ายและรวดเร็ว (เข้าไปที่ www.afic.org หลังจากนั้นเลือก “Self-assessment of risk for type 2 diabetes (การประเมินความเสี่ยงจากโรคเบาหวานประเภท 2 ด้วยตนเอง) ที่ http://www.afic.org/T2DM/T2DM.htm) เครื่องมือนี้ไม่สามารถทดแทนการเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรึกษาปัญหาสุขภาพ แต่อาจช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบด้วยตนเองอย่างง่ายๆ ว่า คุณเป็นหนึ่งในหลายๆคนที่อาจมีอาการของโรคเบาหวานประเภท 2 โดยที่คุณไม่รู้ตัว, หรือมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นโรคนี้หรือไม่ 

 

AFIC ยังมีโบรชัวร์ ที่ให้ความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับโรคเบาหวานและมีวิธีใดบ้างที่คุณสามารถทำได้เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็น 1 ในจำนวนผู้ป่วย 7 ล้านคนที่เป็นโรคเบาหวานและยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกๆปี เข้าชมAFIC เว็บไซต์ (www.afic.org) และเข้าไปที่ลิงค์ สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเบาหวานประเภท 2 (What You Should Know About Type 2 Diabetes), เพื่อดาวน์โหลดและพิมพ์เก็บไว้เป็นสำเนาสำหรับตัวคุณเอง 

 

ถึงเวลาลงมือปฏิบัติ

เมื่อคุณรู้ว่าสิ่งที่จำเป็นต้องทำคืออะไร แล้วทำไมไม่ร่วมกับผู้คนอีกหลายล้านคนทั่วโลกเพื่อทำความรู้จักและป้องกันการเป็นโรคเบาหวานในวันเบาหวานโลกล่ะ? ตรวจสอบความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานด้วยตนเอง - ด้วยเครื่องมือผู้ช่วยออนไลน์ของ AFIC โดยไม่มีค่าใช้จ่าย, รวดเร็ว และง่ายต่อการใช้, และอาจเป็นก้าวแรกของคุณ (และสมาชิกในครอบครัว) สู่การมีสุขภาพที่ดีในอนาคตอีกด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสำนักงานAFIC ได้ที่ info@afic.org.  

 

ความจริงเกี่ยวกับโรคเบาหวาน 

 

อะไรคือโรคเบาหวาน?

โรคเบาหวานคือการที่ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นสูงกว่าปกติ, ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์นั้น ตับอ่อนจะผลิตฮอร์โมนที่เรียกว่าอินซูลินซึ่งมีหน้าที่ในการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงานสำหรับร่างกาย, ในกรณีที่เกิดโรคเบาหวาน กระบวนการเหล่านี้จะมีความผิดปกติอันเนื่องจากสาเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ตับอ่อนไม่ผลิตอินซูลิน (เบาหวานประเภท 1) หรืออินซูลินไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์เพราะปริมาณที่ถูกผลิตขึ้นมานั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ หรือการที่เซลล์ร่างกายต่อต้านการทำงานของอินซูลิน(เบาหวานประเภท 2) ซึ่งจริงๆ แล้วโรคเบาหวานประเภท 2 เป็นชนิดที่เป็นกันมากที่สุด ซึ่งคิดเป็นจำนวนถึง 90% ของจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด 

โรคเบาหวานยังเป็นสาเหตุของการเพิ่มระดับไขมันในเลือด(คอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์) โรคแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวานยังรวมถึงการเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด, การหมุนเวียนของเลือดที่ไม่เพียงพอและทำให้เสี่ยงต่อการถูกตัดอวัยวะ, ลดการมองเห็นและเกิดอาการไตวาย 

อะไรคือปัจจัยเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน?

คุณมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นต่อการเป็นโรคเบาหวาน หาก

-          คุณมีครอบครัวที่มีประวัติป่วยด้วยโรคเบาหวานประเภท 2

-          คุณมีพัฒนาการของโรคเบาหวานระหว่างการตั้งครรภ์ (เบาหวานจากการตั้งครรภ์)

-          คุณมีภาวะน้ำหนักเกิน

-          คุณออกกำลังกายน้อยมากและปกติเป็นคนไม่กระฉับกระเฉง

-          คุณเป็นผู้สูงวัย (1 ใน 5 ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีเป็นเบาหวานประเภท 2)

 

อะไรบ้างคือสัญญาณของโรคเบาหวาน?

โดยปกติแล้วโรคเบาหวานประเภท 2 จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆและคนส่วนมากมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้จนกระทั่งเกิดอาการของโรคแทรกซ้อนต่างๆ ลักษณะอาการของโรคเบาหวานประเภท 2 ส่วนมากที่รู้กัน คือ อาการกระหายน้ำอย่างมาก, ปัสสาวะบ่อย, หิวบ่อย, น้ำหนักตัวลดลงโดยที่ไม่ได้ต้องการ, ไม่มีเรี่ยวแรง, เห็นภาพไม่ชัด, บาดแผลหรือรอยถลอกต่างๆ หายช้าลง, เกิดอาการชาหรือหมดความรู้สึกตามมือหรือเท้า, มีการติดเชื้อเรื้อรังตามบริเวณผิวหนัง, เหงือก, ช่องคลอด หรือ ทางเดินปัสสาวะ

 

เราสามารถลดความเสี่ยงพัฒนาการเกิดโรคเบาหวานของเราได้อย่างไร?

ลดน้ำหนักส่วนเกิน มากกว่า 8 ใน 10 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 มักมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน การลดน้ำหนักตัวที่เกินลงประมาณ 7-10% ของน้ำหนักปัจจุบันสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ครึ่งหนึ่ง

 

คู่มือป้องกันโรคเบาหวาน ของสหพันธ์เบาหวานโลกระบุไว้ว่าการมีไขมันบริเวณรอบเอว (ท้องน้อย) อยู่เป็นจำนวนมากนั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน ตรวจสอบความเสี่ยงของคุณโดยการวัดขนาดรอบเอวด้วยการใช้สายวัด วางสายวัดให้อยู่กึ่งกลางระหว่างขอบล่างของกระดูกซี่โครงซี่ล่างสุดและกระดูกสะโพกส่วนบน เส้นรอบเอวของผู้ชายควรมีขนาดน้อยกว่า 90 ซม. หรือของผู้หญิงควรน้อยกว่า 80 ซม. จึงจะถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานต่ำ . (IDF Consensus Worldwide Definition of the Metabolic Syndrome, 2005. www.idf.org)

 

ลุกจากที่นอน แล้วเคลื่อนไหวบ้าง!

การเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอสามารถลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ครึ่งหนึ่งทีเดียว นั่นเป็นเพราะว่าการให้กล้ามเนื้อได้เคลื่อนไหวจะช่วยเพิ่มความสามารถของกล้ามเนื้อในการดูดซึมกลูโคสและใช้อินซูลิน

 

เลือกลักษณะการออกกำลังกายที่ผสมผสานกันระหว่างการออกกำลังกายแบบแอโรบิค, การฝึกความแข็ง แรงของกล้ามเนื้อ, และการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ

1) การออกกำลังกายแบบแอโรบิค - แนะนำให้ทำอย่างน้อย 5 ครั้งต่ออาทิตย์ ประมาณ 30 นาทีต่อวัน หากคุณต้องการลดน้ำหนัก ให้เพิ่มระยะเวลาการออกกำลังซึ่งเป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม AFIC แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มระดับและระยะเวลาการออกกำลังกาย

 

2) การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ-การสร้างกล้ามเนื้อหมายถึงการที่ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าและปรับปรุงความสามารถของร่างกายเองเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด การยกน้ำหนักเป็นตัวอย่างการออกกำลังกายเพื่อฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

 

3)การออกกำลังเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เช่น การยืดเหยียดช่วยให้ข้อต่อมีความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงจากการได้รับบาดเจ็บระหว่างการออกกำลัง

 

การเพิ่มกิจกรรมทางด้านร่างกายไม่ได้หมายถึงการต้องเข้าสถานที่ออกกำลังกายหรือสโมสรกีฬา การเปลี่ยนแปลงลักษณะการดำเนินชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดความแตกต่างได้ ทำไมไม่เดินไปทำงานหรือร้านค้าล่ะ? หรือไม่ก็ทำสวน? หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของเด็กๆ หรือลูกหลานของคุณที่ต้องใช้ความคล่องแคล่วว่องไวของร่างกาย หรือ ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์หรือบันไดเลื่อน หรือเดินขึ้นลงบันไดเลื่อนบ้างก็ได้?

 

อ้างอิง

1. WHO Consultation Report. Definition, diagnosis and classification of diabetes mellitus and its complications (1999)
2. International Diabetes Foundation: Diabetes Atlas Executive Summary 2nd Ed. 2003
3. American Diabetes Association, 'Standards of Medical Care for Patients with Diabetes Mellitus', Diabetes Care, January 2003
4. WHO: The Asia-Pacific Perspective on Obesity 2001
5. Hu, van Dam, & Liu, 'Diet and risk of type II diabetes: the role of types of fat and carbohydrate', Diabetologia 44:805-817, 2001
6. Cefalu & Hu, 'Role of Chromium in Human Health and in Diabetes', Diabetes Care 27:11, Nov 2004 pp 2741-51
7. Schultze, Willet, Stampfer, Hu, et al, 'Sugar-Sweetened Beverages, Weight Gain, and Incidence of Type 2 Diabetes in Young and Middle-aged Women', JAMA 2004;292:927-934r

 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.