วันหัวใจโลกจัดขึ้นพร้อมกันในเกือบ 100 ประเทศ
กิจกรรมทางการศึกษาที่ถูกจัดขึ้นพร้อมกันทั่วโลกในวันนั้นเพื่อชักชวนให้ทุกคนมามีส่วนร่วมในกิจกรรม
กิจกรรมที่จัดขึ้นมีมากมายหลายลักษณะ รวมถึง การเดิน, วิ่ง,
การตรวจวัดเพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยง, การประชุมสื่อมวลชน,
การประกวดงานศิลปะ, การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญและอื่นๆอีกมากมาย
กิจกรรมที่จัดขึ้นปีที่แล้วมีตั้งแต่นิทรรศการด้านสุขภาพในประเทศญี่ปุ่น
จนถึงเข้าแถวรวมพลังกันเต้นเพื่อรณรงค์ในสิงคโปร์!
หากอยากทราบว่าพื้นที่ที่คุณอยู่มีแผนกิจกรรมอะไรบ้าง
ลองเข้าไปดูในเว็บไซต์มูลนิธิหัวใจ (Heart
Foundation) ใน ประเทศของคุณ ลิงค์ต่างๆสามารถหาได้ใน
worldheartday.org
การดูแลหัวใจเป็นสิ่งสำคัญมาก ในแต่ละวันหัวใจของเราเต้นประมาณ 100,000 ครั้ง
หัวใจสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายเพื่อนำออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อทั้งหมดและขับของเสียออกจากร่างกาย
เส้นโลหิตแดงทำหน้าที่ลำเลียงเลือดและออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ
หากไขมันสะสมอยู่ในเส้นโลหิตแดงเหล่านี้มากๆจะทำให้เกิดโรคหัวใจ
โรคหัวใจและโรคเส้นเลือดตีบเป็นสาเหตุใหญ่ของการป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรทั่วโลก
เราสามารถลดความเสี่ยงต่อการก่อตัวของอาการเหล่านี้ได้อย่างมากได้โดยการนำเอาสุขนิสัยที่ดีมาใช้ในช่วงต้นๆของชีวิต
การดูแลสุขภาพหัวใจของคนในครอบครัว มีดังนี้
การรับประทานอาหารที่มีความสมดุลทางโภชนาการ
เป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่เพียงเฉพาะเพื่อสุขภาพหัวใจเท่านั้น
แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจด้วยว่า
เด็กๆจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการ
การรับประทานเพื่อสุขภาพในบ้านเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
การให้เด็กๆได้มีส่วนร่วมในการเข้าครัวประกอบอาหาร
เป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดทัศนคติทางบวกต่ออาหาร เริ่มต้นง่ายๆ เช่น
ให้ช่วยล้างผัก, เตรียมส่วนผสม, หรือจัดโต๊ะอาหาร-
และนั่นอาจช่วยให้คุณได้พักด้วย
การรับประทานให้แตกต่างและหลากหลายก็สำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผัก
ผลไม้, เนื้อแดงหรือปลา, ถั่วและผักตระกูลถั่วและธัญพืชไม่ขัดสี เช่น
ข้าวแดง จำกัดปริมาณไขมันชนิดอิ่มตัว เช่น หลีกเลี่ยงเนย, ครีม,
เนยที่ทำจากพืช, เนื้อติดมัน, เช่นเดียวกับน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์ม
ควรเลือกทานอาหารที่ทำจากการอบหรือย่างดีกว่าการทอด
หลีกเลี่ยงการเติมเกลือ, ใช้น้ำมันหอย, ซอสถั่วเหลือง
และน้ำปลาที่มีปริมาณเกลือต่ำและใช้แต่น้อย ใช้เครื่องเทศ สมุนไพร
และพริกเพื่อเพิ่มรสชาติอาหารแทน การถนอมอาหารโดยใช้เกลือตามแบบโบราณ
เช่น ไข่เค็ม ปลาเค็มตากแห้ง (เช่น ปลาแองโชวีหมัก) และเนื้อ (เช่น
แฮมและไส้กรอก)
อาหารเหล่านี้มีเกลือสูงมากและควรทานเป็นครั้งคราวเท่านั้นจึงดีที่สุด
เด็กๆส่วนมากชอบรสหวาน
หลักฐานการวิจัยระบุว่ากฎข้อบังคับที่มากเกินไปมักทำให้ขาดแรงกระตุ้น ในทาง กลับกัน
ชักชวนให้เด็กๆทานของหวานบ้างเป็นครั้งคราว และเสนอผลไม้ทั้งสดและแห้ง, ถั่ว,
โยเกิร์ตไขมันต่ำ
และของว่างที่ไม่มีรสหวานเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้แก่เด็กๆที่จะช่วยสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการทานอาหารเพื่อสุขภาพได้ดีกว่า
นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ต และชีส เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน
แต่ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำนั้นไม่แนะนำให้เป็นทางเลือกสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
แต่นมที่มีครีมเพียงครึ่งเดียวหรือไม่มีครีมเลย (semi,
skimmed milk)
หรือนมถั่วหลืองที่มีไขมันต่ำเป็นอีกทางเลือกที่ดี
ซึ่งเมื่อเด็กเติบโตขึ้นจะช่วยป้องกันไม่ให้ได้รับไขมันชนิดอิ่มตัวหรือมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมากจนเกินไป
ออกกำลังกายเยอะๆ
การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกครอบครัว
การไม่ทำกิจกรรมเลยจะเพิ่มโอกาสการเป็นโรคหัวใจถึง 2 เท่า
การออกกำลังกายไม่เพียงดีต่อหัวใจ ยังดีต่อสุขภาพกระดูก, ลดความเครียด
และเพิ่มโอกาสให้เด็กได้รู้จักเพื่อนใหม่
เด็กๆและวัยรุ่นควรตั้งเป้าหมายการออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวัน
จากการสำรวจของ
AFIC ที่ทำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกง พบว่าเด็กจำนวนมากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการเคลื่อนไหวร่างกายให้ได้
1 ชั่วโมงต่อวันนี้ได้
แต่การสนับสนุนจากพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ได้อย่างมาก
การทำกิจกรรมทางร่างกายไม่จำกัดต้องเป็นเพียงแค่การเล่นกีฬาเท่านั้น-
ทำไมไม่ลองชวนเด็กๆเดินไปโรงเรียน, พาไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ
หรือไม่ก็ซื้อเชือกกระโดด!
หากคุณหาเวลาว่างได้ยากมาก คุณสามารถรวมกลุ่มกับพ่อแม่คนอื่นๆและผลัดกันเป็นผู้ดูแลให้เด็กๆเล่นด้วยกันกลางแจ้ง
หรือ ให้ลูกของคุณมีส่วนร่วมในสิ่งที่คุณกำลังทำ เช่น
การเดินทางเพื่อจับจ่ายซื้อของ (โดยไม่ใช้รถ)
หรือให้ช่วยงานบ้านที่ต้องอาศัยความแคล่วคล่องว่องไวเป็นต้น
ไม่สูบบุหรี่
การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคเส้นเลือดตีบ
ควรละเลิกและให้ความรู้แก่เด็กๆเกี่ยวกับอันตรายของการสูบบุหรี่
เด็กที่อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีการสูบบุหรี่ หรือ การเป็นผู้สูบบุหรี่มือสองนั้น
มีโอกาสเป็นโรคได้มากกว่าตัวผู้สูบจริง และโอกาสเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจเพิ่มเป็น 25%
เฝ้าระวังน้ำหนัก
อัตราการเป็นโรคอ้วนในเด็กเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
และนี่ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับสุขภาพของหัวใจ การสำรวจของ
AFIC
ล่าสุดพบว่า 1 ใน 4 ของเด็กที่อยู่ในครอบครัวฐานะระดับปานกลางมีน้ำหนัก
เกินและเป็นโรคอ้วน และ 1 ใน 3
ของเด็กผู้ชายในบางเมืองใหญ่ๆมีภาวะน้ำหนักตัวเกินด้วย การศึกษาล่าสุด 2
กรณีในเอเชียช่วยชี้ให้เห็นว่าปัจจัยภายในครอบครัวอะไรบ้างที่มีส่วนสัมพันธ์ที่ทำให้น้ำหนักเกินและเกิดโรคอ้วนในวัยรุ่น
จากการศึกษานักศึกษาระดับมัธยมต้น จำนวน 40,000 คนในประเทศญี่ปุ่นพบว่า
ทัศนคติในแง่ลบต่อการออกกำลังกายมีอิทธิพลต่อการเกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนมากกว่าการอยู่เฉยๆเสียอีก
โดยสิ่งนี้สะท้อนตรงกับผลสรุปงานวิจัยของ
AFIC ที่ว่า
การสร้างทัศนคติทางบวกต่อการออกกำลังกายให้เกิดขึ้นภายในบ้านและให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนมีส่วนร่วมเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเด็กที่จะนำมาพัฒนาเป็นลักษณะนิสัยการออกกำลังกายเป็นประจำ
จากการศึกษาที่ทำในเมือง
Xi’an
ประเทศจีน จากนักเรียนระดับมัธยมต้น จำนวน 18,000 คน พบว่าเด็กผู้หญิงจำนวน
40%
มีแนวโน้มน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนลดลงหากไม่มีเครื่องเล่นวีดีโอเกมที่บ้าน
นักวิจัยสรุปว่า
เด็กผู้หญิงมักจะใช้เวลาในการเล่นวีดีโอเกมที่บ้านมากกว่าการเข้าร่วมกิจกรรมการงานที่ต้องอาศัยความแคล่วคล่องว่องไว
เด็กๆ
คิดกันอย่างไร?
การสำรวจของ
AFIC
ที่สำรวจจากเด็กอายุระหว่าง 10-12 ปี จำนวนมากกว่า 1,800 คน ใน 4
เมืองใหญ่
คือ ฮ่องกง, กรุงเทพฯ, กัวลาลัมเปอร์ และมะนิลา พบว่า
เด็กเหล่านี้ตระหนักถึงผลของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพน้อยมาก
การใช้เวลาอยู่หน้าจอทีวี
เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมเด็กๆจึงให้เวลาสำหรับการทำกิจกรรมทางด้านร่างกายน้อยกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
เด็กๆ
รักที่จะรู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว เด็กๆจะกลับมามองพ่อแม่และผู้สูงวัยกว่าเพื่อเป็นแนวทาง
และค้นหาวิธีการใช้ชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพดี เด็กจะทำตามตัวอย่างนั้น เช่น
นิสัยการรับประทานเพื่อสุขภาพ, การไม่นั่งจมจ่อมอยู่แต่บนโซฟา
และการใช้วันว่างกับครอบครัวอย่างมีคุณภาพ
จะนำพาทั้งครอบครัวไปสู่จุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพหัวใจที่ดี