วันที่ 4 กุมภาพันธ์เป็นวันมะเร็งโลก
–
ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเพิ่มความตระหนักและวิธีปฎิบัติที่เราสามารถทำเพื่อลดโอกาสเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง
ความฝันก็เพื่อว่าวันหนึ่ง
เด็กหรือลูกหลานของเราสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขในสถานที่ซึ่งมะเร็งได้กลายเพียงโรคที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
ในขณะที่เรามีความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ดีมากในด้านการป้องกันและรักษา,
มะเร็งยังคงเป็นสาเหตุของการตายโดยคิดเป็น 12%
ของผู้เสียชีวิตทั่วโลก
และยังเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของหลายประเทศในเอเชีย
เป็นที่ประมาณกันว่าอัตราการเกิดโรคมะเร็งจะเพิ่มเป็นเท่าตัวในปี
พ.ศ.2573 ข้อเท็จจริงที่น่าตื่นเต้นและน่าส่งเสริม คือ
การพบว่ามะเร็งหลายชนิดสามารถป้องกันได้โดยการเลือกนำเลือกรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างฉลาดมาใช้นั่นเอง
ชนิดของมะเร็งที่กำลังปรากฏเพิ่มขึ้นมากที่สุดในประเทศแถบเอเชียขณะนี้คือมะเร็งประเภทที่สัมพันธ์กับทางเลือกรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่มีคุณภาพ
ทั่วทั้งภูมิภาค-จากจีน, ถึงฟิลิปปินส์, จากไทยไปสิงคโปร์,
ทั้งพื้นที่ในเมืองและชนบท
–
อัตราการเกิดของโรคมะเร็งที่มักพบโดยทั่วไปในประเทศทางตะวันตก
เช่น มะเร็งปอด, มะเร็งทรวงอก และมะเร็งลำไส้ใหญ่,
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาของสถานะเศรษฐกิจและสังคม,
อาหารและการโภชนาการอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคบางชนิด,
ตัวอย่างเช่น การติดเชื้อและภาวะขาดสารอาหาร(ทุโภชนาการ)
แต่เปรียบเสมือนดาบสองคม
เนื่องจากอีกด้านหนึ่งของการพัฒนาเหล่านี้ย่อมมาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของโรคที่เกิดจากวิถีการดำเนินชีวิตซึ่งรวมถึงโรคมะเร็ง
การเป็นสังคมเพิ่มความมั่นคงและเสถียรภาพทางทรัพยากรอาหาร
ซึ่งในทางกลับกัน ก็เป็นการเพิ่มจำนวนของแคลอรี่ที่ผู้คนสามารถหารับประทานได้ทั่วไป
ในขณะเดียวกัน,
ผู้คนดูเหมือนว่ามีการเคลื่อนไหวร่างกายลดน้อยลง ดังนั้นแคลอรี่ที่จำเป็นของพวกเขาย่อมต้องลดน้อยลงด้วย
ผลจากการขาดความสมดุลของพลังงาน(มีปริมาณแคลอรี่มากเกินไปและการมีกิจกรรมทางด้านร่างกายที่ไม่เพียงพอ)
จึงนำไปสู่การเพิ่มระดับไขมันของรางกาย
–
และจากผลการตรวจสอบโดยละเอียดเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและมะเร็งเมื่อเร็วๆนี้
(1).ความเชื่อมโยงกันระหว่างการที่อ้วนมากเกินไปและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อการเป็นโรคมะเร็งของคุณนั้นมีความชัดเจนมาก
กองทุนวิจัยมะเร็งโลก ( World Cancer Research Fund)
และรายงานของสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ (
American Institue for Cancer Research Report
) ปี พ.ศ.2550 ได้ระบุไว้ว่า, “การรักษาระดับน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพให้คงที่ได้ตลอดชีวิตอาจเป็นหนทางหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันเพื่อต่อต้านมะเร็ง”
โรคอ้วนนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าไปเพิ่มระดับฮอร์โมนและปัจจัยความเจริญเติบโตบางตัวที่อาจช่วยให้เซลส์มะเร็งเจริญเติบโต
คนที่มีน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วนนั้นยังเพิ่มภาวะการต่อต้านอินซูลินอีกด้วย,
โดยเฉพาะเมื่อพบว่าไขมันส่วนมากอยู่รอบๆเอว,
ซึ่งหมายถึงระดับอินซูลินที่เพิ่มขึ้น
การมีระดับอินซูลินที่สูงๆนั้นเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งบางชนิดเช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่
เคล็ดลับเพื่อลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง
นี่คือเคล็ดลับจาก
AFICเพื่อช่วยคุณลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง
1. ไม่สูบบุหรี่
–
การสูบบุหรี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งหลายชนิด
ซึ่งรวมถึงโรคมะเร็งปอด, มะเร็งในช่องปาก, มะเร็งหลอดอาหาร,
และมะเร็งลำไส้ใหญ่
2. สร้างสมดุลของพลังงานทั้งเข้าและออก
-
การเพิ่มระดับของไขมันในร่างกายเกิดขึ้นเมื่อเรารับประทานอาหารมากกว่าที่เราเผาผลาญโดยผ่านระดับกิจกรรมทางร่างกายของเราเอง
ดังนั้นเฝ้าควบคุมปริมาณ, สร้างสมดุละหว่างอาหารที่คุณเลือกและเผาผลาญพลังงานให้มากกว่าเดิมโดยเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น
3. กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ
–
พยายามทำกิจกรรม/เคลื่อนไหวร่างกายในระดับที่เหมาะสมให้ได้อย่างน้อยวันละ
30 นาทีให้ได้เกือบทุกวันในแต่ละสัปดาห์
4. ทานผักและผลไม้ -
ซึ่งอุดมล้นเหลือด้วยไฟโตเคมิคอล, วิตะมินและเกลือแร่ซึ่งอาจช่วยป้องกันต่อต้านมะเร็ง,
คุณควรตั้งเป้าไว้อย่างน้อย 5 ส่วนต่อวัน
พยายามทานให้หลากหลายทั้งชนิดและสีให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
5. รับประทานธัญพืช
–
เลือกขนมปังเส้นใยสูงและซีเรียลเพื่อเพิ่มการทานอาหารประเภทกากใยของคุณ
6. เลือกเนื้อไม่ติดมัน
- ปริมาณเนื้อแดงไม่ติดมันที่รับประทานใน 1
สัปดาห์ควรจำกัดอยู่ที่ 3-4 หน่วยบริโภค และเลือกเนื้อไก่
(ไม่ติดหนัง), ปลา, อาหารทะเล, ไข่ไก่,
เต้าหู้และพืชตระกูลถั่วซึ่งเป็นอีกแหล่งหนึ่งของโปรตีน
เนื้อที่ผ่านการแปรรูป (อย่างเช่น แฮม, ไส้กรอกแฟรงค์เฟริ์ต,
ซาลามี่) ควรรับประทานเป็นบางครั้งบางโอกาส
7. จำกัดปริมาณแอลกอฮอล์
–
หากคุณดื่ม, ตั้งเป้าในแต่ละวันให้ไม่เกิน 2
แก้วมาตรฐานสำหรับผู้ชายและหนึ่งแก้วสำหรับผู้หญิง
8. ระมัดระวังเกลือ -
ควบคุมปริมาณเกลือและอาหารที่ใช้เกลือเป็นตัวถนอมอาหารที่คุณทาน
คุณควรตั้งเป้าบริโภคเกลือที่คุณทานในแต่ละวันไม่ควรมากกว่า 6
กรัม (โซเดียม 2.4 กรัม)
อ่านฉลากโภชนาการเพื่อตรวจสอบปริมาณเกลือในอาหารแปรรูป
อ้างอิง:
The World Cancer Research Fund (WCRF) and the American
Institute for Cancer Prevention (AICP)