<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> Short Briefing-Avian Influenza and Food Safety_Thai t_Articles AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

เรื่องย่อเกี่ยวกับไข้หวัดที่เกิดจากสัตว์ปีกและความปลอดภัยของอาหาร

Short Briefing: Avian Influenza and Food Safety

 
t_Articles t_Articles 15 กุมภาพันธ์ 2549

ไข้หวัดนกคืออะไร?

ไข้หวัดที่เกิดจากสัตว์ปีกหรือไข้หวัดนก  เป็นโรคติดเชื้อในสัตว์ที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิด โดยปกติแล้วเชื้อไวรัสชนิดนี้ติดเฉพาะในสัตว์ปีก และสัตว์ที่เลี้ยงไว้ตามบ้าน  เช่น  หมู  ซึ่งได้สร้างความวิตกกังวลไปทั่วโลก เมื่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1  ซึ่งเป็นไวรัสชนิดรุนแรงถึงขั้นทำให้ตายได้ข้ามสายพันธุ์มาสู่มนุษย์  จนทำให้ผู้เคราะห์ร้ายที่ได้รับเชื้อไวรัสนี้ถูกกักแยกบริเวณ ถึงแม้มีความเชื่อว่าต้นเหตุการแพร่ระบาดมาจากฝูงนกน้ำท้องถิ่นอพยพจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  แต่ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปทั่วโลกยังมีอยู่อีกหลายวิธี  เช่น  จากนักท่องเที่ยว  หรือการระบาดของโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ และไม่ได้ทำการควบคุมให้เร็วพอ 

ประวัติโดยย่อ

การแพร่ระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 ในสัตว์ปีกพบมากในหมู่สัตว์ปีกใน ประเทศแถบเอเชีย ( กัมพูชา จีน  อินโดนีเซีย  ญี่ปุ่น  ลาว  เกาหลีใต้  ไทยและเวียดนาม) ในระหว่างปลายปี พ.. 2546  และต้นปี พ.. 2547  ในช่วงเวลานั้น สัตว์ปีกติดเชื้อกว่า 100  ล้านตัวที่อยู่ในภูมิภาคตายด้วยเชื้อไวรัสหรือถูกฆ่าลงเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด  ในราวเดือนมีนาคม พ.. 2547  ได้มีรายงานข่าวว่าการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว 

อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน พ.. 2547  ที่ผ่านมา มีการรายงานการระบาดระลอกใหม่ของไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1  ในหมู่สัตว์ปีกในหลายประเทศในเอเชียและยุโรปตะวันออก  (กัมพูชา  จีน  อินโดนีเซีย คาซัคสถาน มาเลเซีย  มองโกเลีย  รัสเซีย ไซบีเรีย  ทิเบต ไทยตุรกี  โรมาเนีย  ยูเครน  และเวียดนาม เชื่อกันว่าการแพร่ระบาดยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง  ยิ่งกว่านั้น ได้มีการรายงานเกี่ยวกับการระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 ท่ามกลางฝูงนกป่าที่ย้ายถิ่นฐานในประเทศจีน โครเอเชีย  มองโกเลียและโรมาเนีย 

ได้มีการรายงานผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดนกชนิด A สายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 ขึ้นแล้วในประเทศกัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ไทย เวียดนามและล่าสุดในตุรกี 

ผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์จากไข้หวัดนก

โดยปกติแล้วโรคไข้หวัดนกจะไม่ติดกับคน  แต่ก็มีรายงานการระบาดในคนและมีผู้ที่เสียชีวิตจำนวนเพียงเล็กน้อยในประเทศแถบเอเชียรวมทั้งประเทศในแถบยุโรป ขณะนี้ ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก พบมีผู้ป่วยประมาณ  150  คน  นับตั้งแต่ปี พ.. 2546  และพิสูจน์ได้ว่ามีผู้ป่วยมากกว่า  50  เปอร์เซ็นต์ถึงแก่ชีวิต  ปัจจุบันพบผู้ป่วยทั้งหมดที่ติดเชื้อเกี่ยวข้องกับผู้ที่ทำงานในฟาร์มเป็ด  ไก่  หรืออาศัยอยู่ใกล้ๆ  เช่น  ฟาร์มและตลาดค้าขายสัตว์ 

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการติดเชื้อในมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ H5  ที่สามารถกลายพันธุ์ข้ามสปีซีส์ได้   ปัจจุบันมีรายงานผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกจำนวนเล็กน้อย  แสดงให้เห็นว่าเชื้อไวรัสนี้ไม่สามารถแพร่เชื้อจากนกสู่คนได้ง่ายๆ  อย่างไรก็ตาม  องค์การสุขภาพอนามัยระหว่างประเทศได้เป็นผู้นำในการกำหนดมาตรการในการป้องกันการแพร่เชื้อและลดความเป็นไปได้ในการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไปสู่รูปแบบซึ่งสามารถเป็นไปได้ทั้งการแพร่เชื้อสู่มนุษย์และการก่อให้เกิดโรคอย่างรุนแรงสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้  ยกตัวอย่างเช่น  ถ้าคนได้รับเชื้อทั้งจากมนุษย์และเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในเวลาเดียวกัน 

การควบคุม

มาตรการการควบคุมที่แนะนำเพื่อการจำกัดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสนี้ประกอบด้วย

  •  กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในหมู่คนผู้ซึ่งจับต้องสัมผัสหรือเลี้ยงสัตว์ปีก  และสนับสนุนให้มีการตรวจสอบและมีการเตือนระวังภัยล่วงหน้า

  • ทำลายสัตว์ปีกที่ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว (โดยการคัดหรือทำเครื่องหมายแยกออก) สัตว์ที่ติดเชื้อหรือนกที่แพร่เชื้อทุกตัว  จัดการกำจัดซากสัตว์ให้เหมาะสมถูกวิธีและกักสัตว์ที่ติดเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคในฟาร์ม

  • ต้องฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสตามฤดูกาลให้กับคนงานที่ทำเนื้อสัตว์ปีก

  • ควรเข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

  • มีการสนับสนุนเงินทุนจากนานาประเทศเป็นกองทุนในการดำเนินมาตรการการควบคุมโรคตามต้องการ

  • กำหนดแนวทางปฏิบัติเฉพาะกิจของประเทศและความร่วมมือในเขตภูมิภาค

จะเลือกบริโภคสัตว์ปีกและไข่อย่างไร?

ตัวแทนองค์การระหว่างประเทศ  เช่น องค์การอนามัยโลก  และองค์การอาหารและการเกษตร  กล่าวว่า การรับประทานเนื้อไก่และไข่ที่สุกดีแล้วจะปลอดภัยจากการติดเชื้อ  เพราะการใช้อุณหภูมิสูงในการประกอบอาหารจะทำลายเชื้อไวรัสไข้หวัดนก  กระบวน การผลิตอาหารจากผลิตภัณฑ์ของไก่และไข่ที่มีคุณภาพสูงก็ให้ความปลอดภัยต่อการบริโภค ตามคำแนะนำของผู้ผลิตเพราะการใช้อุณหภูมิสูงในกระบวนการผลิตจะทำลายเชื้อไวรัสและจุลินทรีย์อื่นๆได้ 

การวิจัยใหม่ๆ ยืนยันว่ากระบวนการฆ่าเชื้อโรงงานอุตสาหกรรมของผลิตภัณฑ์ไข่มีประสิทธิภาพดีพอที่จะยับยั้งไวรัสไข้หวัดนกที่มีความอ่อนแอต่อความร้อน  การวิจัยแสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้อุณหภูมิและเวลาของความร้อนที่คล้ายกันกับวิธีการที่ใช้ในการฆ่าเชื้อของสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์จากไข่เหลวก็เป็นการเพียงพอแล้วในการทำให้เชื้อไวรัสสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1  ตาย 

ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับทำอาหารให้ปลอดภัยง่ายๆ เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งเนื้อสัตว์ปีกและไข่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอาหารนั้นปราศจากเชื้อไวรัสไข้หวัดนกและจุลินทรีย์อื่นๆ เช่น ซัลโมเนลลา (Salmonella) แคพิลโลเบคเตอร์ (Capylobacter)  ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยอื่นๆ 

การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ปีกหรือไข่

  • ซื้อเฉพาะเนื้อสัตว์ปีกหรือผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีกจากร้านค้าที่มีมาตรฐานอาหารที่ถูกสุขลักษณะสูงหรือมองหาร้านค้าขายปลีกหรือร้านขายอาหารที่ได้รับใบรับรองการทดสอบสุขอนามัยที่อยู่ในเกณฑ์ดีจากเจ้าหน้าที่รัฐ

  • หลีกเลี่ยงการซื้อสัตว์ปีกที่ยังมีชีวิตอยู่  เพราะเชื้อไข้หวัดนกสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ที่มีชีวิตที่ติดเชื้อ

  • เลือกซื้อเนื้อสัตว์ปีกที่สดและผลิตภัณฑ์อื่นๆ  ที่ปราศจากร่องรอยความเสียหาย  หรือติดเชื้อ  ตัวอย่างเช่น  เนื้อมีสีดำผิดปกติ มีเลือดซึมออกมากผิดปกติ

  • เลือกไข่ที่สด  และไม่มีรอยด่างดำบนผิว  หลีกเลี่ยงการซื้อไข่ที่มีรอยแตก

  • ผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องประเภทเนื้อสัตว์ปีกและซุปไก่สกัดสามารถนำมาบริโภคได้อย่างปลอดภัยเพราะอาหารที่ผ่านกระบวนการเก็บรักษาด้วยการทำความร้อนสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเก็บรักษาหรือการทำให้เนื้อสัตว์ปีกและไข่นั้นอยู่ในอุณหภูมิปกติ

  • ควรแช่แข็งหรือทำความสะอาดและนำเนื้อมาประกอบอาหารทันทีที่คุณกลับมาถึงบ้านหลังจากการจ่ายตลาด  เพราะเชื้อไวรัสที่มีชีวิตอยู่จะแพร่พันธ์อย่างรวดเร็วในเนื้อดิบที่อุณหภูมิห้อง

  • ควรเก็บรักษาเนื้อในชั้นล่างของช่องแช่แข็ง  เพื่อป้องกันการหยดของน้ำจากชั้นบนที่ออกมาจากเนื้อสัตว์ตกลงบนอาหาร  และป้องกันการปนเปื้อนในอาหารอื่นด้วย

  • เพื่อเป็นการป้องกันการเจือปนสู่อาหารอื่น  ควรหลีกเลี่ยงการเก็บเนื้อดิบที่ยังไม่นำไปประกอบอาหารไว้ใกล้กับเนื้อที่สุกแล้ว

  • ควรเก็บไข่ไว้ในตู้เย็น

  • ควรเลี่ยงการละลายเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งที่อุณหภูมิห้อง  เพราะทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายมากยิ่งขึ้น  ควรปล่อยให้เนื้อแช่แข็งละลายในตู้เย็นในคืนก่อนนำออกมาปรุงอาหาร  วางถาดรองหยดน้ำไว้ด้านล่าง  ถ้าละลายเนื้อแช่แข็งในไมโครเวฟ จะต้องทำอาหารให้สุกบนเตาทันที  เนื้อสัตว์ปีกสามารถทำให้ละลายได้ในขณะที่ปรุงอาหาร  โดยใช้เวลาให้นานจนกระทั่งเนื้อสุกเข้าไปถึงข้างในที่ระดับอุณหภูมิที่คิดว่าปลอดภัย ( ดูรายละเอียดต่อไปนี้ )

เมื่อจับต้องเนื้อสัตว์ปีกดิบๆหรือเนื้อสัตว์แช่แข็ง

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสจมูก  ตา  และปาก  เมื่อใช้มือจับต้องอาหารและล้างมือให้สะอาด(ประมาณ  20 ถึง  30  วินาทีด้วยสบู่ และน้ำร้อนก่อนและหลังการสัมผัสกับผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ  เพื่อป้องกันมือของคุณให้ปลอดเชื้อไวรัส

  • ใช้เขียงแยกประเภทในการหั่นอาหารสุกและดิบ

  • แยกเนื้อสดออกจากอาหารสุก  และอาหารสดอื่นๆ  เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน

  • ถ้ามีดบาดมือขณะล้างเนื้อสัตว์ปีก ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ปิดบาดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำและใส่ถุงมือที่สะอาดในขณะที่ล้างเนื้อสัตว์ปีก

  • ขัดทำความสะอาดและฆ่าเชื้อรางระบายน้ำทิ้ง  อ่าง  ภาชนะและเขียงด้วยน้ำสบู่ร้อนๆ  เพราะสิ่งเหล่านี้อาจปนเปื้อนเชื้อโรคได้เมื่อคุณตัด  ทำความสะอาด  และล้างเนื้อสัตว์ปีก  ควรทิ้งเขียงที่เสื่อมคุณภาพแล้วเพราะร่องรอยการตัดหรือหั่นบนเขียงเป็นจุดที่ซ่อนตัวของเชื้อโรคได้

  • ซักล้างฟองน้ำและผ้าขนหนูบ่อยๆด้วยสารฟอกขาว  10 เปอร์เซ็นต์ เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถเป็นแหล่งกำเนิดการถ่ายโอนการปนเปื้อนของเชื้อโรคไปสู่กันและกันได้

เมื่อต้องสัมผัสกับไข่

  • ควรล้างเปลือกนอกของไข่และล้างมือหลังจากจับสัมผัสไข่เพราะเปลือกไข่อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนที่ติดมากับมูลไก่

เมื่อนำเนื้อไก่หรือไข่มาปรุงอาหาร

  • องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า  ควรทำเนื้อไก่ให้สุกถึงภายในด้วยอุณหภูมิ  70  องศาเซลเซียส  เป็นเวลานาน  30 นาที  หรือ  80  องศาเซลเซียส  เป็นเวลานาน  นาที  วิธีตรวจสอบดูว่าเนื้อสัตว์ปีกนั้นสุกดีหรือยัง ให้ดูจากน้ำที่ไหลออกมาจากเนื้อสัตว์ปีกนั้น  ซึ่งควรมีลักษณะใส และเนื้อใกล้กระดูกไม่ควรเป็นสีชมพู  เครื่องวัดอุณหภูมิในการทำอาหารสามารถนำมาใช้เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิของอาหารที่กำลังทำได้

  • เมื่อประกอบอาหารในเตาอบไมโครเวฟ  ให้ห่อเนื้อ  คนและหมุนเนื้อที่อยู่บนอุปกรณ์ที่หมุนได้หรือใช้มือหมุนเพื่อให้อาหารสุกอย่างทั่วถึง เพราะความร้อนของไมโครเวฟอาจเข้าไม่ถึงความเย็นด้านในของเนื้อสัตว์ปีกซึ่งเป็นที่ที่เชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย  เช่น  แบคทีเรีย และไวรัสร้ายสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

  • ในการปรุงอาหารไม่ควรนำปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว์ปีกในขั้นตอนสุดท้าย  แบคทีเรีย  และไวรัสจะมีชีวิตและเจริญเติบโตในเนื้อที่สุกเพียงบางส่วนได้

  • ต้มไข่จนกระทั่งไข่แดงและไข่ขาวสุกเต็มที่

  • เลี่ยงรายการอาหารที่ต้องใช้ไข่ดิบหรือสุกๆดิบๆหรือ (เช่น  น้ำสลัด  หรือขนมหวาน  ไข่ลวก  หรือไข่ดาว ให้ใช้ไข่ที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อแทน

  • ไม่ควรใช้มือหยิบจับอาหารเกินความจำเป็น ให้ใช้ส้อมและคีมคีบ

  • ห้ามใช้นิ้วมือจิ้มชิมอาหารอย่างเด็ดขาด

ข้อปฏิบัติก่อนการรับประทาน

  • ล้างมือให้สะอาด  ก่อนการรับประทานทุกครั้ง

  • อุ่นอาหารจำพวกสัตว์ปีกให้ร้อนอย่างทั่วถึงก่อนรับประทาน  เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์สามารถเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในอุณหภูมิที่อุ่นพอเหมาะ

  • ถ้าซื้ออาหารจำพวกสัตว์ปีกที่ปรุงสำเร็จแล้วมารับประทานที่บ้าน  ควรรับมาในขณะที่ยังร้อนๆ  และนำกลับบ้านเพื่อรับประทานในทันที

  • อย่าปล่อยให้อาหารจำพวกสัตว์ปีกที่ปรุงเสร็จแล้ววางไว้ในอุณหภูมิห้องเกินกว่า  ชั่วโมง  เก็บอาหารประเภทสัตว์ปีกที่เหลืออยู่ไว้ในตู้เย็นในทันทีที่อาหารเย็นลงเล็กน้อย  และรับประทานภายใน หรือ วัน

  • อย่าชิมอาหารเหลือประเภทสัตว์ปีกที่มีลักษณะหรือกลิ่นแปลกประหลาด  เมื่อไม่แน่ใจให้ทิ้งไป

  • อุ่นอาหารสัตว์ปีกที่เหลืออยู่อีกครั้ง  จนกระทั่งเดือดจัด

AFIC  จะติดตามการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก เป็นระยะๆ  และแจ้งข่าวที่เป็นปัจจุบันโดยทางเว็บ

ไซต์ของ AFIC  www.afic.org

ลิ้งค์ข้อมูลเพิ่มเติม

t_Articles

 
 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.