ในปัจจุบันอาหารที่เราบริโภคได้รับการค้นคว้าและพัฒนาให้มีจำนวนหลากหลายชนิดมากขึ้นอีกทั้งยังสามารถบริโภคได้อย่างสะดวกง่ายดายและมีความปลอดภัยยิ่งขึ้นในขณะที่องค์การอนามัยโลก
(World Health Organization : WHO)
ได้ประกาศว่าอัตราผู้ป่วยด้วยโรคที่เกิดจากอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์มีจำนวนเพิ่มขึ้น
ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งในแต่ละปีตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคท้องเสียที่มีสาเหตุจากอาหารและน้ำในประเทศที่กำลังพัฒนาคาดว่าจะสูงถึง
2.1 ล้านคน
(ข้อมูลจากการประชุมระดับโลกสำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้านระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการบริโภคอย่างปลอดภัยซึ่งจัดโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสห-ประชาชาติ
(Food and Agriculture
Organization)
ร่วมกับองค์การอนามัยโลก ระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม 2545: FAO/WHO Global Forum of Food Safety Regulators – 28-30 January 2002)
อย่างไรก็ตาม
รายงานจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อจากอาหารดังกล่าวยังไม่รวมถึงผู้ป่วยอีกเป็นจำนวนมากทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอาการของโรคดังกล่าวแต่ไม่เคยเข้ารับการบำบัดรักษาจากแพทย์
ทั้งนี้อาการทั่วไปของโรคที่พบในผู้ที่บริโภคอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย
ได้แก่ อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และเป็นไข้
ผู้ป่วยหลายรายคิดว่าการเจ็บป่วยจากอาหารที่กินเข้าไปเป็นเรื่องธรรมดา
และยังไม่เข้าใจอีกด้วยว่าการป้องกันมิให้เกิดอาการดังกล่าวเป็นเรื่องที่สามารถกระทำได้อย่างง่ายดาย
ดร. สมเกียรติ โกศัลวัฒน์ จากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
ได้สรุปสาเหตุของการเกิดโรคติดเชื้อจากอาหารไว้ดังนี้
-
การเก็บอาหารไว้ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม
เชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดพิษ
ในอาหารจะเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิระหว่าง 5-60 องศาเซลเซียส
ซึ่งเป็นอุณหภูมิในระดับอันตราย การเก็บอาหารไว้ในอุณหภูมิไม่เหมาะสม
ได้แก่การวางอาหารที่ปรุงสุกไว้เป็นเวลานานก่อนนำมาบริโภค
การนำอาหารที่ปรุงสุกแล้วทิ้งไว้เป็นเวลานานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิรองรับการเพาะฟักของแบคทีเรีย
เป็นอย่างดี หรือการปรุงอาหารที่ใช้ความร้อนไม่พอเพียง เป็นต้น
-
เชื้อแบคทีเรียจากอาหารดิบเข้ามาปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่ปรุงสุกแล้ว
เชื้อแบคทีเรียจากอาหารดิบสามารถปนเปื้อนเข้าไปอยู่ในอาหารที่ปรุงสุก
พร้อมรับประทาน หรืออาหารที่มีสารปนเปื้อนอยู่แล้ว
และไม่มีการเก็บรักษาไว้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
จึงควรเก็บอาหารดิบที่ยังไม่ปรุงในชั้นล่างสุดของ ตู้เย็น
และจัดเก็บอาหารสุกพร้อมรับประทานไว้ในชั้นบน
(เพื่อป้องกันมิให้น้ำจากอาหารดิบไหลลงมาบนอาหารปรุงสุก)
รวมทั้งอาหารทุกชนิดควรจัดเก็บไว้ในภาชนะที่สะอาด
ปราศจากสารพิษและปิดสนิท
-
การปนเปื้อนในระหว่างการเตรียมอาหาร
ในระหว่างการเตรียมอาหารนั้น มือของผู้ประกอบอาหาร
ตลอดจนภาชนะและอุปกรณ์ทำครัว อาทิ เขียง ผ้าสำหรับเช็ดทำความสะอาด
อาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียจากอาหารดิบ และหากเราใช้มือ ภาชนะ
หรืออุปกรณ์ทำครัวมาใช้ในการปรุงอาหารโดยไม่ล้างให้สะอาดก่อน
ก็จะทำให้อาหารสามารถปนเปื้อนเชื้อโรคได้
-
การติดเชื้อจากน้ำ
น้ำที่ใช้ดื่มหรือนำมาปรุงอาหารโดยยังไม่ผ่านกรรมวิธีบำบัดที่ถูกต้องและเหมาะสมอาจเป็นบ่อเกิดสำคัญของโรคภัยไข้เจ็บได้
หากไม่แน่ใจว่าน้ำที่นำมาใช้มีความสะอาดเพียงพอหรือไม่
ขอให้นำไปต้มให้สุกก่อน
หรือเลือกดื่มน้ำที่บรรจุในขวดหรือกระป๋องที่ปิดผนึกอย่างดี
และไม่ควรรับประทานน้ำแข็งหากไม่แน่ใจในความสะอาด
มิสจอร์จิน่า เคนส์ จากศูนย์ข้อมูลด้านอาหารแห่งเอเชีย
ได้สนับสนุนคำกล่าวของดร. สมเกียรติว่า
“สาเหตุหลักและสำคัญที่สุดของการเกิดโรคติดเชื้อจากอาหารคือการขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการเตรียมและปรุงอาหารในครัวเรือน
ภัตตาคาร และร้านอาหารต่างๆ
ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ ของไทย อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร
ได้เร่งให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหารให้กับผู้จำหน่ายอาหารอย่างไรก็ตามการให้ความรู้ดังกล่าวทำได้เพียงกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
ดังนั้น การเพิ่มโครงการลักษณะนี้ให้มากขึ้น
รวมทั้งการเน้นให้ความรู้กับผู้บริโภคจะช่วยลดปัญหาสุขภาพร้ายแรงของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด”
อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อปฏิบัติอย่างง่ายๆ
จะช่วยป้องกันให้เราและครอบครัวไม่ต้องเผชิญกับโรคดังกล่าว
ดังนั้น ศูนย์ข้อมูลด้านอาหารแห่งเอเชียจึงได้จัดทำข้อควรปฏิบัติ 10
ประการเพื่อป้องกันการเกิดโรคติดเชื้อจากอาหาร ดังรายละเอียดต่อไปนี้
การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหาร
-
ให้ตรวจดูข้อความที่ว่า
“ควรบริโภคก่อนวันที่.....
“
และ
“ใช้ภายในวันที่
.....”
อย่างละเอียดและรอบคอบ
อย่าซื้อผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุและควรแจ้งให้เจ้าของร้านทราบ
หากพบว่าอาหารชนิดบรรจุภัณฑ์หมดอายุก่อนวันที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์
หรือตรวจพบบรรจุภัณฑ์ชำรุดเมื่อนำกลับมาที่บ้าน
ให้รีบนำกลับไปคืนหรือแจ้งให้ ผู้ขายหรือผู้ผลิตทราบทันที
-
อาหารที่มีสิ่งเจือปนประกอบด้วยเครื่องปรุงที่ด้อยคุณภาพและมีราคาถูกเพื่อหลอกลวงผู้บริโภคและตัดราคากับคู่แข่งขัน
หากพบว่ามีการจำหน่ายอาหารที่มีสิ่งปนเปื้อน
มีตราผลิตภัณฑ์หรือติดสลากที่ไม่ถูกต้องให้รายงานหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อดำเนินการจับกุมและลงโทษผู้จำหน่ายและป้องกันมิให้เกิดการทำธุรกรรมที่ไม่ถูกต้องดังกล่าวซ้ำอีก
การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์อาหาร
-
ให้เก็บอาหารสด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อวัว ปลา
และอาหารทะเลไว้ในชั้นล่างของตู้เย็นและอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วไว้ในชั้นบน
โดยนำมาบรรจุห่อและปิดผนึกให้เรียบร้อย
-
อย่าเก็บอาหารร้อนไว้ในตู้เย็นเพราะจะทำให้อุณหภูมิในตู้เย็นเพิ่มขึ้นทันที
-
เก็บอาหารกระป๋อง ซอง และขวดไว้ในที่แห้งและเย็น
และป้องกันมิให้แมลงและหนูมารบกวน
การเตรียมและบริโภคอาหาร
-
ให้ล้างมือก่อนเตรียมและรับประทานอาหารทุกครั้ง
-
ให้ล้างภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมอาหารสดหลังใช้เสร็จทุกครั้ง
รวมทั้งก่อนนำไปใช้ในการจัดเตรียมอาหารที่ปรุงสุกแล้วหรืออาหารสำหรับรับประทานสดๆ
-
สำหรับการรับประทานอาหารนอกบ้าน ให้เลือกร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือสถานที่บริการอาหารอื่นๆ
อย่างรอบคอบ
โดยคำนึงถึงความสะอาดและความมีระเบียบของพนักงาน รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการรับประทานอาหารและอุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ที่รวมถึงพื้นที่ในส่วนประกอบอาหาร
บ่งชี้ให้เห็นถึงมาตรฐานทางด้านสุขอนามัยของสถานที่บริการอาหารนั้นๆ
-
สำหรับอาหารจานร้อนควรจะปรุงสุกใหม่ๆ และมีความร้อน
ส่วนอาหารที่ต้องการความเย็นควรจะแช่เย็นไว้
หลีกเลี่ยงการใช้บริการในร้านที่จำหน่ายอาหารที่ปรุงเสร็จและวางไว้ในอุณหภูมิในห้องนานเกินกว่า
2 ชั่วโมง ให้ระมัดระวังการบริโภคอาหารที่ปรุงในปริมาณมาก
มีการปรุงไว้ล่วงหน้า หรือจัดเตรียมไว้สำหรับงานต่างๆ อาทิ งานสัมมนา
การประชุม งานสังคมขนาดใหญ่ งานที่จัดขึ้นกลางแจ้ง เป็นต้น
-
หากไม่มั่นใจว่าอาหารสด อาทิ
ผักและผลไม้มีความสะอาดและปลอดภัยเพียงพอหรือไม่
ให้ปฏิบัติตามกฎเหล็กดังนี้
“นำไปต้ม
หรือปรุงให้สุก หรือปอกเปลือก หรือโยนทิ้งไปเสีย”