t_Articles
t_Articles
19 กันยายน,
2548
เหตุใดการควบคุมน้ำหนักตัวจึงมีความสำคัญ?
ในสังคมโลกปัจจุบันที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
การมีวิถีชีวิตและนิสัยการกินอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไป
ภาวะมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปและโรคอ้วนได้กลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้งมากขึ้นในทวีปเอเชีย
ผลที่ตามมาอันเนื่องมาจากสาเหตุเหล่านี้ ได้แก่
อัตราการมีสุขภาพเจ็บป่วยที่สูงขึ้นโดยสัมพันธ์กับการมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป เช่น
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ โรคลมปัจจุบัน และโรคความดันโลหิตสูง
โรคอ้วนและการมีน้ำหนักตัวมากเกินไป เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้
รวมทั้งโรคนิ่ว โรคเกาต์ โรคกระดูกและข้ออักเสบ เป็นหมัน และโรคอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
อีกทั้ง
ผู้มีน้ำหนักตัวมากเกินไปและโรคอ้วนมีแนวโน้มเกิดปมด้อย ขาดความมั่นใจ
และมีอัตราเกิดอาการซึมเศร้าที่สูงขึ้น
ทั้งนี้เนื่องจากความไม่พอใจในรูปลักษณ์ของตัวเองนั่นเอง
สรุปแล้วการมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปส่งผลทำให้คุณภาพชีวิตด้อย
และการดำรงชีวิตที่ไม่เป็นปกติสุข
ไม่มีข้อแนะนำใดๆ นอกจากการได้รับคำปรึกษาและการบำบัดจากแพทย์โดยตรงได้
สำหรับผู้ประสบปัญหาวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพของตนเองอย่างจริงจังควรรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการ
5
ข้อควรปฏิบัติเพื่อการควบคุมน้ำหนัก
-
รับประทานอาหารจำพวกต่อไปนี้ในปริมาณที่เพียงพอ ได้แก่ ผลไม้ พืชผัก เมล็ดธัญพืช
และอาหารที่มีเส้นใยต่างๆ อาหารประเภทเหล่านี้หาซื้อง่ายสะดวกและให้พลังงานต่ำ
ช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มได้ยาวนาน กว่า
-
รับประทานอาหารจำพวกต่อไปนี้ในปริมาณที่พอเหมาะ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ปลา
นมประเภทไขมันต่ำ และโปรตีนอื่น ๆ
อาหารประเภทโปรตีนจะมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อการทำให้คุณหายหิว
-
ปรับปริมาณสัดส่วนของอาหารที่ให้พลังงานสูงที่เพียงพออยู่เสมอ
การไม่รับประทานอาหารประเภทเหล่านี้เลยอาจทำให้คุณรู้สึกหิวได้ ดังนั้น
วางแผนการบริโภคให้เป็นที่พอใจโดยไม่ทำให้รู้สึกผิด
และยึดมั่นการบริโภคอาหารอย่างสมดุลตามแผนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
-
รับประทานอาหารมื้อปกติและอาหารประเภทรับประทานเล่น
มีส่วนช่วยได้อย่างมากเพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการรับประทานอาหารมากกว่าปกติ
-
ควบคุมขนาดสัดส่วนของร่างกาย การวิจัยบ่งชี้ว่า
ขนาดสัดส่วนของร่างกายมนุษย์มีอัตราเพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา
และสาเหตุสำคัญมาจากการบริโภคอาหารที่เพิ่มขึ้น
ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับการออกกำลังกาย 5 ประการที่ควรทำเพื่อการควบคุมน้ำหนัก
-
สำหรับผู้ใหญ่แล้ว ให้ออกกำลังกายเป็นเวลา 30 นาที ต่อวัน อาทิตย์ละหลายวัน
สำหรับเด็กต้องการ 60 นาทีต่อวัน เพื่อการเล่นเดิน วิ่ง และเล่นกีฬา
-
กิจกรรมต่างๆ
เป็นต้นว่า การเดินออกกำลัง และการเดินขึ้นลงบันไดแทนการขึ้นลิฟต์
ก็มีประโยชน์เทียบเท่ากับกิจกรรมการเล่นกีฬาโดยทั่วไป
-
สามารถแบ่งย่อยช่วงเวลา 30 นาที ของการออกกำลังกายประจำวันออกเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
ได้ เช่น เดินออกกำลังกายหรือขี่จักรยานนานอย่างละ 10 นาที เป็นต้น
-
การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ร่วมกับหัวใจและหลอดเลือด (การเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ)
โดยทั่วไปแล้วแนะนำให้ปฏิบัติ
-
ค้นหาวิธีการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันปกติของคุณ
เพื่อให้คุณสามารถปฏิบัติตามได้ แม้จะมีเวลาค่อนข้างจำกัดก็ตาม
ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพด้านน้ำหนักตัว ภาวะมีน้ำหนักตัวมากเกิน
และโรคอ้วน
ดัชนีมวลกาย (Body
Mass Index)
–
หน่วยมาตรฐานสากลที่ใช้จำแนกน้ำหนักของร่างกายว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ
มีน้ำหนักตัวน้อยเกินไป มีน้ำหนักตัวมากเกินไป หรือเป็นโรคอ้วนหรือไม่ ได้แก่
ดัชนีมวลกาย (BMI) หน่วย BMI คำนวณได้โดยใช้น้ำหนักตัวเป็นตัวตั้ง (หน่วยกิโลกรัม)
หารด้วยส่วนสูงยกกำลังสอง (หน่วยเป็นเมตร) ค่า BMI ในช่วง 18.5 ถึง 25
ทั่วไปถือว่ามีน้ำหนักตัวที่มีสุขภาพดี; 25-30 มีน้ำหนักตัวมากเกินไป
ซึ่งมีความเกี่ยวข้องอย่างมากที่จะเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัว
และ เกิน 30 ขึ้นไป ถือว่าเป็นโรคอ้วน
และมีความเสี่ยงสูงต่อความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัว
|
BMI =
น้ำหนักตัว
กก.
ความสูง x ความสูง ม. |
เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เชี่ยวชาญสังเกตพบว่า
ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัวที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มเชื้อชาติชาวเอเชียบางกลุ่มมีระดับ
BMI สูงเกินกว่า 23 ดังนั้น กลุ่มผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก (WHO)
จึงแนะนำมาตราส่วนการมี BMI ที่ต่ำไว้ สำหรับชาวเอเชีย คือ 18.5-23
สำหรับการเพิ่มขึ้นนี้
ค่อนข้างมีความเสี่ยงต่ำต่อการเกิดสุขภาพที่ไม่ดีที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัว;
23-27.5 มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น; และ 27.5 หรือมากกว่า
ส่งสัญญานความเสี่ยงที่มากยิ่งขึ้นไปอีก
อัตราส่วนระหว่างเอวและสะโพก
(waist-to-hip ratio, “WHR”) -
คำนวณ WHR ได้โดยการนำขนาดรอบเอวเป็นตัวตั้ง หารด้วยรอบสะโพก ค่า WHR
เป็นวิธีการวัดอย่างง่ายเพื่อประเมินการกระจายตัวของไขมันในร่างกาย
สำหรับผู้คนส่วนใหญ่ และบางทีโดยเฉพาะประชากรชาวเอเชีย
ไขมันบริเวณส่วนหน้าท้องก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพมากกว่าการมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นบริเวณเอวและสะโพกของพวกเขา
สำหรับผู้ชายที่มีค่า WHR 0.90 หรือน้อยกว่า หรือสตรีที่มีค่า WHR 0.80
หรือน้อยกว่าถือว่ามีสุขภาพดี ผู้มี WHR เท่ากับ 1 หรือ สูงกว่า
มีความเสี่ยงสูงต่อการมีสุขภาพที่ไม่ดีและเป็นตัวบ่งชี้ที่จะต้องปฏิบัติเพื่อขจัดไขมันของร่างกายบางส่วนออกไป
ก็จะเป็นการดี
|
ขนาดรอบเอว
กก.
ขนาดรอบสะโพก ซม. |
การควบคุมน้ำหนักตัวให้ประสบผลสำเร็จ
การกำหนดปริมาณพลังงาน (วัดได้เป็นหน่วยกิโลแคลอรีหรือแคลอรี)
ที่ใช้ไปในแต่ละวันให้เพียงพอแก่การทำงานของร่างกายให้ดำเนินไปตามปกติ (ตัวอย่างเช่น
การทำงานของสมอง การเต้นของหัวใจ การหายใจ) แม้กระทั่งในเวลาพักผ่อน
ค่านี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นอัตราเมทาบอลิซึมพื้นฐานหรือบีเอ็มอาร์
(basal metabolic rate, BMR)
โดยปกติคำนวณได้จากปริมาณครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าของแคลอรีที่จำเป็นต้องใช้ไปในแต่ละวันโดยประมาณ
ค่าบีเอ็มอาร์ของแต่ละบุคคลเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยตามน้ำหนักตัวโดยรวมที่เพิ่มขึ้น
แม้กระทั่งตามสัดส่วนกล้ามเนื้อต่อไขมันในร่างกายที่เพิ่มขึ้น
ค่าบีเอ็มอาร์ของคนส่วนใหญ่ลดลงตามอายุ ทำให้ยากลำบากแก่การควบคุมน้ำหนักตัว
นักวิจัยมีความคิดเห็นว่า
การลดลงของบีเอ็มอาร์ตามอายุมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับการสูญเสียกล้ามเนื้อตามอายุที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการเปลี่ยนไปตามวัยโดยตัวมันเอง
ดังนั้น จึงสามารถที่จะลดลงได้ด้วยการออกกำลังบริหารร่างกายอย่างจริงจัง
โดยปกติ
การมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะมีความสัมพันธ์กับการบริโภคอาหารที่มีปริมาณแคลอรีสูงเกินไป
และมีวิถีการดำรงชีวิตแบบนั่งๆนอนๆ เพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้มีสุขภาพดี
หรือเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดน้ำหนักตัว
สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาการเปลี่ยนแปลงและยึดหลักทางสายกลางของสมการพลังงานทั้งสองด้าน:
การนำเข้าพลังงาน (แคลอรีที่ได้รับจากอาหาร) และการปลดปล่อยพลังงาน (แคลอรีที่ถูกใช้ไปในบีเอ็มอาร์
และจากการออกกำลังกาย)
การบริโภคอาหารที่มีปริมาณแคลอรีสูงมากเกินไปนำไปสู่การมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
โดยปกติแล้ว การมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะค่อย ๆ
เกิดขึ้นทีละน้อยตามกาลเวลา การบริโภคอาหารเกินเพียงแค่ 100 กิโลแคลอรีต่อวัน
ส่งผลให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัมภายในเวลา 1 ปี
ในลักษณะเดียวกันการลดพลังงานที่ได้รับจากการบริโภคโดยรวมไม่เกิน 100
กิโลแคลอรีต่อวัน สามารถช่วยให้คุณรักษาน้ำหนักตัวของคุณให้คงที่ได้
ทำให้ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคอาหารเพื่อป้องกันการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมากนัก
การขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสมนำไปสู่การมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
การวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้ออกกำลังกายเป็นประจำ
มีแนวโน้มที่จะรักษาน้ำหนักตัวไว้ได้
มากกว่าผู้ที่ต้องพึ่งพาเพียงแต่การบริโภคอาหารเท่านั้น
การออกกำลังกายที่เหมาะสมช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้อง แม้น้ำหนักตัวจะไม่ลดลงก็ตาม
การออกกำลังกายยังช่วยรักษาเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อซึ่งช่วยเพิ่มค่าบีเอ็มอาร์
การเพิ่มระดับการออกกำลังกายเพียงแค่ 100 กิโลแคลอรีต่อวัน
ก็อาจเพียงพอที่จะป้องกันการมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้
วิธีการลดน้ำหนักตัวที่ดีที่สุด คือ?
ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการลดน้ำหนักตัวเพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดีและมีความรู้สึกที่ดีขึ้น
กระแสแฟชั่นในปัจจุบันมีแนวโน้มการมีรูปร่างที่ผอมบาง อีกทั้ง
ผลักดันให้ผู้คนส่วนใหญ่ให้ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
ให้มีรูปร่างสมส่วนเพื่อการสวมใส่เสื้อผ้าที่ลงตัว
เหตุผลที่ดีที่สุดเพื่อลดน้ำหนักตัวหากคุณเป็นผู้มีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปหรือโรคอ้วน
ได้แก่ เพื่อการมีสุขภาพดีในระยะยาวนั่นเอง และวิธีการที่ดีที่สุด ได้แก่
การปฏิบัติตนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
จงลืมวิธีการลดน้ำหนักตัวและลดการบริโภคอย่างรวดเร็วทันใจ
การศึกษาครั้งแล้วครั้งเล่าชี้ให้เห็นว่า
การลดน้ำหนักตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะส่งผลดีต่อสุขภาพและมีความยั่งยืนในระยะยาวมากกว่าใช้วิธีการลดน้ำหนักตัวโดยงดรับประทานอาหารลงอย่างรวดเร็ว
ยกเว้นในบางกรณีพิเศษเท่านั้น
แพทย์จึงแนะนำให้ประชาชนผู้มีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปหรือเป็นโรคอ้วน
ให้ลดน้ำหนักเพียงแค่สัปดาห์ละไม่เกิน 0.5-1 กิโลกรัม
และแน่นอนอย่างยิ่งต้องไม่เกิน 1.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ สิ่งที่สำคัญมากที่สุด
ได้แก่
การรักษาน้ำหนักตัวไว้อย่างสม่ำเสมอมากกว่าที่จะลดน้ำหนักและกลับมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การลดน้ำหนักตัวไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการที่รุนแรงหรือเข้มงวดจนเกินไปจึงจะได้ผล
การศึกษาด้านหัวใจฟรามิงแฮม (Framingham Heart Study) มีขึ้นที่มหาวิทยาลัยบอสตัน
พบว่าบุรุษและสตรีที่อยู่ในวัยกลางคนที่สูญเสียน้ำหนักไปราว 0.5-1 กิโลกรัมต่อปี
แท้จริงแล้วจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดเป็นโรคเบาหวานที่ลดลงมากกว่า 60
เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ
และยังคงอยู่ในสภาพดังกล่าวตราบเท่าที่มีการลดน้ำหนักตัวอยู่เสมอ
จากการค้นคว้าในการศึกษาหนึ่ง พบว่า ผู้เข้าร่วมศึกษาผู้ซึ่งมีน้ำหนักตัวลดลง 0.5
กิโลกรัมต่อปี เป็นเวลานาน 4 ปี และคงไว้ซึ่งน้ำหนักตัวนั้นนานต่อไปอีก 4 ปี
จะมีความเสี่ยงที่ลดลงต่อการเกิดเป็นโรคความดันโลหิตสูง
อีกนัยหนึ่ง
หากคุณคิดว่าคุณดูไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อยจากการลดน้ำหนักตัวเพียงแค่ 0.5 หรือ 1
กิโลกรัม แล้วคุณจะมีสุขภาพที่ดีกว่า โปรดระลึกไว้อีกเช่นกันว่า
ยิ่งคุณมีน้ำหนักตัวมากขึ้นเท่าใด
คุณยิ่งต้องใช้ความอดทนสูงในการลดน้ำหนักตัวมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
วัยเด็กและวัยรุ่น
การมีน้ำหนักตัวมากเกินไปและโรคอ้วนในวัยเด็กและวัยรุ่น
สามารถก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพที่รุนแรงได้เช่นเดียวกันกับการมีน้ำหนักมากเกินไปและโรคอ้วนในวัยผู้ใหญ่
การวิจัยระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เด็กและวัยรุ่นผู้มีน้ำหนักมากเกินไปและโรคอ้วน
มีแนวโน้มสูงที่จะมีน้ำหนักตัวเท่าเดิมเมื่อถึงวัยผู้ใหญ่ ดังนั้น
การควบคุมน้ำหนักตัวตั้งแต่วัยเด็กจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
สาเหตุของการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นในวัยเด็กนั้นมีหลายสาเหตุ
เด็กที่เติบโตในครอบครัวที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ให้พลังงานสูง
มีเส้นใยที่บริโภคได้ต่ำ มีปริมาณสารอาหารรองน้อย และขาดความใส่ใจในการออกกำลังกาย
เด็กก็จะพกพาพฤติกรรมเหล่านั้นติดตัวไปด้วย
ความร่วมมือภายในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ
ประหนึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่จะช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในวัยเด็กและวัยรุ่นให้รักษาช่วงน้ำหนักตัวของตนเองเพื่อการมีสุขภาพที่ดี
ค้นหาวิถีการดำรงชีวิตรวมถึงการมีกิจกรรมประจำวันที่เป็นปกติ เช่น
บริโภคอาหารอย่างพอเหมาะและไม่ให้พลังงานสูงจนเกินไป
อีกทั้งมีกิจกรรมร่วมกันทั้งครอบครัวอย่างพร้อมเพรียงกัน เน้นซึ่งความสนุกสนาน
รื่นเริงและให้ทุกคนมีส่วนร่วม
|